บทที่ 8 8
ถุงขยะสีดำถูกลากออกจากห้องนอนก่อนที่ใยไหมจะตัดสินใจอุ้มมันขึ้นแล้วเดินไปยังลานระเบียงหน้าบ้าน ได้ยินเสียงพูดคุยกระหนุงกระหนิงของพี่สาวกับแฟนหนุ่มผ่านโทรศัพท์แล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้
พี่พริกปฏิบัติตัวดีกับใบหม่อนเสมอมา แทบไม่เคยเห็นชายหนุ่มทำให้พี่สาวเธอเสียใจเลยสักครั้ง
“รีบมาเร็วๆ เลย เดี๋ยวเค้าย่างรอให้นะ” เพราะวีรากรเป็นหมอ ดังนั้นเวลาว่างของชายหนุ่มจึงมีน้อยแต่ทุกครั้งที่มีเวลาว่างก็แทบหายตัวจากโรงพยาบาลมาหาพี่สาวเธอทันที
“ไม่ต้องหม่อน มันไม่ได้หนักขนาดนั้น ไหมถือได้”
หลังจากที่ใบหม่อนวางสายก็หันมาเจอเธอพอดี คนเป็นพี่ทำทีจะลุกขึ้นมาช่วยหอบของแต่เธอห้ามไว้ ดูเหมือนใบหม่อนจะเตรียมทุกอย่างไว้ให้เสร็จสรรพทั้งที่ปกติของพวกนี้จะเป็นหน้าที่เธอ
“กินเลยเปล่า หรือจะจัดการเจ้าพวกนี้ก่อน?”
ใบหม่อนบุ้ยปากไปทางถุงดำที่วางอยู่ข้างตัวน้องสาว
“เค้ายืมปี๊บลุงเชิดมาให้”
ใยไหมคลี่ยิ้มแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ บนโต๊ะนั้นมีเตาที่ยังไม่ได้ก่อไฟ มีของสดรวมถึงเครื่องเคียงละลานตาไปหมด ถ้าไม่ให้รักพี่น้องตัวเองแล้วจะไปรักใครได้อีก
“เออไหม เดี๋ยวพี่พริกมากินด้วยนะ ไม่ว่าอะไรใช่เปล่า”
“จะไปว่าอะไร” หญิงสาวระบายยิ้มพลางส่งสายตาเย้าแหย่ “เข้าใจว่าคิดถึง สวีตกันได้ไม่ต้องเกรงใจไหม”
ปี๊บของลุงเชิดถูกนำมาก่อไฟจากนั้นใยไหมเริ่มหย่อนของลงไปทีละชิ้นเริ่มจากตั๋วหนังที่ตัวเองหวงแหน
มองเศษเสี้ยวความทรงจำที่ค่อยๆ โดนไฟไหม้จนสุดท้ายมันกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน
ปลายนิ้วเรียวไล้กรอบหน้าคมคายผ่านรูปถ่าย ยิ่งมองหัวใจเธอยิ่งกลับมาทำงานหนักจนต้องปิดเปลือกตาลง ลำคอตีบตันจนรู้สึกทรมาน
เธอรักเขา...รักเขาคนเดียว
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามันไม่ใช่สิ่งที่คนรักเขาทำกัน ณกรปล่อยให้มันเรื้อรังมานานเกินกว่าเธอจะย้อนกลับไปได้แล้ว การตัดสินใจเดินออกมาจากจุดเดิมไม่ใช่ว่าเธอเข้มแข็ง เพียงแต่มันไม่สามารถไปต่อได้
“โอเคหรือเปล่าไหม” ความอบอุ่นจากฝ่ามือของพี่สาวดึงสติเธอกลับคืนมา
ใยไหมพ่นลมหายใจด้วยความยากลำบาก กระบอกตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้เกิดจากเพลิงอัคคีตรงหน้าหรือเป็นเพราะความเสียใจที่เอ่อล้นออกมา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนที่จะตัดสินใจปล่อยรูปถ่ายในมือลง
เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนไม่หลงเหลือหลักฐานแห่งความทรงจำ
ใบหม่อนเขยิบตัวเข้าใกล้น้องสาวมากขึ้น เป็นห่วงความรู้สึกใยไหม เมื่อครู่น้องมีท่าทีไม่สู้ดีเท่าไรนักซึ่งเธอก็เข้าใจ ยังอยู่ในช่วงแผลสดอาจยังมีบางเวลาที่คงเผลอนึกถึงเรื่องเก่าๆ อยู่บ้าง
พอนึกถึงก็จะเจ็บปวดรวมถึงโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน แต่สำหรับใยไหมแล้วใบหม่อนคิดว่าน้องคงไม่คิดโกรธหรือแค้นฝังหุ่นหรอก
เธอรู้ดี...ใยไหมไม่ใช่คนแบบนั้น
ใบหม่อนคิดว่าเมื่อครู่เธออาจจะกังวลมากเกินไปหน่อย เพราะตอนนี้ใยไหมกำลังนำทุกอย่างที่อยู่ในถุงดำเทใส่ถังปี๊บด้วยแววตาที่แตกต่างไปจากตอนแรก
ก่อนที่คนเราจะสร้างเกราะป้องกันหัวใจได้ ก็คงต้องผ่านความเจ็บปวดไปก่อนกระมัง ใบหม่อนเชื่อว่าสักวันหนึ่งใยไหมจะเจอคนที่ดีกว่านี้
คนที่รักน้องสาวเธอด้วยหัวใจจริงๆ
เสียงรถยนต์ดังขึ้นทำให้ใบหม่อนหันกลับไปมองเพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้หูแว่วไปเอง
เธอจำเสียงรถของวีรากรได้แต่เมื่อครู่ดูเหมือนจะมีรถมาสองคัน และเมื่อเพ่งมองดีๆ คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากัน
“พี่พริกมาแล้ว” ใบหม่อนหันไปบอกคนเป็นน้อง “แต่ไม่ได้มาคนเดียว เพราะพี่มาร์ชมาด้วย”
“…”
ใยไหมชะงักไปชั่วครู่ แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง ยังคงนั่งนิ่งมองเศษซากที่กลายเป็นผุยผง
“กลับเข้าบ้านไหม? เดี๋ยวเค้ารับหน้าให้เอง” คนเป็นพี่เสนอพร้อมกางปีกปกป้องน้อง
ทว่าใยไหมกลับส่ายหน้าปฏิเสธแล้วหันมองใบหม่อนก่อนที่จะส่งยิ้มให้ ถ้ากลับเข้าบ้านก็ไม่ต่างอะไรจากการหนีปัญหา
“ไม่เป็นไรหม่อน”
ดวงตากลมโตย้ายไปจับจ้องร่างสูงใหญ่ที่เดินหน้าเครียดเข้ามา สำหรับณกรแล้วเขาคงคิดว่าเธอแค่งอนเหมือนทุกครั้ง
“เขาคงอยากจะคุยกับไหม”
ณกรคงไม่รู้ว่าเวลาสำหรับเรามันได้หมดลงไปแล้ว
ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มคงหัวเสียน่าดู แม้กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังคงคิดว่าเธอแค่ ‘งอน’ ดูท่าทางแล้วคงไม่ได้เก็บเอาคำพูดในวันนั้นกลับไปคิดสักนิด
ความรู้สึกของเธอไม่ใช่ของเล่น ที่ผ่านมาณกรล้อเล่นกับหัวใจเธอมามากเกินพอ
ใยไหมรับรู้ถึงการปลีกตัวออกห่างของพี่สาวกับว่าที่พี่เขย ไม่กี่วินาทีต่อมามีคนทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ แค่เพียงได้กลิ่นน้ำหอมเธอก็จำได้ดีว่าคือใคร แน่นอนว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับณกรยังมีผลต่อเธอเสมอ
สัญญาณของความเจ็บปวดร้องเตือนเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างกัน และมันคือสิ่งที่เธอต้องผ่านไปให้ได้ จะไม่มีผู้หญิงหน้าโง่ที่เอาแต่นั่งรอเขาอีกต่อไป
“น้องไหม ทำอะไรคะ”
ณกรยอมเอ่ยขึ้นก่อนเมื่อคนตัวเล็กไม่สนใจกัน ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ
นัยน์ตาคมหรี่ต่ำมองของในถังที่ใยไหมกำลังใช้ที่คีบเหล็กเขี่ยไปเขี่ยมา คิ้วเข้มขมวดแน่นรู้สึกคุ้นตาข้าวของพวกนั้น
จะไม่คุ้นได้ยังไง ในเมื่อเขาเป็นคนซื้อเองกับมือทุกชิ้น!
“เคลียร์ของในห้องน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร “ไหมไม่ค่อยได้กลับมาบ้านที่นี่ รู้สึกว่าขยะมันเริ่มเยอะเกินไป”
