บทที่ 6 หิรัญ

“อะไรนะ จริงๆ น่ะเหรอตาทีปต์ นี่แกจะแต่งงาน”

เสียงอุทานอย่างตกใจของคุณอารยา ดังไปจนถึงบริเวณห้องโถงของบ้าน ซึ่งบุรุษหนุ่มร่างสูงเปรียว ในชุดสูทสีน้ำตาล กำลังเดินก้าวลงบันไดมา ถึงกับชะงักฝีเท้า และค่อยๆ เดินไปทางต้นเสียง ซึ่งอยู่ในห้องรับแขก

“แม่อยากให้ผมแต่งงานนี่ครับ”

เสียงห้าวทุ้มที่เอ่ยตอบ ทำให้คนที่เดินเข้าไปใกล้ทุกขณะ ขมวดคิ้ว นัยน์ตาสีเข้มส่งประกายวาว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น

“ใช่ แม่อยากให้แกแต่งงาน ตาทีปต์ แต่งกับหนูรวิษรา ไม่ใช่กับ...แกจะแต่งงานกับใครนะ”

“ยอดชีวา กาญจน์วัฒนาครับ”

ชื่อและนามสกุลที่หลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูป ทำให้คุณอารยานิ่วหน้าอย่างครุ่นคิด ชื่อนี้ไม่ค่อยคุ้นหู แต่นามสกุลนี้ช่างคุ้นนัก

“พี่ทีปต์ นี่พี่จะแต่งงานกับลูกสาวของไอ้ยอดชายอย่างนั้นหรือ?”

คนอุทานอย่างตกใจยิ่งกว่าคุณอารยา ก้าวพรวดเดียวจากประตูถึงร่างสูงของพี่ชายที่นั่งอยู่ ทีปต์เงยหน้ามองใบหน้าคมสัน ที่ดูซีดเซียวนั้น ก่อนจะหัวเราะน้อยๆ แล้วดึงให้หิรัญทรุดนั่งลงข้างๆ พลางตบบ่ากว้างนั่นเบาๆ

“ใช่...แต่พี่ไม่ได้แต่งงานนะ พี่แค่รับหล่อนมาอยู่ด้วยเฉยๆ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ เรื่องหลานน่ะ ไม่เกินปีนี้ แม่คงได้อุ้มเล่นแน่นอน แล้วต่อไปนี้ ผมคงจะไม่ได้ยินแม่มาโอดครวญเรื่องนี้กับผมแล้วนะครับ ผมขอกลับไปอยู่ที่ของผม อย่างสงบสุข เพราะผมได้ทำตามสิ่งที่แม่ต้องการแล้ว”

ว่าแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน แจกยิ้มให้กับมารดาและน้องชาย โบกมือให้คนทั้งสอง แล้วเดินก้าวยาวๆ จากไป ทิ้งให้คุณอารยาที่ยังคงตื่นตะลึง กับข่าวที่บุตรชายคนเดียวมาบอกแต่เช้า กะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงงว่า เรื่องนี้มันเรื่องจริงหรือว่าฝันไปกันแน่นะ

“ตาทีปต์ โอย...นี่คิดจะทำอะไรบ้าๆ กันล่ะนี่ ไหงจะไปแต่งงานกับลูกไอ้คนโกงนั่น”

“คุณแม่ใจเย็นๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นะครับ ช้าๆ ครับ”

เขาพยายามบอกให้มารดาบุญธรรม กำหนดจังหวะการหายใจใหม่ เพราะท่านเริ่มหอบเร็ว คุณอารยามีโรคประจำตัวหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ข่าวของทีปต์ ทำให้หัวใจ เส้นเลือด ของท่านทำงานหนัก เพราะความเครียดอย่างฉับพลัน

“มันบ้าไปแล้วหรือเปล่า พี่ชายแก ตานิกซ์”

“พี่ทีปต์คงจะมีเหตุผลนั่นแหละครับ เอ่อ...ถึงได้ทำแบบนั้น”

เขาแก้ต่างให้กับพี่ชาย คุณอารยายังคงบ่นพล่ามอีกหลายประโยค หน้าตาของท่านเครียดลงทุกขณะ เขาต้องทั้งปลอบ ทั้งกล่อมสารพัดอยู่นาน กว่าท่านจะยอมสงบลง ในใจนึกเคืองทีปต์กลายๆ ค่าที่มาทำให้มารดาเครียด และเผลอๆ โรคประจำตัวทั้งหลายที่เป็นนั้นจะอาการกำเริบเอา

“นี่เพราะแม่ทำแผนการอยากจะให้ตาทีปต์ แต่งงานหรือเปล่า ถึงได้มาทำประชดแม่แบบนี้”

นางถอนใจ ตอนนี้นางใจเย็นลงมากแล้ว กำลังนั่งจิบนมอุ่นๆ กินกับขนมหวาน ที่หิรัญจัดให้ เขาพาเธอมานั่งเล่นที่สวนเพื่อจะได้รับอากาศบริสุทธิ์ เห็นต้นไม้ดอกไม้แล้วอารมณ์จะได้สดชื่นขึ้นบ้าง

“ก็...”

หิรัญไม่อาจจะแก้ตัวแทนพี่ชายของเขาได้ ก็ทีปต์ทำแบบนั้นจริงๆ หลายเดือนที่ผ่านมาคุณอารยาเล่นแผนการป่วนประสาทของทีปต์ ด้วยการแกล้งป่วย เข้าโรงพยาบาล เพื่อที่ทีปต์จะได้ตามใจท่าน เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านไปหมายตาผู้หญิงไว้ให้เขา

ทีปต์มึนตึงไม่พอใจ แต่ก็อดห่วงมารดาไม่ได้ เลยเกือบจะรับปากท่านเสียแล้ว แต่พอจับได้ว่ามารดาแกล้งป่วย เท่านั้นแหละ ทีปต์ก็เหมือนระเบิดลง เขาโกรธท่านมาก และไม่มาเยี่ยมเยือนบ้านทีฆทัศน์อีกเลย เพิ่งจะมาก็เช้าวันนี้ มาพร้อมกับข่าวร้อนๆ ที่ทำให้คุณอารยาเกือบจะป่วยจริงขึ้นมาเสียแล้ว

“ไปคว้าคนอื่นมาไม่มีใครว่าเลย นี่ดัน...โอย...”

“พี่ทีปต์คงจะคิดดีแล้วล่ะครับคุณแม่ อีกอย่างหนึ่งพี่ทีปต์เป็นคนพูดจริงทำจริง ผมกับคุณแม่จะได้มีหลานตัวน้อยๆ ก็คราวนี้ คุณแม่จะได้ไม่ต้องห่วงว่านามสกุลทีฆทัศน์จะไม่มีคนสืบทอดอีกแล้วนะครับ”

หิรัญว่ายิ้มๆ ท่านเลยค้อนให้ แล้วเอื้อมมือหยิกแขนเขาอย่างหมั่นไส้ จนเขาต้องโอดครวญเบาๆ

“เจ็บนะครับ โกรธพี่ทีปต์ ไหงมาลงกับผมกัน”

“ไม่รู้ล่ะ ก็เราอยู่ใกล้มือ แล้วก็ชอบเข้าข้างกัน” ท่านค้อนให้ พร้อมกับถอนใจเฮือก

“ทำไมตาทีปต์ไม่น่ารักแบบเรานะตานิกซ์แม่ล่ะอยากให้เราเป็นลูกชายจริงๆ ของแม่ จะได้ตัดหางปล่อยวัดพ่อตัววุ่นวายนั่นไปเสียเลย”

“หึๆ พี่ทีปต์เองก็เหมือนจะไม่แคร์อะไรสักเท่าไหร่นี่ครับ วันๆ ก็อยู่แต่ในปราสาทผีสิงของเค้า พวกเรานี่แหละที่ต้องไปวิ่งหาเค้าเอง” คำพูดของหิรัญ ทำให้คุณอารยาถอนใจอีกรอบ

“นั่นสิ แม่จะทำยังไงได้เล่านิกซ์ จะอย่างไรก็ลูก ตาทีปต์เองเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน ตั้งแต่อุบัติเหตุคราวนั้น แม่ล่ะกลัวใจจริงๆ คิดทำอะไรแต่ล่ะอย่าง ดีที่ได้เรานี่แหละ ตานิกซ์”

นางจับมือเขาแล้วบีบ นัยน์ตามองเขาอย่างอ่อนโยน หิรัญค่อยเอนซบท่านอย่างประจบ พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้ม

“ถ้าไม่มีคุณแม่กับพี่ทีปต์ ก็ไม่มีผม หิรัญ ทีปต์การุณวันนี้หรอกครับ”

“น่ารักจริงๆ ลูกชายของแม่”

นางกอดเขาตอบ อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง จึงชวนหิรัญไปรับประทานอาหารเช้า หลังจากที่สายมาเกือบชั่วโมง

นัยน์ตาของนางมองชายหนุ่มซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมอย่างภาคภูมิ หิรัญได้รับชื่อใหม่ ทั้งชื่อเล่น ชื่อจริง รวมถึงนามสกุล หลังจากที่นางรับเขามาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ญาติห่างๆ ของสามีของนางคนหนึ่ง ทำความเสียหายให้แก่ตระกูล ใจแตกจนเกิดบุตรชายขึ้นมา แล้วนำเขาไปทิ้งไว้ที่นั่น หลายปีกว่าจะรู้เรื่องและตามหากันเจอ

อภิชญามารดาของหิรัญ ชิงฆ่าตัวตายเสียเมื่อนำเขาไปทิ้งไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก ทัศนัยบิดาของทีปต์รู้ว่าเด็กสาวมีลูกชาย จึงให้คนตามสืบ เพราะอย่างไรก็ญาติ จะปล่อยทิ้งขว้างก็กระไรอยู่ จนพบเมื่อหิรัญอายุได้เจ็ดปี เขาพาเด็กชายมาอยู่ที่นี่ในฐานะบุตรชายบุญธรรม ตั้งนามสกุลให้ใหม่ และให้เป็นเพื่อนเล่นของบุตรชายโทนอย่างทีปต์

เด็กทั้งสองแรกๆ ก็เข้ากันไม่ใคร่ได้นัก ทีปต์เคยชินกับการเป็นลูกคนเดียว และเป็นเด็กที่ถูกตามใจจากมารดา เกรงกลัวก็แต่บิดาซึ่งไม่ค่อยมีเวลากำราบ เขาอายุห่างจากหิรัญหกปี ตอนที่หิรัญเข้ามาในบ้าน ทีปต์กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น กำลังห้าวจัด และไม่ยอมรับการมีน้องมาแย่งความสำคัญของตนสักเท่าไหร่นัก

เนื่องเพราะบิดามักจะชมหิรัญ ที่เรียนดี และเรียบร้อย เอามาเปรียบกับเขา ทีปต์เลยระบายด้วยการแอบแกล้งเด็กชาย หนักสุดคือแกล้งผลักหิรัญตกน้ำ เขาทำไปเพราะคะนอง สนุก แต่การณ์กลับทำให้เด็กชายเกือบตายเนื่องจากว่ายน้ำไม่เป็น ทีปต์รีบกระโดดลงไปช่วย และมันก็เกือบจะสายไป

เขาโดนเฆี่ยนอย่างหนัก จากการกระทำครั้งนั้น สำนึกและเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ไปรังเกียจ รังแกเด็กชายไม่มีทางสู้ และมีภูมิหลังที่น่าสงสารอย่างหิรัญ เขาขอโทษเด็กชายอย่างจริงใจ น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาด้วยความสำนึกเสียใจ ยอมเอาเงินเก็บไปซื้อหุ่นยนต์มาให้เป็นของปลอบใจและขอโทษ หิรัญรับไว้พร้อมกับรอยยิ้ม และนั่นก็ทำให้เด็กทั้งสองคนเริ่มมีมิตรภาพต่อกัน

จนโตเป็นหนุ่มใหญ่ หิรัญก็ไม่ได้ทำให้คนในบ้านทีฆทัศน์ผิดหวัง เขารูปร่างหน้าตาดี มีบุคคลิกสง่างามไม่แพ้กับทีปต์ ทีปต์มักจะแนะนำกับใครต่อใครว่าหิรัญคือน้องชาย เขาเป็นคนหนึ่งที่ช่วยประคองธุรกิจยามซวนจนเกือบล้ม ตอนที่ทีปต์ประสบอุบัติเหตุ

“ผมว่าจะลองไปสืบๆ ดูว่าทำไมพี่ทีปต์ถึงได้คิดจะรับลูกสาวของนายยอดชายนั่นเข้ามาในบ้าน”

เขาเอ่ยเปรยขึ้นมา คุณอารยามีสีหน้าพึงใจ นางพยักหน้าเห็นด้วยทันที

“ดีเหมือนกัน เราค่อยๆ ตะล่อมเอานะ พี่ชายเราน่ะ แม่มีชนักติดหลังเยอะแยะไปหมด ที่แกล้งหลอกตาทีปต์หนก่อน คงจะยังไม่พอใจแม่อยู่ ถึงได้ทำแบบนี้” นางย่นจมูกน้อยๆ

“เสียดายแต่หนูรวิษรา ทั้งสวย ทั้งชาติตระกูลดี เพื่อนของแม่น่ะมีธุรกิจอยู่ที่อเมริกา ไม่ใช่กระจอกงอกง่อย ที่ไปเกริ่นแล้วเค้าทำท่าเออออ จะยอมให้ลูกเขามาดูตัวกับตาทีปต์นี่ แม่ก็แสนจะดีใจ ก็พี่ชายเราน่ะ” นางอึกอัก เมื่อนึกถึงแผลเป็นน่าเกลียดบนใบหน้าของทีปต์

“ดูเอาเถอะตานิกซ์ เขายอมนี่ก็ดีเท่าไหร่ แล้วดูมันทำสิ”

“หึๆ หนูรวิษราของคุณแม่ อาจจะบุญไม่ถึงพี่ทีปต์ก็ได้นะครับ” หิรัญเอ่ยหยอกๆ นางถอนใจอีกเฮือก

“นี่ก็เลยต้องรีบบอกทางนั้นว่าเปลี่ยนใจแล้ว ไม่รู้จะโกรธแม่หรือเปล่านะนั่น เฮ้อ...เสียดาย ทั้งสวย ทั้งรวย ตาทีปต์เห็นตัวจริงเข้าคงจะเสียดาย แม่ล่ะยังเสียดาย เชื่อขนมกินได้เลยว่า ต้องมีคนอื่นทาบหนูรวิษราอีก”

หิรัญได้แต่ยิ้มน้อยๆ ฟังท่านพูดไป คุณอารยามองใบหน้าคมสันของบุตรชายบุญธรรมอย่างลอบสำรวจ ใบหน้าได้รูป คิ้วเข้มเฉียงตรงยาวจรดหางตา นัยน์ตายาวรีมีเสน่ห์ จมูกได้รูป ริมฝีปากบางสีเรื่อ เขาดูเป็นชายหนุ่มที่รูปสวย มากกว่าหล่อคมเข้ม ถ้าเกิดว่าเขาไม่ใช่เพียงบุตรบุญธรรม นางก็คงจะรีบเอาไปเสนอทางเลือกให้กับเพื่อนรัก เพราะนึกเสียดายหญิงสาวคนที่ว่าเสียนัก

“เสียดายที่นิกซ์...เฮ้อ...” นางหลุดปากออกมา และหิรัญก็ได้ยินประโยคนั้นเต็มหู แต่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน หัวใจของเขากระตุกวูบ อารมณ์บางอย่างแล่นวาบทันที

นิสัยของคุณอารยาที่เขาอยู่ด้วยมานาน ทำให้รู้ว่านางกำลังคิดอะไร และเพราะรู้ มันถึงทำให้เจ็บใจอยู่แปลบๆ ก็ใช่ว่าเขาไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ที่นางแสนจะภูมิใจและรักแบบทูนหัวทูนเกล้าอย่างทีปต์ แต่เขาก็เป็นลูกชายอีกคนหนึ่ง ที่นางก็รักและภูมิใจได้ไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ทำไม...บางทีนางก็ไม่เปิดโอกาสดีๆ ให้กับเขาบ้าง เพียงเพราะว่าเขาไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ นี่แหละ

“คุณแม่ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ผมจะค่อยๆ สืบทุกอย่างมาให้ ผมไม่ไว้ใจไอ้ยอดชายมัน นี่ก็ยังนึกเคืองอยู่ ที่พี่ทีปต์ยังปล่อยมันไว้ลอยชายในบริษัท ให้ช่วยงาน ไม่ยอมจัดการไล่มันออก หรือให้มันติดคุกไปเลย”

“นั่นสิ พ่อลูกกัน ไปเอาลูกเขามาเป็นเมีย มันเหมือนเลี้ยงลูกเสือลูกตะเข้แท้ๆ แม่ฝากด้วยนะ ตานิกซ์ บุกคฤหาสน์พี่ชายของเราสักที และทางที่ดี ถ้าเราทำได้ ก็อย่าให้เขามีลูกด้วยกันเลย แม่อยากได้หลานก็จริง แต่แม่ไม่ได้อยากมีหลานเพราะตาทีปต์จะมาทำประชดประชันแบบนี้”

คำพูดของนาง ทำให้หิรัญหัวเราะ แล้วแสร้งทำมือเป็นท่าโดนปาดคอ

“แต่ถ้าพี่ทีปต์จับผมได้ มีหวังผมตายแหงแก๋แน่ๆ ที่จะไปยุ่งกับเรื่องของเขาเค้า คุณแม่ช่วยผมรับผิดชอบด้วยนะครับ”

“เราฉลาดจะตาย” นางเองก็อดขำไม่ได้ กับท่าทางของหิรัญ “แต่ถ้าตาทีปต์เกิดไหวตัวทัน ว่าแม่ส่งเราไป ก็...ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ”

“อ้าว...ไหงงั้นละครับคุณแม่”

ชายหนุ่มโอด นัยน์ตาพราวไปด้วยประกายระยับยิ้ม งานนี้เห็นทีเขาจะต้องเสือกตัวเองเข้าไปช่วยมารดาเสียแล้ว เรื่องมันไม่น่าไว้วางใจ และดูจะไม่ชอบมาพากลพิกล จะอย่างไรเขากับทีปต์ก็เป็นสายเลือดกัน จะปล่อยให้ทีปต์ตกอยู่ในเงื้อมมือของคนโกงนั่น พ่อลูกกันก็ไม่น่าไว้วางใจอย่างที่คุณอารยาพูดนั่นแหละ

เขาต้องไปขัดขวาง เรื่องที่พี่ชายจะมีทายาทกับ ยอดชีวา กาญจน์วัฒนา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป