บทที่ 5 ขอโทษที่โทรมารบกวน

“ไม่ใช่แผลของปิ่นหรอกค่ะยาย ออมสินหกล้มหัวแตกปิ่นเลยพาไปโรงพยาบาลมา”

“โล่งใจไปที แล้วเด็กคนนั้นเป็นอะไรมากไหม”

“หมอเย็บไปเจ็ดเข็มค่ะยาย”

“ตายจริงคงเจ็บมากร้องไห้ลั่นโรงพยาบาลเลยหรือเปล่า” คุณยายละมัยเคยฟังหลานสาวพูดถึงเด็กชายออมสินอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นเด็กน่ารัก ช่างพูดช่างถาม

“ก็ประมาณหนึ่งค่ะคุณยายเมื่อกี้หนูแวะไปส่งเขาที่บ้านแม่เขาฝากหน่อไม้มาด้วยนะคะ”

“พอดีเลยยายกำลังอยากจะกินต้มจืดหน่อไม้”

“ปิ่นก็อยากกินค่ะ แต่เย็นนี้ขอกินข้าวเย็นก่อนได้ไหมคะหิวมากเลย ยายทำอะไรให้ปิ่นกินบ้างค่ะ”

“ยายว่าหนูไปเปลี่ยนชุดก่อนดีไหม เลือดเต็มเสื้อแบบนี้ยายไม่ชอบเลย” ยายละมัยมองชุดหลานสาวแล้วใจคอไม่ดีเท่าไหร่

“ปิ่นขอเวลาเปลี่ยนเสื้อและล้างหน้าไม่เกินห้านาทีค่ะยาย”

หลังจากทานข้าวเย็นกับคุณยายแล้วปิ่นปินัทธ์ก็จัดการปอกหน่อไม้และหั่นเป็นชิ้นใส่หม้อตั้งไฟบนเต่าถ่านเพราะคุณยายบอกว่าต้มเตาถ่านหน่อไม้จะหอมละหวานกว่า

“เดี๋ยวต้มทิ้งไว้แบบนั้นครึ่งชั่วโมงแล้วเทน้ำทิ้งให้หมดจากนั้นก็ค่อยตั้งไฟอีกรอบแล้วค่อยเอากระดูกหมูลงไปใส่นะจำได้ใช่ไหม”

“จำได้ค่ะยาย ปิ่นไม่ได้ต้มจืดหน่อไม้ครั้งแรกซะหน่อย ว่าแต่ในตู้เรามีกระดูกหมูใช่ไหม”

“มีสิก็หนูซื้อมาเมื่อวันก่อนยังกินไม่หมดเลย พรุ่งนี้เช้าเรามีกับต้มจืดแล้วหนึ่งอย่างแล้วปิ่นจะกินอะไรเพิ่มอีกไหม”

“แค่ต้มจืดหน่อไม้อย่างเดียวก็ได้ค่ะ ซดร้อนๆ กินก่อนไปทำงาน”

“กับข้าวอย่างเดียวมันจะพอเหรอยายว่าหมูทอดอีกอย่างดีไหม”

“ปิ่นไม่อยากให้ยายต้องตื่นมาทำกับข้าวทุกวันแบบนี้เลยค่ะ”

“ถ้าไม่ให้ยายตื่นมาทำกับข้าวแล้วจะให้ยายตื่นมาทำไมล่ะ”

“ยายก็นอนต่อตื่นสายๆ หน่อยก็ได้นะคะ ปิ่นก็รู้นี่ว่ายายชอบตื่นตั้งแต่ตีห้า”

“ตื่นสายมันจะทำอะไรไม่ทันเขาสิ”

“ปิ่นไม่อยากให้ยายเหนื่อย”

“ยายไม่เหนื่อยอะไรหรอกลูกแค่ทำกับข้าวให้ปิ่นเอง”

“ปิ่นเป็นโชคดีที่สุดเลยค่ะที่เกิดมาเป็นหลานยายมีกับข้าวกินอร่อยๆ ทุกวันเป็นรักยายนะคะ”

“ยายก็รักปิ่นจ้ะเอาละหนูปิ่นจะไปทำอะไรก็ไปนะยายจะดูละครสักหน่อย”

“ค่ะยาย”

........

