บทที่ 10 ของโปรดที่เหมือนกัน

หลังจากช่วยยายทำอาหารเสร็จในเวลาเกือบจะห้าโมง ปิ่นปินัทธ์ก็เขาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเหนียวตัวไปหมดเธอสวมกางเกงผ้าขายาวกับเสื้อเชิ้ตแขนกุดแล้วออกมานั่งดูทีวีอยู่กับคุณยาย

เมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมอกรัณย์กรก็โทรเข้ามา

“ถึงไหนแล้วคะหมอ”

“ตอนนี้ผมอยู่หน้าปากซอยกำลังงงๆ อยู่ผมต้องขับรถไปทางไหนนะต่อครับ”

“คุณหมอตรงเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ อย่าขับเร็วนะคะซอยมันแคบบางทีก็มีมอเตอร์ไซค์เข้าออกค่ะ พอมาถึงทางแยกเล็กที่มีดอกไม้สีเหลืองหมอก็เลี้ยวเข้ามาในซอยเลยค่ะ บ้านปิ่นอยู่ซ้ายมือหลังที่เจ็ดเดี๋ยวปิ่นจะออกไปยืนรอที่หน้าบ้านนะคะ”

“หมอมาแล้วเหรอปิ่นค่ะ เขากำลังเข้ามาในซอยแต่น่าจะงงกับเส้นทางอยู่เดี๋ยวปิ่นยื่นไปรอรับที่หน้าบ้านนะคะ”

ปิ่นปินัทธ์ออกยืนรอที่หน้าบ้านเมื่อเห็นรถยุโรปสีดำแล่นเข้ามาเธอก็โบกมือให้ เพราะมั่นใจว่าจะเป็นรถของคุณหมอเนื่องจากในซอยนี้ไม่มีใครใช้รถยนต์เลยนอกจากบ้านของเธอเพียงหลังเดียวเท่านั้น

ชายหนุ่มจอดรถหน้ารั้วและเปิดประตูลงมาพร้อมกับกระเช้าผลไม้อีกหนึ่งใบ

“สวัสดีค่ะหมอ”

“สวัสดีครับปิ่น”

“หมอเอาอะไรมาคะ”

“ผลไม้ครับ เอามาฝากคุณยาย”

“ไม่เห็นต้องลำบากเลยค่ะ”

“ก็ผมมาทานข้าวที่นี่จะไม่เอาอะไรเลยมันก็น่าเกลียด”

“เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ หมอหิวหรือยังคะ” หญิงสาวชวนคุย

“หิวมากๆ เลยครับวันนี้กินข้าวตอนสิบโมงจากนั้นก็ไม่ได้กินอะไรอีกเลย”

“งานยุ่งเหรอคะ”

“นิดหน่อยครับพอดีมีเคสที่น่าสนใจอาจารย์หมอก็เลยโทรตามให้ไปดูที่โรงพยาบาล”

“ปิ่นนึกว่าวันเสาร์หมอจะได้หยุดทั้งวัน”

“ไม่หรอกครับตอนเช้าไปราวน์คุณไข้แต่ในกรณีนี้ที่อาจารย์หมอโทรตามเราจะไม่ไปก็ได้แต่ผมเห็นว่ามันน่าสนใจเลยเข้าไปดูครับ”

ชายหนุ่มเดินตามปิ่นปินัทธ์เข้ามาในบ้านเขาเห็นหญิงสูงวัยนั่งอยู่บนโซฟาก็ยิ้มทักทาย ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็ยกมือไหว้

“สวัสดีครับคุณยาย”

“สวัสดีจ้ะ นี่ใช่มั๊ยคุณหมอที่หนูที่ปิ่นเล่าให้ยายฟัง”

“ค่ะยายหมอชื่อหมอรัณย์ค่ะ”

“ผมขอมาทานข้าวบ้านคุณยายสักมื้อนะครับ”

“ตามสบายเลยจ้ะ หมอหิวหรือยังล่ะ จะกินข้าวเลยไหม”

“ดีเหมือนกันครับยาย ผมหิวมากๆ”

“กับข้าวบ้านยายอาจจะเป็นกับข้างง่ายๆ นะไม่รู้หมอจะกินได้ไหม”

“ผมกินง่ายครับยาย”

หญิงสาวพากรัณย์กรเดินตามคุณยายไปยังห้องครัวที่อยู่ติดกับห้องรับแขก

“ผมขอล้างมือก่อนนะครับ” เมื่อชายหนุ่มล้างมือเสร็จก็มานั่งฝั่งตรงข้ามกับปิ่นปินัทธ์

“น่ากินจังเลยครับยาย มีปลาช่อนผัดคื่นช่ายกับหมูทอดของโปรดผมด้วย”

“คุณหมอชอบเหรอคะ”

“ครับผมชอบมากเลย”

“ใช่ครับผมชอบกินมากแต่ไม่ได้กินนานแล้วเพราะร้านอาหารตามสั่งเขาไม่ค่อยทำเมนูนี้”

“ถ้าคุณหมอชอบเดี๋ยวยายตักแบ่งเอาไปให้กินด้วยดีไหม”

“ไม่เป็นไรครับยายผมมากินแค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว”

“จะต้องเกรงใจกันทำไมล่ะ ปิ่นเล่าให้ฟังว่าหมอช่วยออมสินยายก็ขอบคุณมากๆ ถ้าอยากกินอีกก็บอกยายนะ เพราะหนูปิ่นก็ชอบกินเหมือนกัน”

“เหรอครับ บังเอิญจัง”

“ค่ะ ปิ่นชอบกินมากๆ”

.......

จากการเลี้ยงอาหารมื้อเย็นเพื่อเป็นการขอบคุณที่หมอกรัณย์กรช่วยเขียนประวัติให้ในครั้งนั้น ตอนนี้หมอกรัณย์กรก็ได้กลายเป็น แขกประจำที่มักจะแวะเวียนมาทานอาหารที่บ้านของปิ่นปินัทธ์บ่อยๆ จนคุณยายละมัยเริ่มสงสัยว่าทั้งสองคนกำลังคบกัน

“เขาก็แค่มากินข้าวเองค่ะยาย ไม่มีอะไรหรอก” ปิ่นปินัทธ์ตอบเมื่อถูกถามว่าตอนนี้กำลังคบกับหมอกรัณย์กรหรือเปล่า

“แต่ปกติยายไม่เห็นหนูพาเพื่อนที่ไหนมากินข้าวที่บ้านนะ”

“ก็เพื่อนส่วนใหญ่เขาเป็นคนแถวนี้นี่คะยาย เลิกงานเขาก็กลับบ้าน แต่หมอเขาเป็นคนกรุงเทพไม่ค่อยมีเพื่อนที่นี่เท่าไหร่”

“แต่ยายว่าหมอเขาต้องจีบหลานสาวของยายแน่ๆ เลยนะ”

“ไม่หรอกค่ะยายปิ่นก็แค่ครูธรรมดาคนหนึ่งคนอย่างหมอเขาต้องมีแฟนเป็นหมอด้วยกันสิคะ”

“ทำไมเป็นคิดแบบนั้นล่ะลูก”

“ก็มันจริงนี่คะส่วนใหญ่หมอก็จะเป็นแฟนกับหมอหรือไม่ก็เป็นแฟนกับเภสัชหรือพยาบาล พวกเขาทำงานลักษณะเดียวกันคุยกันรู้เรื่องมากกว่าค่ะ”

“เท่าที่ยายสังเกตยายว่าหมอรัณย์เขาต้องชอบหลานสาวของยายแน่ แล้วถ้าเกิดมันเป็นแบบนั้นจริงปิ่นคิดว่ายังไงล่ะ”

“ปิ่นไม่กล้าคิดหรอกค่ะยาย”

“ปิ่นตอบว่าไม่กล้าคิดแสดงว่าเคยคิดใช่ไหมล่ะ”

“มันก็มีนิดหน่อยค่ะยาย หมอเขาเป็นคนหน้าตาดีพูดจาสุภาพ เวลาที่ปิ่นคุยกับเขาแล้วรู้สึกดี รู้สึกสบายใจดีค่ะ”

“แสดงว่าปิ่นจะไม่ปิดกั้นตัวเองถ้าหากเขาจะขอเป็นแฟนใช่ไหมลูก”

“ปิ่นว่าเราอย่าคิดไปไกลเลยค่ะ ปิ่นกับเขาต่างกันมากแค่ได้เป็นเพื่อนกันก็ดีแล้วค่ะ”

“แต่ยายว่าตอนนี้ปิ่นก็โตพอที่จะมีแฟนแล้วนะ เท่าที่ดูก็เห็นว่าหมอเขาเป็นคนนิสัยดีคนหนึ่ง เขามาบ้านยายไม่ใช่จะคุยกับปิ่นแค่คนเดียวเหมือนคนที่เคยมาจีบเป็นคนก่อนๆ แต่หมอเขาถามสารทุกข์สุกดิบของยายด้วยมันเลยทำให้ยายรู้สึกว่าเขาใส่ใจปิ่นและคนรอบข้างดี”

“เขาอาจจะถามแบบนั้นเพราะเขามีอาชีพเป็นหมอหรือเปล่าคะ”

“ยายก็ไม่รู้นะ แต่เท่าที่สังเกตยายว่าเขาน่าจะชอบหลานสาวของยายบ้างล่ะ”

“ปิ่นก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ และไม่อยากคิดอะไรมากด้วยค่ะ”

“แล้วเสาร์นี้เขาจะมากินข้าวที่บ้านเราอีกไหม”

“ไม่ค่ะ วันเสาร์เขามีงานค่ะ แต่วันอาทิตย์เขาชวนปิ่นเข้ากรุงเทพค่ะ ปิ่นขอไปกับเขาได้ไหมคะ”

“ได้สิ ปิ่นโตแล้วไม่ต้องขออนุญาตยายก็ได้ ว่าแต่ปิ่นจะไปค้างด้วยไหม”

“ไม่หรอกค่ะ เราไปเช้าเย็นก็กลับ”

“จะกินข้าวเช้าก่อนไปไหมละยายจะได้ทำกับข้าวให้”

“ขอเป็นแค่ข้าวเหนียวหมูทอดก็พอค่ะยาย ง่ายดี”

“ได้จ้ะปิ่นอย่าลืมเตือนยายอีกทีหนึ่งนะ ยายจะได้หมักหมูไว้ตั้งแต่คืนวันเสาร์เช้ามาจะได้ทอดเลย”

“ค่ะยาย ถ้ายังงั้นปิ่นขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ ยายดูละครจบแล้วก็รีบเข้านอนนะคะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป