บทที่ 12 12
ดนตรีสดร้านประจำยังเข้าถึงอารมณ์ได้ดีเหมือนเดิม หลายวันมานี้มันแทบกลายเป็นสถานที่พูดคุยระหว่างเขากับกลุ่มเพื่อน
จะว่าไปนี่ก็เกินครึ่งเดือนได้แล้วกระมังนับแต่วันที่ใยไหมขอจบความสัมพันธ์กับเขา ถ้าถามว่าชีวิตประจำวันมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างหรือเปล่า
ก็ไม่เท่าไร...
เพียงแต่เวลาที่ขับรถผ่านบางร้าน หรือเจอข้าวของบางอย่างที่น้องเคยชอบกิน เขาก็มักจะนึกถึงคนตัวเล็กอยู่บ่อยๆ เกือบเผลอหยิบไปจ่ายเงินแต่ชะงักไว้ได้ทันท่วงที
เลิกกันแล้วจะซื้อไปทำไม และถึงซื้ออีกฝ่ายคงไม่รับอยู่ดี
ณกรมองโทรศัพท์ตัวเองที่เพิ่งตรวจงานลูกน้องเสร็จเมื่อไม่นานนี้ หน้าจอค้างอยู่ในแอปฯ ไลน์ ข้อความที่เขาส่งไปให้คนที่เพิ่งเลิกรากันนั้นยังไม่ถูกเปิดอ่าน
นอกจากโดนบล็อกแล้ว ดูเหมือนฝั่งนั้นจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ ที่รู้เพราะเห็นเพจร้านของใยไหมอัปเดตว่าเบอร์เดิมไม่ได้ใช้แล้ว จะยึดเบอร์โทรทางร้านเป็นหลัก
สำหรับเขาแล้วการเลิกกันนั้นมองเป็นเรื่องธรรมชาติ ต่อให้จบความสัมพันธ์แต่เขาก็ยังสามารถเจอหน้าหรือพูดคุยกันได้เหมือนเดิม
การที่ใยไหมทำแบบนั้นเหมือนน้องต้องการตัดขาดโดยสิ้นเชิง ทั้งที่ตอนแรกจะบอกว่าให้กลับไปเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม
ณกรถอนหายใจหนึ่งเฮือกเลือกที่จะปัดความรู้สึกบางอย่างออกไป บางทีเขาไม่เข้าใจความซับซ้อนของเพศหญิงเท่าไรนัก
“สรุปเรื่องมึงกับน้องไหมนี่ยังไง?” พิรัชย์เอ่ยปากถามขึ้นหลังจากที่เห็นเพื่อนนั่งจ้องโทรศัพท์อยู่นานสองนาน
อาทิตย์ก่อนตอนที่ณกรเมาเป็นหมา ได้ยินมันพลั้งปากพูดเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเองกับใยไหมว่าจบแล้ว ต่อไปมันจะกลับไปมีอิสระเหมือนเดิม
ตอนนั้นเขาคิดว่าคู่นี้คงแค่ทะเลาะกันตามประสา แต่ดูเหมือนจะคิดผิด
“เลิกแล้ว” คนพูดไหวไหล่ มุมปากหยักเหยียดยิ้ม “กูโดนเท”
“ดีใจกับน้อง” พิรัชย์มีน้ำเสียงระรื่น คว้าแก้วตัวเองชนกับแก้วของเพื่อนเป็นการแสดงความยินดี “ขอให้ไหมเจอคนดีๆ”
“ไอ้เวร!” ณกรก่นด่าเพื่อนเสียงลอดไรฟัน
คนโดนด่าหัวเราะชอบใจ
เขาเป็นคนนอกไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินความสัมพันธ์ของใคร แต่ถ้าพูดในฐานะเพื่อนนั้นเขาเคยเตือนมันมาก็หลายรอบ “ถ้ากูเป็นน้องไหมนะ กูจะทำให้มึงเสียดายจนนอนไม่หลับเลยไอ้มาร์ช”
ณกรยกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่มเพิกเฉยต่อถ้อยคำพวกนั้น หากบอกว่าไม่เสียดายก็คงปฏิเสธได้ไม่เต็มปาก แต่หลายวันมานี้ก็ยังกินอิ่มนอนหลับดี
“ถ้าไหมเจอคนที่ดี กูก็ดีใจด้วย”
ในสายตาณกรแล้ว ใยไหมเป็นผู้หญิงที่น่ารักดูน่าทะนุถนอม ยิ่งได้เข้าใกล้ได้ทำความรู้จักด้วยยิ่งน่าจะมีความคิดที่อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์
“เป๋อยู่นะมึง ดูเสียอาการ”
“มันก็มีบ้าง” ณกรแค่นยิ้มกับตัวเอง “ตั้งสี่ปี”
“มึงยังเป๋ น้องคงเสียใจไม่น้อย” คนนอกอย่างพิรัชย์สันนิษฐาน ปกติแล้วเขาไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเท่าไร
แต่เคสของณกรกับใยไหมนั้นเป็นคนรู้จักของเขาทั้งคู่ ตัวเขานั้นเป็นคนกลางที่ค่อนข้างลำบากใจพอสมควร
“แต่ถึงขั้นเป็นฝ่ายเอ่ยปากเลิก น้องคงคิดมาดีแล้ว”
คำพูดนั้นส่งผลให้ณกรชะงักทันที มือที่กำลังจะยกแก้วขึ้นได้แต่นิ่งค้างกลางอากาศอยู่อย่างนั้น
แวบหนึ่งก้อนเนื้อข้างซ้ายมีอาการเสียดแทงขึ้นมาเมื่อนึกถึงแววตาตัดพ้อรวมถึงถ้อยคำต่างๆ ในอดีต
‘ไหมแค่อยากให้พี่มาร์ชรู้ว่าความรู้สึกคนเรามันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ’
‘…’
‘รักได้ก็เลิกรักได้เหมือนกัน แล้วถ้าวันหนึ่งความรู้สึกของไหมเปลี่ยนไปแล้ว ไหมก็อยากให้พี่มาร์ชเข้าใจ’
‘ไหมกำลังขู่พี่?’
‘ไม่อยากให้ตีความไปแบบนั้น แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครอยากอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ อย่างไหมหรอก’
‘ไม่เอาน่ะคนเก่ง บรรยากาศกำลังดีๆ น้องไหมเปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่าค่ะ’
‘พี่มาร์ชมีความสำคัญกับไหมมากนะคะ พี่มีค่าต่อหัวใจของไหม แต่ถ้าวันไหนที่ไหมตัดสินใจจบทุกอย่าง ต่อให้พี่เคยสำคัญมากแค่ไหนไหมก็จะลืมให้หมด’
ป่านนี้ก็คง...ลืมเขาไปหมดแล้วมั้ง
“จะกลับหรืออยู่ต่อ” พิรัชย์เลิกคุยเรื่องของหัวใจ ภายนอกมันดูปกติแต่ในฐานะที่เป็นเพื่อนณกรมาหลายปี
เขามองเห็นอาการเซื่องซึมของมันอยู่บ้าง แม้ว่าจะเล็กน้อยแต่ก็ถือว่าเกินคาดอยู่เหมือนกัน
ใจหนึ่งก็สมน้ำหน้าแต่อีกใจก็ไม่อยากซ้ำเติมไปมากกว่านี้
แต่สิ่งที่รู้สึกได้เลยคือดีใจกับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างใยไหมที่หลุดพ้นจากณกรได้ คิดไว้อยู่แล้วว่ามันต้องมีวันนี้วันที่ฝ่ายหญิงทนไม่ไหว
เรื่องของ ‘ความรัก’ ไม่มีคนโง่หรือคนฉลาด มีแค่รักกับไม่รัก
สำหรับตัวณกรแล้ว พิรัชย์มองว่ามันรัก...แต่รักในที่นี้คือไอ้มาร์ชมันรักตัวเองมากกว่าใยไหมก็เท่านั้น
“คงกลับเลย ไม่รู้จะอยู่ต่อทำไม”
ณกรกระดกแก้วตรงหน้าขึ้นดื่มจนหมด ตอนแรกเขาแพลนจะอยู่ที่นี่ยาวหลังจากที่พรีเซนต์งานกับลูกค้าจบ
งานพวกเขาทำที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน
“กลัวเจอหน้าน้องแล้วช้ำใจหรือไงมึง” ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเลิกเย้าแหย่แต่ก็อดแซะเพื่อนตัวเองไม่ได้
ณกรแค่นหัวเราะนึกอยากหันไปตบหัวเพื่อนแรงๆ สักรอบ ตัวเขาไม่ได้มีปัญหาถ้าต้องเจอใยไหม
เพียงแต่ไม่อยากให้น้องลำบากใจ รู้ตัวอยู่ว่าที่ผ่านมาทำไม่ดีกับหญิงสาวไว้เยอะ
“กูเจอได้ ไม่ติดขัดอะไร” คนพูดชูแก้วขึ้นเมื่อบาร์เทนเดอร์หันมาทางนี้พอดี “แต่คิดว่าช่วงนี้น้องคงไม่พร้อมบังเอิญเจอกูเท่าไร”
“แล้วมึง” พิรัชย์เว้นช่วงไว้ประมาณหนึ่ง “คิดจะรีเทิร์นเปล่าวะ”
ณกรชะงักไปชั่วครู่
“คงไม่ว่ะ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นพลางทบทวนกับคำถามเพื่อน “เลิกกันแล้วมันก็ต่อติดยากเปล่าวะ”
พิรัชย์ลอบยิ้มมุมปาก “แน่ใจ?”