กรัณย์กรตรวจผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินจนกระทั่งถึงเวลาห้าทุ่มจึงได้นั่งพักเหนื่อย เขานั่งอยู่หน้าจอเปิดคอมพิวเตอร์และดึงประวัติของเด็กชายออมสินขึ้นมาดูอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะติดใจเรื่องการทำประวัติแต่เพราะเขาอยากได้เบอร์โทรศัพท์ของคุณครูสาวที่ชื่อปิ่นปินัทธ์มากกว่า เพราะตั้งแต่ย้ายมาเป็นแพทย์ใช้ทุนที่นี่สองปีกว่าก็เขายังไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่สวยและถูกใจเท่ากับคุณครูคนนี้มาก่อน

ชายหนุ่มยังต้องประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้อีกครึ่งปี ถ้าหากระหว่างนี้เขาจะลองคบหากับเธอมันคงพอจะมีทางเป็นไปได้เท่าที่สังเกตดูเขาคิดว่าหญิงสาวคนนี้น่าจะยังไม่มีแฟนเพราะถ้าไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ตอบรับการนัดเลี้ยงข้าวของเขาไว้ง่ายๆ แบบนี้

กรัณย์กรบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของของเธอลงเครื่องของตัวเองไว้และลังเลว่าจะแอดไลน์ไปดีหรือเปล่าแต่คิดว่าจะรอเจอเธอพรุ่งนี้แล้วค่อยขออนุญาตแอดไลน์เพราะตอนนี้มันก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว

เขาบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของลงเสร็จแล้วหย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อกาวน์โดยไม่ทันสังเกตว่ามือตัวเองเผลอกดเธอออก

“หมอคะมีคนไข้ฉุกเฉินมากค่ะ” เสียงพยาบาลสาวทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงปลายสายที่ตอบรับ

ผู้ป่วยรายนี้มีอาการ ปวดท้องเกร็งใบหน้าซีดจากการซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้วเขาก็วินิจฉัยว่าคนไข้น่าจะอยู่ในภาวะไส้ติ่งอักเสบอย่างเฉียบพลันและอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดเร่งด่วน

แต่เขาก็ไม่สามารถผ่าตัดเองได้จึงถูกรายงานเคสกับอาจารย์หมอและส่งตรวจแล็ปต่างๆ ไว้รอ กว่าจะประสานงานกับทุกฝ่ายเสร็จแล้วส่งผู้ป่วยไปที่ห้องผ่าตัดก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง

หลังจากล้างมือเรียบร้อยแล้วคุณหมอหนุ่มก็เลยมีเวลานั่งพักเขาหยิบโทรศัพท์ตนเองขึ้นมาเล่นฆ่าเวลาแล้วก็เพิ่งเห็นว่าตนเองโทรออกไปหาคุณครูปิ่นปินัทธ์ซึ่งเธอน่าจะรับสายแล้วเพราะเวลาระบุการโทรไว้ที่สิบวินาที

เขาอยากจะโทรกลับไปหาเธอเพื่อจะบอกว่าเมื่อกี้มือเขาน่าจะเผลอไปโดนปุ่มโทรออกแต่พอดูเวลาแล้วมันก็เกือบจะตีหนึ่งก็เลยไม่ได้ โทรเพราะดึกขนาดนี้หญิงสาวน่าจะหลับไปแล้ว กรัณย์กรคิดว่าพรุ่งนี้จะโทรไปขอโทษหญิงสาวที่โทรไปรบกวนเธอกลางดึก

เช้านี้กรัณย์กรออกเวรในเวลาแปดนาฬิกา และกลับไปอาบน้ำที่บ้านพักอย่างเร่งรีบจากนั้นก็มาราวน์คนไข้และออกตรวจแผนกโอพีดีต่อจนกระทั่งถึงเวลาพักกลางวันจึงมีเวลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ชายหนุ่มเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้ตนเองจะต้องโทรศัพท์ไปขอโทษปิ่นปินัทธ์เขารีบกดโทรออก รอไม่นานเธอก็กดรับ

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับครูปิ่นปินัทธ์ใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ แล้วคุณคือใครคะ” หญิงสาวถามเพราะเมื่อคืนเบอร์นี้ก็โทรมาแต่ไม่ได้พูดอะไรเธอกลัวจะเป็นพวกมิจฉาชีพ

“ผมหมอคนเมื่อวานน่ะครับ”

“อ๋อ...คุณหมอกรัณย์กรใช่ไหมคะ”

“เรียกผมหมอรัณย์ก็ได้ครับ”

“ค่ะหมอรัณย์ คุณหมอมีอะไรหรือเปล่าคะ”

“เมื่อคืนผมได้โทรหาคุณใช่ไหมน่าจะซักเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆ”

“ใช่ค่ะคุณหมอโทรมาแต่ไม่ได้พูดอะไร ปิ่นรอสายอยู่แป๊บหนึ่งแต่ไม่มีคนพูดปิ่นก็เลยวางสายค่ะ”

“ผมขอโทษนะครับที่โทรไปรบกวนดึกแบบนั้น เมื่อคืนผมเพิ่งเมมเบอร์โทรศัพท์ของคุณเสร็จแล้วมีคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาผมไม่ทันได้สังเกตว่ามือตัวเองเผลอกดปุ่มโทรออก” เขารีบอธิบายอย่างรวดเร็ว

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณหมอจะโทรมาขอโทษแค่นี้ใช่ไหมคะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป