บทที่ 10 คืนแรก

เสียงประตูห้องเปิด ทำให้คนที่เดินตามเขามาห่างๆ อดสะดุ้งไม่ได้ ทีปต์เดินนำเธอเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวของเขา แล้วเอ่ยสั่งเสียงเรียบ เมื่อแน่ใจว่าตอนนี้ยอดชีวาตามเขาเข้ามาแล้วเรียบร้อย

“ปิดประตูด้วย”

เสียงประตูปิดลง เขาไม่ได้หันมอง แต่ก็แน่ใจว่าร่างบางเล็กคงจะยืนแข็งขึงอยู่ที่นั่นเป็นแน่ ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ อย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเริ่มทำเหมือนตนอยู่เพียงลำพังในห้องส่วนตัวและในเวลาแบบนี้ นั่นก็คือ

ถอดเสื้อผ้า!

ยอดชีวาถึงกับเบิกตาโพลง เมื่อเห็นว่าเสื้อเชิ้ตสีดำ กำลังหลุดร่วงจากร่างกายกำยำของคนตรงหน้า รอยแผลเป็นด้านหลังเขาเป็นรอยยาวเห็นได้ชัดเจน พาดผ่านผิวเนื้อสีแทนสวย กล้ามเนื้อเพรียวได้รูป หญิงสาวหน้าแดงก่ำ แล้วหันหลังให้เขาทันที หลับตาปี๋ ใจคิดก่นด่าว่าเขาช่างหน้าไม่อายเสียจริง

ทีปต์ถอดกางเกงเรียบร้อยแล้ว จึงหันมามองดูว่า ‘เจ้าสาว’ ของตนกำลังทำอะไร จึงเห็นว่าเธอยืนหันหลังให้เขา ชายหนุ่มกระแอม ยิ่งเธอทำแบบนี้ เขาก็ยิ่งอยากจะแกล้งนัก

“มาเอาเสื้อผ้าฉันไปเก็บใส่ตะกร้าด้วย”

“อะ...เอ่อ...” เสียงหวานสั่น เธอยังคงยืนนิ่ง จนเขาต้องเอ่ยอีกรอบเสียงห้วน

“เร็วสิ ฉันจะรีบไปอาบน้ำ”

“คะ...ค่ะ”

ร่างบางรีบลนลานหลับหูหลับตามารับเสื้อผ้าจากมือเขา ไม่มองเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังเห็นแวบๆ จากหางตาว่าเขาไม่ได้สวมอะไรนอกจากกางเกงในตัวเดียว

คุณพระคุณเจ้าช่วย!

ทีปต์ผิวปากเป็นเพลงอย่างรื่นรมย์ แล้วก้าวยาวๆ เดินเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้ยอดชีวายืนอยู่ตรงนั้น อารมณ์เขาดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้แกล้งเจ้าสาวคนสวย นานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาไม่ได้อารมณ์ดีจนร้องเพลงได้แบบนี้ เขาเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าการยิ้มกว้าง หัวเราะเสียงดังจนสุดเสียง หรือว่าร้องเพลงเพราะอารมณ์รื่นเริงนั้นเป็นอย่างไร

ชายหนุ่มส่องกระจกขณะล้างหน้า แล้วหรี่ตา เขาเสยผมที่ลงมาปรกหน้าให้ขึ้นไปพ้นจากใบหน้าเรียว ก่อนจะมัดมันไว้เป็นจุก เปิดเผยใบหน้าของเขาเต็มที่ ทุกส่วน

เครื่องหน้าคมสันชวนมอง ที่เคยกระตุกหัวใจของใครต่อใคร ตอนนี้กลับดูน่าเกลียดน่ากลัวด้วยริ้วแผลเป็นปื้นใหญ่ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นเปล่งประกายวาววามอย่างสมใจกับภาพลักษณ์ของตนที่ปรากฏตรงหน้า แผลเป็นกินลึกเกือบครึ่งหน้าด้านซ้ายของเขา ทีปต์ใช้มือปิดมันไว้ แล้วมองเงาสะท้อนกลับมา เขาเห็นชายหนุ่มรูปงามคนเดิมในเสี้ยวหน้าส่วนที่ไม่มีแผลเป็น

ถูกว่าการศัลยกรรมจะช่วยเขาให้หล่อเหลาแบบเดิม แต่ทีปต์ตอนนี้กลายเป็นคนขวางโลกไปเสียแล้ว ตั้งแต่ที่ชีวิตพังเพราะอุบัติเหตุที่ทำให้เขาเสียโฉมและเสียหัวใจไปในคราวเดียว ทีปต์ผู้หยันโลกต้องการจะอยู่ในมุมมืด และไม่ปรารถนาจะมีความรัก

แน่นอนว่าการเลือกยอดชีวามาเป็นเจ้าสาว เพียงเพราะต้องการจะกลั่นแกล้งบิดาของเธอ ด้วยการทรมานบุตรีของอีกฝ่าย รวมถึงแก้ลำมารดา ข้อที่ท่านอยากมีหลานนักจนมาวุ่นวายปั่นป่วนกับชีวิตเขา เขาก็จะจัดให้ตามความต้องการ ท่านจะได้ไม่มาโอดครวญ กลัวตระกูลไร้ทายาทสืบทอดอีก

มันดูเหมือนจะเป็นการซื้อความสะใจ ที่มีมูลค่าแพงน่าดู แต่ทีปต์ก็ยอมจ่าย เขายิ้มแสยะให้กับเงาสะท้อนของตนเอง คืนนี้ลูกสาวของยอดชาย จะได้เป็นเมียของชายหน้าผี คงจะมีความสุขพิลึก เขาจะกลั่นแกล้ง ทรมานเธอให้หนำใจเลยทีเดียว แก้แค้นกับลูกก็เหมือนย่ำยีดวงใจของพ่อ ยอดชายจะต้องเจ็บปวดกว่าหลายเท่านัก

ทีปต์ก้าวเข้าใต้ฝักบัว เปิดให้มันรินหยาดน้ำลงมารดชะล้าง ชำระร่างกาย คืนนี้เขาคงจะมีอะไรต้องทำอีกมาก ก็มันคืนส่งตัวของเขากับแม่สาวหน้าหวานนั่น แน่นอนเขาจะต้องไม่พลาดในการใช้สิทธิ์นี้

...................................................................................................................................................................................................

ยอดชีวายังคงยืนหันรีหันขวางอยู่ตรงกลางห้องของทีปต์อย่างไม่รู้จะทำอะไรดี ใจเธอเต้นแรงจนหูอื้อ ไม่มีอารมณ์จะมองสำรวจห้องสีขรึมโทนน้ำเงินของผู้เป็นว่าที่สามีเลยสักเพียงนิด ห้องนี้ใหญ่กว่าห้องเธอเกือบครึ่งกระมัง มันถึงทำให้เธอรู้สึกกว้างจนเคว้างคว้างอย่างไรพิกล

ว่าที่สามี...

โอย...เธอจะทำอย่างไรดีนะ ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยสักนิด คนบ้านั่นก็กระไร เธอเคยเห็นเขาแค่สองหน สองหนเท่านั้น แล้วยอดชีวาจะทำใจได้หรือ ที่จะต้องนอนร่วมเตียง แล้วก็มีอะไรๆ กับเขา

เสียงบานเลื่อนห้องน้ำเปิดออก ทำเอาเธอตกใจจนเธอเป็นลม ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนหัวโด่อยู่อย่างนั้น ทีปต์แอบยิ้ม เขาเคลื่อนกายเข้าใกล้เธอ กลิ่นสบู่ปนกับกลิ่นกายชายหอมเย็น อวลเข้าจมูกของยอดชีวา หญิงสาวแยกแยะกลิ่นโดยอัตโนมัติว่ามีกลิ่นอะไรบ้าง กลิ่นของเขาเหมือนกับกลิ่นยางไม้สน กุหลาบ และมิ้นปนกัน มันหอมชวนติดใจอย่างประหลาด

“อาบน้ำหรือยัง?”

“ยังค่ะ” เธอรีบสั่นหน้า หวังใจว่าเขาจะอนุญาตให้เธอกลับห้องเพื่อไปอาบน้ำ แน่นอนว่า ยอดชีวาจะถือโอกาส ไปแล้วไปลับ เรื่องอะไรจะกลับมาเข้ากรงเสือ

“ฉันไม่ถือ”

“...”

ยอดชีวาเงยหน้ามองคนพูดเลยทันที แล้วต้องร้องกรี๊ดอย่างตกใจ เมื่อเขาช้อนอุ้มเธอขึ้นมาแนบร่างกายแกร่งที่ยังคงเปียกชื้น กลิ่นกายของเขาห้อมล้อมเธอ ทีปต์ก้มลงมองหน้าเธอแล้วยิ้มเย้ย เมื่อเห็นว่าเธอกำลังมองเขาอยู่อย่างตกตะลึง กับใบหน้าของเขาที่เปิดเผยให้เธอเห็นทุกส่วนอย่างชัดเจน

“กลัวฉันหรือเปล่า...รังเกียจ...ขยะแขยงกับใบหน้านี้ไหม”

เขาวางเธอลงบนเตียงนุ่ม ยอดชีวายังคงเบิกตามองเขา นัยน์ตากลมสวย กวาดมองไปทั่วซีกหน้านั้น เขาคงจะต้องเจ็บมาก...แผลถึงใหญ่ และทิ้งร่องรอยไว้ได้ขนาดนี้ เธอเคยมีเพื่อนประสบอุบัติเหตุ แต่เป็นอวัยวะส่วนอื่น ทิ้งรอยไว้ไม่ใหญ่เท่านี้ ทางนั้นยังโอดว่าเจ็บปวดทรมาน แล้วเขาเล่า...จะเจ็บสักเพียงไหนหนอ

มือเรียวลูบเลื่อนรอยแผลนั้นอย่างลืมตัว ทีปต์สะดุ้งกับสัมผัสแผ่ว ที่คล้ายกับเหล็บนาบไฟร้อนๆ มาทาบหน้า ยามเธอลูบไล้ไปมาแบบอ่อนโยน

“คุณเจ็บไหมคะ? แผลใหญ่มาก แล้วที่หน้าด้วย คุณคงทรมานมาก”

“เจ็บ...ปวด...ทรมานมาก”

ทีปต์เอ่ยตอบเสียงแผ่ว นัยน์ตาคู่คมมองสบตาเธอ ยอดชีวากัดริมฝีปาก นัยน์ตาของเธอกำลังบอกฟ้องว่าเธอเริ่มรู้สึกสงสารเขา และนั่น...มันทำให้ทีปต์ทนไม่ได้ เขาจับมือเธอไว้ให้ยุติการลูบสำรวจแผลเป็นนั่น เขาดึงตัวเธอให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วก้าวลงจากเตียง หญิงสาวมองตามเขาอย่างงุนงง

“กลับไปเสีย”

“คะ?”

“กลับไปที่ห้องของเธอ วันนี้ฉันง่วง ไม่อยากทำอะไรนอกจากนอน” เขาหันมา แล้วหรี่ตา “หรือเธออยากจะนอนกับฉันที่นี่?”

“ไม่ค่ะ” เธอผุดลุกขึ้นมาทันที ก่อนจะลุกพรวด แล้วเดินแกมวิ่งไปยังประตูห้อง ทีปต์เห็นอาการนี้เข้าแล้ว ก็อดยิ้มไม่ได้ แม่คุณคงจะเห็นเขาเหมือนเสือเหมือนสางกระมัง ถึงได้ดูหวาดกลัวขนาดนี้

มือเรียวจับลูกบิด เตรียมจะพุ่งออกไป แต่เหมือนจะคิดอะไรขึ้นได้ เธอหันขวับกลับมายังเจ้าของห้อง ที่ยังคงยืนจังก้าอยู่กลางห้อง ด้วยสภาพสวมกางเกงในตัวเดียว ก่อนจะเอ่ยละล่ำละลัก

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

ปัง!

เสียงประตูปิดตามหลังดังสนั่น เจ้าของห้องยืนกอดอกแล้วนิ่งไปสักครู่ ท่าทางของหล่อนก่อนออกไป ทำให้ทีปต์ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายก็ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

วันแรกของการมีเมียของเขา มันก็ไม่เลว อย่างน้อยก็ทำให้เขาได้หัวเราะ อย่างที่ไม่เคยหัวเราะมาตลอดเวลาหลายปี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป