บทที่ 4 แขกผู้มาเยือน
คฤหาสน์ของทีปต์ ใช้ชื่อเรียกตามเจ้าของเดิม ว่าคฤหาสน์มันทนา เจ้าของเป็นชายผู้สูงศักดิ์ เจ้าชายจากแคว้นยุโรป ที่หลงรักสาวไทย แต่เป็นรักที่ไม่สมหวัง เพราะเนื่องด้วยฐานันดรที่ต่างกัน เขาจึงต้องกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง แต่ก็ได้ทิ้งเงินทอง และคฤหาสน์หลังนี้ไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ให้กับมันทนา สาวไทยผู้โชคดีที่ได้ความรักจากชายสูงศักดิ์ แต่ไม่สมหวัง เธอตรอมใจและสิ้นใจอย่างสงบ หลังจากได้ข่าวว่าเจ้าชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ที่บ้านหลังนี้นั่นเอง
ประวัติของที่นี่ เศร้าหมองนัก เหมือนกับเจ้าของใหม่ ที่มีชีวิตอาภัพเรื่องความรักไม่แพ้กัน ทีปต์เองก็ถูกสลัดทิ้งอย่างไม่ไยดี จากคนที่เขารักแทบจะเปรียบเธอเป็นลมหายใจ เพียงเพราะกิจการของเขาเริ่มซวนเซ และหน้าตาของเขาที่เหมือนผี! ใครว่ารักแท้มีอยู่จริง...ก็คงจะมีอยู่หรอกมั้ง แต่แน่นอนว่าหัวใจของทีปต์ตอนนี้ มันไม่เชื่อในเรื่องความรักอีกต่อไปแล้ว
คนที่บอกว่ารักเขาแทบเป็นแทบตายอย่างปริณาห์ ไฉนหัวใจจึงเปลี่ยนง่ายนัก เพียงแค่เห็นแผลเป็นของเขา และรู้ข่าวคราวเรื่องธุรกิจของเขา เหอะ! รักก็คือแบบนี้สินะ คำพูดจาพล่อยๆ ที่ทำให้รู้สึกดีและหลงโง่งมงาย นอกจากบาดแผลทางกายแล้ว บาดแผลทางใจของทีปต์ จากอุบัติเหตุครั้งนั้น มันก็ร้ายแรง และกลายเป็นแผลกลัดหนอง แม้แผลร่างกายจะหายไป แต่แผลใจมันยังไม่ยอมหาย มันกลายเป็นแผลเป็นอันแสนน่าเกลียด เสียยิ่งกว่าใบหน้าของเขา
เขาเกลียดความรัก เกลียดผู้หญิงทุกคน ไม่คิดจะพบพานกับความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว ทีปต์ฝังตัวเองอยู่กับงาน จมอยู่กับการพยายามกอบกู้กิจการคืนมา จนไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น ความรู้สึกทางเพศของเขามีอยู่บ้าง แต่เขาก็เลือกวิธีที่จะบำบัดมันด้วยตนเองเสียมากกว่า
มันร้ายกาจ และฝังรากลึก จนเขาไม่สนใจจะมองผู้หญิงคนไหน ไม่ยินดียินร้าย กับความงดงามของเพศตรงข้าม มานานมาก มารดาของเขา คุณอารยากลับมาขอร้องเขาเรื่องแต่งงาน ท่านดูจริงจังมากมาย กับการจะจับคู่เขาให้กับคนนั้นคนนี้ ยื่นคำขาดมาด้วยซ้ำ ว่าต้องการให้เขาแต่งงานภายในสองปีนี้ เพื่อจะมีหลานให้นาง
โอ...เขาไม่อยากถูกจับคู่ ไม่อยากมีชีวิตคู่กับใครหน้าไหน ไม่อยากให้ผู้หญิงที่เป็นลูกสาวผู้รากมากดีเหล่านั้น มองเขาด้วยสายตาสมเพช ยามที่มองใบหน้าเขา แต่ทีปต์ไม่อาจจะใช้ไม้แข็งกับมารดาได้ แม้จะเย็นชากับใครต่อใคร แต่กับท่าน เขาต้องยกไว้คนหนึ่ง และยังคงเป็นลูกชายแสนดีที่ขี้อ้อนคนเดิม
มารดามีโรคประจำตัว ที่ท่านมักจะมาบ่นรำพัน ว่ามันอาจจะคร่าชีวิตของท่านไปในสักวัน ท่านกลัวตะกูลจะสั้นกุดเพียงแค่นี้ อีกหลายเหตุผลที่ยกมาอ้าง ทั้งหมดทั้งมวลนั่นเขารู้ว่าลึกๆ แล้ว ท่านต้องการจับคู่ให้เขากับลูกสาวของเพื่อนท่าน ให้เข้าทำนองเรือล่มในหนองทองจะไปไหน การช่างตื้อของท่านทำให้เขารำคาญ ท่านถึงกับลงทุนสร้างแผนการว่าป่วย จนเขาเกือบจะตามใจเข้าแล้ว แต่ดันแผนแตกเสียก่อน เขายังโกรธท่านอยู่ไม่หาย ที่คิดจะมัดมือชกเขาแบบนี้
นั่นแหละ ทีปต์จึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เมื่อบังเอิญได้เห็นรูปของลูกสาวลูกหนี้คนสำคัญของเขาเข้า
มารดาอยากได้หลาน...
เขาก็จะให้ท่านได้อุ้มหลาน
ไม่ต้องมีเมียเป็นตัวเป็นตนให้น่ารำคาญใจ ไม่ต้องใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันจนวันตาย เอาแค่มาผลิตลูกให้เขา แน่นอนว่าต้องได้ลูกชาย แล้วเขาก็จะปล่อยเจ้าหล่อนไป...
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่ริมฝีปากได้รูป เขายื่นข้อเสนอไปให้กับยอดชาย เมื่อบังเอิญได้เห็นว่าอีกฝ่ายมีบุตรสาวหน้าตาสวยน่ารัก กลับมาเมืองไทยแล้วเรียบร้อยหลังจากไปเรียนที่เมืองนอก แน่นอนว่าเจ้าหล่อนจะต้องอยากจะอยู่ใกล้ชิดบิดา ที่จากกันไปนานหลายปี และเขาก็ได้กระชากเธอออกมาเสียจากอกของยอดชาย มันก็สาสมแล้วนี่กับที่อีกฝ่ายทำชีวิตของเขาพัง
ในเมื่อเขาอยากได้เพียงแค่ผู้หญิงที่มาเป็นแม่ของลูก ไม่ใช่เป็นเมีย เขาก็มีสิทธิ์สินะที่จะเลือกแม่พันธุ์ชั้นดี เขาสืบประวัติเจ้าหล่อนมาแล้วเรียบร้อย ยอดชีวา กาญจน์วัฒนา ลูกสาวสุดรักสุดหวงของยอดชาย หญิงสาวอายุยี่สิบห้าปี เรียนจบจากสถาบัน IFF ประเทศฝรั่งเศส ด้วยผลการเรียนระดับดีเยี่ยม จนมีดีไซน์เนอร์ และบริษัทหลายๆ บริษัทต้องการตัว แต่เจ้าหล่อนเลือกกลับมามีอนาคตที่เมืองไทย ท่าทางกำลังไปได้สวยเพราะได้งานทำที่บริษัทผลิตเครื่องสำอางระดับชั้นนำ
รูปร่างหน้าตาของเธอก็จัดว่า...ไม่ได้ขี้ริ้ว สวย น่ารัก รอยยิ้มราวกับจะเปิดโลกให้สดใส นัยน์ตาระยับยามยิ้มนั้น เป็นภาพที่เขาเห็นจากที่มีนักสืบที่เขาให้ไปจัดการเรื่องของเธอส่งมาให้ โปรแกรมออนไลน์ยอดฮิตที่เธอใช้อยู่ มันทำให้เขาไปติดตาม สอดส่องพฤติกรรม ผู้หญิงที่ตั้งใจจะให้เป็นเครื่องผลิตลูกมาพักหนึ่งแล้ว
รูปภาพหลายๆ รูป การโพสต์สถานะ บอกว่าเธอเป็นคนมองโลกแบบไหน ยิ้มหวานเห็นฟันเรียงเป็นระเบียบ นัยน์ตาเปล่งประกายระยับ จับตาคนมองนัก แบบนี้ยอดชายคงจะทั้งหวงและห่วง ไอ้แก่ร้ายกาจนั่นจะเต้นขนาดไหนนะ ถ้าเกิดว่าต้องส่งลูกสาวคนเดียวมาให้เป็นเมียเขา
ข้อเสนอที่ไม่อาจจะปฎิเสธได้ที่ทีปต์มอบให้ฝ่ายนั้น ราวกับจะกลั่นแกล้ง และรวมผลประโยชน์ให้กับตนเองไปพร้อมๆ กัน เขาไม่ได้ตั้งใจจะร้ายกาจ แต่โลกนี้ร้ายกาจกับเขาก่อน เขาจึงต้องเล่นเกมชีวิตให้มันดำเนินไปในทิศทางที่เขาต้องการ และไม่อาจจะมีใครขัดขวางได้
เขาต้องได้แม่นั่น ต้องได้ลูก และคาดว่าถ้าได้ตามนั้นแล้ว เขาก็จะเฉดหัวเจ้าหล่อนกลับบ้าน ให้บิดาของหล่อนหัวใจสลาย มันก็สาสมดีกับสิ่งที่เขาได้รับ ไม่มีการปราณี มีแต่คำว่าตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ทีปต์คิดอย่างหยันๆ นัยน์ตาเหลือบมองนาฬิกาหินอ่อนแกะสลักอย่างดี ที่วางประดับไว้ตรงมุมห้อง เกือบได้เวลา ที่เขาจะได้เจอว่าที่เจ้าสาวตัวจริงแล้วสินะ เจ้าหล่อนขอนัดหมายพบปะเขา เพื่อทำข้อตกลง ก่อนจะก้าวเข้ามาเป็นเจ้าสาวของเขา ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ออกมา อดหัวเราะไม่ได้ ว่าถ้าเธอเห็นเขาถนัดชัดตาแล้ว ยังจะกล้ารับข้อเสนอนี้อีกไหม กลัวแต่จะเผ่นรีบกลับบ้านไปมากกว่า
ถ้าเกิดว่าเจ้าหล่อนไม่ตกลงขึ้นมาเล่า เขาจะทำอย่างไร? คำถามนี้ผุดขึ้นมาในสมอง นัยน์ตาของเขาฉายประกายวาวโรจน์ ก็ดีน่ะสิ! เขาจะได้มีข้ออ้าง ในการลงมือจัดการคนที่ล่มชีวิตเขาเสีย คนทรยศที่ทำให้เขาต้องเผชิญความเลวร้ายทุกอย่าง แค่ที่ชดใช้มาแค่นี้ มันยังน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ
ทีปต์ลงความโกรธ เสียใจ แค้นเคืองทุกอย่างไปที่ยอดชาย เขาเคยไว้ใจชายผู้นี้มาก และเมื่อไว้ใจ รัก มันก็แปรเปลี่ยนเป็นความแค้น เมื่ออีกฝ่ายทำลายความไว้วางใจนั้นจนย่อยยับ และพร้อมๆ กันนั้น ชีวิตของเขาก็มีอันต้องเปลี่ยนไปอย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังเท้า! เขาไม่สมควรจะโกรธเกลียดอีกฝ่ายหนึ่งหรืออย่างไรกัน
“คุณท่านคะ มีคนมาขอพบค่ะ เธอให้เรียนว่าชื่อ ยอดชีวา กาญจน์วัฒนา”
สาวรับใช้เดินเข้ามารายงานอย่างนอบน้อม ชายหนุ่มพยักหน้ารับ เขาก้มลงมองตัวเอง ที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำ และกางเกงยีนขายาวสีเดียวกัน แล้วเสยผมลงปรกใบหน้าซีกที่มีแผลเป็นไว้ ดึงแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อมาสวม ยิ้มราวกับจะเย้ยหยันตนเอง เมื่อนึกถึงภาพสีหน้าของว่าที่เจ้าสาว ถ้าเกิดว่าเห็นเขาเข้า
หล่อนคงไม่ร้องกรี๊ด และวิ่งหนีไปเสียหรอกนะ ถ้าอย่างนั้น มันก็ไม่สนุกน่ะสิ!
“รับรองหล่อนที่ห้องรับแขก บอกหล่อนว่าอีกยี่สิบนาที ฉันจะตามไป”
เขาหยิบโทรศัพท์ กดออกหาหมายเลขที่ต้องการ เมื่อเจรจาแล้วเสร็จกับปลายสาย เขาก็นั่งอยู่กับที่ เอื้อมหยิบเอาหนังสืออ่านเล่นมาอ่าน ท่าทางไม่ได้รีบร้อนสักนิดที่จะไปพบกับแขก
