บทที่ 15 15
เห็นอาการเพื่อนตอนนี้แล้วอัษฎาก็เบาใจ เพราะใยไหมไม่เหมือนคนที่เพิ่งเลิกกับแฟนเท่าไร
“แล้วงานโอมเป็นยังไงบ้าง” ไม่อยากพูดถึงคนในอดีตอีก เธอจึงดึงเรื่องงานขึ้นมาถาม
“ก็ดี” พอนึกถึงงานอัษฎาแทบจะเลื้อยลงไปกองกับพื้น “หมายถึงดีที่ไม่ตาย”
“ขนาดนั้น?” ใยไหมหัวเราะร่วน แต่ก็แอบรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ชวนคุยผิดเรื่อง
“คืออย่างที่เคยคุยกัน ฉันเพิ่งลาออกจากบริษัทใหญ่เพราะเบื่อระบบต่างๆ ทีนี้เพื่อนของแฟนแนะนำให้ไปสมัครบริษัทที่ทำอยู่ตอนนี้ เป็นพวก startup อะ”
“แล้วไม่ดีเหรอ”
“มันก็ดี ทุกคนในออฟฟิศดีมาก แต่คนมันน้อยไง อย่างตอนอยู่ที่เก่าฉันทำหน้าที่แค่ดีไซน์ถูกปะ แต่พอมาอยู่นี่ก็ต้องรวบหลายหน้าที่ ยิ่งช่วงขีดเส้นตายก็แทบกินนอนกันในออฟฟิศ”
ได้พูดทีก็เหมือนได้ระบาย
“ละก่อนหน้านี้ทำโพรเจกต์ใหญ่อยู่ ที่มานั่งกับแกตรงนี้ได้นี่ก็เพราะว่าเพิ่งทำเสร็จ รอทางบริษัทพรีเซนต์กับลูกค้าอีกที ถ้าทางนั้นเซย์เยสถือว่าอีโอมนอนตายตาหลับได้ ดีหน่อยที่ฉันมี Team Lead หล่อประดุจเทพบุตรลงมาจุติเลยมีอาหารตาให้มองบ้าง แต่ถึงงั้นก็เถอะ เวลางานคือไม่เคยออมมือให้ฉันเลย”
“ผ่านอยู่แล้ว โอมตั้งใจทำขนาดนี้” ฟังจากการที่อัษฎาร่ายยาวเหยียดมานี่ก็พอรู้ว่าเพื่อนน่าจะเครียดกับงานอยู่พอสมควร
“สาธุย่ะ”
“ว่าแต่ Team Lead คืออะไร หัวหน้าเหรอ”
“อือ หัวหน้าหรือจริงๆ ก็บอสเลยแหละ พี่เขาเป็นเจ้าของบริษัทหุ้นกับเพื่อนร่วมสร้างกันมา ยังหนุ่มๆ กันอยู่เลย เหมือนจับทางถูกด้วย บริษัทโตโคตรไว”
“เก่งเนอะ ประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้”
อาจจะด้วยยุคสมัยเปลี่ยนไป เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เดี๋ยวนี้คนรุ่นราวคราวเดียวกับเธอหรือแม้แต่คนที่อายุน้อยกว่าก็สามารถสร้างตัวได้ไว
“เก่งดิ เนื้อหอมมากด้วย อยากจะแนะนำให้แกแต่ก็ไม่เอาดีกว่า” อัษฎายักคิ้วใส่เพื่อนสาว
“หวงอะดิ” ใยไหมว่าเสียงกลั้วหัวเราะ
“ฉันก็มีหลัวแล้วปะ”
ชายหนุ่มหัวเราะคิกคัก ก่อนจะกลับเข้าสู่โหมดจริงจัง
“ที่ไม่อยากแนะนำให้แกเพราะพี่เขามีแฟนแล้วย่ะ”
ใยไหมพยักหน้ายิ้มรับ ถึงต่อให้บอสของเพื่อนยังไม่มีแฟนก็คงไม่ใช่เรื่องของเธอ ตอนนี้ขอพักเรื่องความรักไปก่อนยาวๆ
“เออจะว่าไปพี่เขาก็เคยเรียนมหา’ลัยเดียวกับเราด้วยนะ”
ระหว่างนั้นพนักงานสองสามคนพากันมาเสิร์ฟของบนโต๊ะ ใยไหมจัดการหยิบจำพวกผักลงหม้อก่อนอันดับแรก ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอัษฎา
“ไหมรู้จักหรือเปล่า” เธอดึงบทสนทนาก่อนหน้านี้ขึ้นมาพูดอีกครั้ง
“ไม่น่ารู้จักนะ เพราะก่อนหน้าเราหลายรุ่นอยู่ ไม่ค่อยคุ้นหน้าพี่เขาด้วย อีกอย่างถ้าหล่อๆ แบบนั้นเห็นยังไงฉันก็ต้องจำได้”
ใยไหมเลิกสนใจเรื่องนั้นเพราะตอนนี้สิ่งที่ดึงดูดเธอคือกลิ่นหอมๆ จากหม้อน้ำซุปซึ่งกำลังเดือดได้ที่ จะว่าไปมันก็นานมาแล้วที่ได้กลับมานั่งกินอะไรกับเพื่อน กินไปคุยไปพร้อมกับรำลึกวันวานสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
กับคนอื่นๆ เรียนจบแล้วต่างก็ห่างหายไปจากชีวิต เหลือเพียงอัษฎาคนเดียวที่ยังติดต่อกันเสมอต้นเสมอปลายแม้ว่าอีกฝ่ายจะใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ
“กินเยอะๆ ยายไหม ช่วงอกหักแรกๆ น้ำหนักลดลงไปกี่โลยะ” แหล่งโปรตีนถูกตักขึ้นจากหม้อมาใส่ถ้วยใยไหมจนล้น
ใยไหมกำลังจะอ้าปากบอกให้เพื่อนเลิกตักให้ ทว่ากลับมีคนรู้จักของอัษฎาตรงเข้ามาหาที่โต๊ะเสียก่อน
“ไอ้โอม ไหนมึงบอกไม่ว่าง ที่แท้มากับสาว”
ผู้ชายคนหนึ่งที่เมื่อครู่เหมือนจะเดินผ่านโต๊ะไปแล้ว แต่ก็ถอยหลังกลับมาแล้วเอ่ยทักอัษฎา แม้ประโยคหลังเสียงจะแผ่วลงแต่ใยไหมกลับได้ยินชัดเจน
หนำซ้ำคนพูดยังเหลือบมองมาทางเธอ ก่อนที่ม่านตาของเขาจะขยายขึ้น
เขาคือพลเมืองดีคนนั้น ไม่คิดว่าจะรู้จักกับอัษฎาด้วย
“เพื่อนผมค้าบ พี่เขม”
‘พี่เขม’ ที่เพื่อนว่านั้นดูชะงักเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยทักอะไร ซึ่งใยไหมก็ทำเพียงส่งยิ้มตามมารยาทกลับไปให้
“ไว้ชดเชยวันหลังนะพี่ ผมนัดกับเพื่อนไว้ก่อนแล้ว”
ใยไหมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบไลน์ใบหม่อนที่ทักมาถามว่าทำอะไรอยู่ เธอจึงส่งรูปที่กดถ่ายไว้ก่อนหน้านี้ให้คนเป็นพี่ พร้อมกับบอกว่าออกมากินข้าวกับอัษฎา
พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่พบ ‘พี่เขม’ ของเพื่อนแล้ว
“โลกกลมฉิบ เจอบอสตัวเอง นึกไงมากินชาบูกันวะ” อัษฎาส่ายหน้ายิ้มๆ “ปกติโน่น พากันไปทองหล่อ”
“คนนี้เหรอรุ่นพี่ที่โอมพูดถึง”
ใยไหมครุ่นคิดพยายามนึกจนออกทางสีหน้า “ไหมไม่คุ้นหน้า สงสัยพี่เขาจบก่อนเราหลายรุ่นแหละ”
“คือบริษัทฉันมีบอสอยู่สามคน” ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นจิบน้ำ “แต่คนที่หมายถึงอะ ไม่ใช่พี่เขม”
“เขาดูเป็นกันเองกับโอมดีนะ”
ไม่นับเรื่องที่อุตส่าห์มีน้ำใจช่วยเธอถือของข้ามถนนครั้งนั้นอีก ใยไหมเดาว่าชายหนุ่มคงเห็นตอนที่เธอเกือบโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยว แล้วยังยืนเก้ๆ กังๆ ไม่กล้าข้ามถนนถึงได้อาสามาช่วย
“เออดิ พี่เขมใจดี เหมือนจะโสดด้วยมั้ง” คนพูดยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แถมยังยักคิ้วกันอีก
“สนปะ?”
ใยไหมส่ายหน้านึกเหนื่อยใจที่เพื่อนพยายามขายของให้เต็มที่ จะให้เธอเริ่มต้นกับใครใหม่ตอนนี้ยังไม่ได้หรอก ช่วงที่ผ่านมาหัวใจทำงานหนักเกินไป ขอพักร้อนยาวๆ ก่อนแล้วกัน
“ไม่สนค่ะคุณโอม เลิกขายของได้แล้ว”
ไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย ถ้าต้องเปิดรับให้ใครเข้ามาอีกครั้ง...
พอเห็นเพื่อนไม่มีทีท่าสนใจบอสตัวเองจึงล้มเลิกความตั้งใจ
“ไหมสั่งของเพิ่มหน่อยดิ เอาหมูสาม เบคอนสาม กุ้งสอง แกเอาไรก็เขียนไปเลยทีเดียว”
“ถ้ากินไม่หมดเขาปรับหรือเปล่า”
