บทที่ 5 5
“ไม่เจอกันนานเลยนะคะน้องไหม” น้ำเสียงนั้นนุ่มทุ้ม อีกทั้งนัยน์ตายังอ่อนแสงลงกว่าเดิมหลายเท่า
“นึกว่าจะไม่ทักพี่แล้วเสียอีก”
“อะไรยังไงคะเนี่ย” แฝดคนน้องเอ่ยถามแล้วหรี่ตามองชายหนุ่ม “พูดเหมือนเจอกันบ่อย”
“ทำไมคะ หวงพี่สาวเหรอ” ณกรหลุดหัวเราะวางมือบนศีรษะใบไผ่แล้วจับโคลงไปมา ก่อนที่จะเหลือบมองไปยังคนที่เอาแต่ปั้นหน้านิ่ง ไม่เหมือนช่วงเวลาที่เคยอยู่ด้วยกัน
“ถ้าพี่ทำให้น้องไหมคิดมาก พี่ขอโทษนะคะ พี่แค่ล้อเล่น”
ล้อเล่น…
คำนี้เหมือนมีดแหลมๆ ปักเข้ากลางใจใยไหม ฝ่ามือบางกำเข้าหากันแน่น
“พี่ไหมไม่โกรธหรอกค่ะ ขานี้เขาโกรธคนยาก แต่ถ้าโดนโกรธเข้าก็ตัวใครตัวมันนะคะ”
ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดสี่คนมีใยไหมนี่แหละที่ใจเย็นที่สุดในบ้านแล้ว
“มัวแต่คุยเพลิน เพื่อนพี่มาร์ชรอแย่แล้วค่ะ ไผ่กับพี่ไหมกลับก่อนดีกว่า พี่ไหมเขาต้องรีบกลับไปเคลียร์ออร์เดอร์อีก”
ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มไล่มองวงหน้างามก่อนทิ้งสายตาอย่างอ้อยอิ่งที่ริมฝีปากบาง คิดถึงยามที่นาบปากลงไปเคล้าคลึง รสชาติหวานหอมยังติดอยู่ในห้วงอารมณ์ไม่จางหาย
ไลน์ที่ส่งไปเมื่อคืนน้องยังไม่ยอมตอบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ใยไหมออกอาการแง่งอนใส่กัน และทุกครั้งเธอก็จะเป็นฝ่ายหายงอนไปเอง
ทว่ารอบนี้ทั้งแววตารวมถึงการแสดงออกถึงได้ดูห่างเหินกันมากนัก ไม่มีอาการเก้อเขินเหมือนกับทุกครั้งที่บังเอิญเจอกัน
“ไว้พี่จะแวะไปอุดหนุนนะคะ” แม้ห่างกันแค่วันเดียว ณกรยังคะนึงหากลิ่นหอมละมุน เป็นกลิ่นขนมซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหญิงสาว
“ยินต้อนรับค่ะ ช่วยเหมาหน่อย” ใบไผ่ขายของเต็มที่
“ไปแน่นอนค่ะ”
ณกรย้ำชัด ริมฝีปากหยักแย้มสรวลบางเบา
“ช่วงนี้…พี่อยากกินของหวาน”
เขาทิ้งท้ายคำพูดกำกวมไว้ สำหรับใบไผ่อาจไม่ทันได้สงสัยฉุกคิดอะไร แต่กับใยไหมแล้วเธอรับรู้ว่าณกรนั้นกำลังสื่อความหมายว่าอย่างไร
‘ไหมมีความหมายสำหรับพี่’
‘พี่ไม่ชอบเวลาที่เราทะเลาะกัน’
‘ไหมกำลังเข้าใจผิด พวกนั้นก็เพื่อนๆ กันทั้งนั้น’
อาจเพราะเธอมีเพื่อนที่เป็นเพศเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ เลยไม่เข้าใจว่าทำไมคนอย่างณกรถึงมีเพื่อนผู้หญิงมากหน้าหลายตา
เขาคิดว่าเธอโง่ ซึ่งบอกตามตรงก็คงใช่ ‘โง่’ ที่รู้ทุกอย่างแต่ก็ยังอดทน เพราะไม่อยากสูญเสียเขาไปให้ใคร ยอมเป็นของตายเป็นคนในความลับที่ไม่อาจเปิดเผยสถานะให้ใครรับรู้ได้
ใยไหมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ดวงตายังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างที่ตัวเองเคยชอบอิงแอบแนบซบ ทั้งที่เมื่อครู่เขายังส่งสายตากรุ้มกริ่มให้กัน แต่พอหันหลังณกรก็มีผู้หญิงคนอื่นข้างกายเหมือนเคย
ถ้ายังทน มันจะกลายเป็นแผลเรื้อรังไปในที่สุด ซึ่งเธอไม่ปรารถนาให้เป็นแบบนั้น
“แพรวพราวเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ” ใบไผ่แค่นหัวเราะ “นี่ถ้าไม่ใช่พี่ที่รู้จักกันมานานนะ พี่มาร์ชก็คือหนึ่งในคนที่ไม่ควรเข้าใกล้”
“…”
ขนาดน้องสาวเธอยังมองออกทะลุปรุโปร่ง
ทำไงได้ เวลาเรารักใคร หลงใคร มันคือช่วงเวลาที่ตาบอด กว่าจะเบิกเนตรได้ก็ต้องเจ็บจนกว่าจะช้ำ
“ผู้ชายแบบนี้อะ อันตราย”
ใยไหมไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร นอกจากอยากเบี่ยงเบนความสนใจไปยังเรื่องอื่น เพราะไม่อยากได้ยินชื่อผู้ชายคนนี้อีก ตอนนี้แผลยังสดใหม่คงต้องใช้เวลาเยียวยาสักพัก
“พี่ไหมสตาร์ตรถเลย เดี๋ยวไผ่จัดการเก็บของหลังรถเอง”
“โอเค”
ครืด ! ครืด !
เจ้าของร่างบางชะงักฝีเท้าล้วงโทรศัพท์ขึ้นมา ข้อความไลน์แจ้งเตือนซึ่งถูกส่งมาจากคนที่เพิ่งแยกจากกันเมื่อครู่ ลำคอของใยไหมตีบตัน เพราะสิ่งที่เขาส่งมานั้นก็ไม่ได้ต่างอะไรจากครั้งก่อนๆ
หากเธอยอม…มันก็จะวนกลับลูปเดิม
Marsh : โกรธอะไรพี่หรือเปล่า ?
Marsh : มะรืนเราไปกินข้าวกัน เจอกันที่เดิมดีไหม ?
Marsh : โอเคนะครับคนดี
ฝ่ามือบางลูบหน้าอกระบายลมหายใจอันหนักหน่วง จากนั้นจึงตัดสินใจเลื่อนปลายนิ้วกดบล็อกเบอร์ณกรทุกช่องทาง
สี่ปีที่ผ่านมา...เธอเหนื่อยเกินกว่าที่จะวิ่งตามเขาแล้ว
ไร่ชมรัก
บรรยากาศค่ำคืนนี้ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความอบอุ่นแม้แขกมีไม่มาก งานวันเกิดคุณลุงณดลเป็นเพียงงานกินเลี้ยงเล็กๆ เหมือนงานพบปะเพื่อนฝูงและลูกหลานมากกว่า
ใบหม่อนเป็นฝ่ายนำทัพนำของขวัญไปให้เจ้าของไร่ ส่วนใยไหมถือเค้กที่เลือกทำเป็นสูตร Low fat ให้กับท่าน
พูดคุยกันสักพักท่านก็เอ่ยปากให้อยู่ตัดเค้กแล้วก็นั่งกินของอร่อยๆ ด้วยกันก่อน ในสายตาของใยไหมแล้วคุณลุงณดลค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ที่สุขุมแต่เป็นคนใจดีไม่ถือตัว
ใบหม่อนจับจูงมือน้องสาวพาไปหาที่นั่ง ซึ่งโต๊ะที่ยังว่างนั้นทำเอาคนเป็นพี่สาวลอบมองหน้าน้องเมื่อเห็นว่ามีณกรและแขกของเขานั่งอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งใยไหมจำได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เจอวันก่อน
“ตัวโอเคหรือเปล่า ถ้าเรากลับบ้านตอนนี้มันจะเสียมารยาทไง”
ใบหม่อนถามเสียงแผ่วเบา
“ไหมโอเค ไม่ได้เป็นอะไรเลย” เธอกระชับฝ่ามือพี่สาว “อีกอย่างวันนี้ตั้งใจหาเวลาคุยกับเขาด้วย ไหมจะได้รู้ทิศรู้ทางว่าต้องเดินไปทางไหน”
คนฟังหัวใจวูบไหวรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของน้องสาวตัวเอง นึกโกรธพี่ชายตัวต้นเหตุที่ยังนั่งพูดคุยดูเฮฮากับผองเพื่อนเหมือนไม่รับรู้ปัญหาที่ก่อเกิดกลางใจคนรัก
“งั้นไป มีเค้าอยู่ไหมไม่ต้องกลัว” ใบหม่อนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกจนใยไหมนึกขำ ทำเหมือนจะไปสู้รบกับใครอย่างนั้น
ส่วนเธอนั้น...เหนื่อยเกินกว่าจะรบรากับใครได้อีก
ทันทีที่พวกเราเดินไปหยุดที่ลังไม้ที่ถูกดัดแปลงทำเป็นที่นั่ง เสียงของทุกคนในวงโต๊ะกลับเงียบลงแล้วพากันเมียงมองมาที่เธอกับพี่สาวโดยอัตโนมัติ
