บทที่ 7 เขาไม่เรียกโชคดีหรอกค่ะ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คนเรามันก็ผิดพลาดกันได้ปิ่นไปก่อนนะคะ ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณเขาอีกครั้ง จากนั้นก็ขับรถออกจากหน้าโรงพยาบาลไป
หมอกรัณย์กรมองไปจนสุดสายตาจากนั้นเขาก็เดินกลับมาบ้านพักของตัวเองที่อยู่ด้านหลังโรงพยาบาล
ไม่รู้เพราะอะไรเขาถึงอยากจะคุยกับคุณครูคนนี้มากคุณพิเศษไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอผู้หญิงสวย แต่ปิ่นปินัทธ์เป็นผู้หญิงที่สวยหวาน ดูจิตใจอ่อนโยนเอามากๆ การที่เธอพาลูกศิษย์มาทำแผลทั้งที่ไม่ใช่ธุระของตัวเองเลยก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งแล้วว่าหญิงสาวเป็นคนที่จะจิตใจดีมากๆ คนหนึ่ง
มันทำให้เขารู้สึกสนใจและอยากรู้จักผู้หญิงคนนี้ให้มากขึ้น เขาอยากไปทานอาหารกับเธอตามที่คุยกันไว้ แต่ก็คงต้องรอให้ลูกศิษย์ของเธอตัดไหมเสร็จเรียบร้อยก่อน
กรัณย์กรทำธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จจากนั้นเขาก็โทรศัพท์ไปคุยกับมารดาซึ่งชายหนุ่มจะโทรไปหาท่านอยู่เป็นประจำ ถ้าหากวันไหนตนเองไม่ได้ขึ้นเวร
เมื่อคุยกับมารดาเสร็จแล้วก็โทรศัพท์ไปหาปิ่นปินัทธ์ตามที่บอกกับเธอไว้
“สวัสดีค่ะหมอ”
“สวัสดีครับครูปิ่น ครับผมโทรมารบกวนครูปิ่นหรือเปล่า”
“ไม่หรอกค่ะ หมอไม่ต้องเรียกปิ่นว่าครูก็ได้นะคะ”
“ครับ ผมอยากถามปิ่นลืมอะไรไปหรือเปล่า”
“ลืมอะไรคะ” หญิงสาวนึกไม่ออกว่าตนเองลืมอะไรเพราะวันนี้ก็พาลูกศิษย์ไปทำแผลตามนัดแล้ว
“ปิ่นสัญญาว่าจะเลี้ยงข้าวผมไงล่ะครับ” เขารีบทวงสัญญา
“อ๋อ...เรื่องนั้นปิ่นไม่ลืมหรอกค่ะ แต่ช่วงนี้ปิ่นไม่ว่างเลยตอนเย็นยังต้องพาออมสินไปล้างแผลรอให้ออมสินหายดีก่อนได้ไหมคะ”
“ได้ครับไม่มีปัญหา ตอนนี้ปิ่นกำลังทำอะไรอยู่ครับ”
“กำลังทำใบงานให้เด็กๆ อยู่ค่ะ”
“ใบงานนี้มันคล้ายๆ แบบฝึกหัดหรือเปล่าครับ”
“ก็ประมาณนั้นค่ะ”
“ปิ่นสอนนักเรียนชั้นอะไรครับ”
“ปิ่นสอนคณิตศาสตร์ค่ะ ป.1 ถึง ป.3 ค่ะ”
“สอนทั้งสามชั้นเลยเหรอครับ แบบนี้คงสับสนแย่”
“แรกๆ ก็มีสับสนอยู่บ้างค่ะ แต่ปิ่นสอนนักเรียนมาสามปีแล้วก็เริ่มจะชินค่ะ แล้วหมอรัณย์มาตรวจที่โรงพยาบาลนี้นานหรือยังคะ ปิ่นเคยพานักเรียนไปหาหมออยู่หลายครั้งไม่เคยเจอหมอเลย”
“ผมมาประจำที่นี่ได้สองปีกว่าแล้วครับ แปลกมากที่เราไม่เคยเจอกัน”
“หมอประจำอยู่ห้องฉุกเฉินเหรอคะ”
“ผมวนไปตามแผนกต่างๆ ครับ โชคดีจังนะครับที่เราได้เจอกัน”
“ปิ่นว่าเจอกันแบบนี้เขาไม่เรียกโชคดีหรอกค่ะ โชคร้ายมากกว่า”
“ปิ่นหมายถึงการเจอผมเหรอครับที่โชคร้าย”
“ไม่ได้หมายความอย่างนั้นค่ะ ปิ่นหมายความว่าการเจอกันในสถานการณ์แบบนี้มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะถ้าลูกศิษย์ของปิ่นเป็นอะไรไปมากกว่านี้ปิ่นก็คงแย่”
“แต่เด็กเขาหกล้มเองไม่ใช่เหรอครับ”
“ใช่ค่ะแต่เด็กก็อยู่ในความรับผิดชอบของครู ตราบใดที่พ่อแม่เขายังไม่มารับก็เป็นหน้าที่ของครูค่ะ” ปิ่นปินัทธ์คิดว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่มันถูกต้องแล้ว ถ้าเธอดูแลนักเรียนดีกว่านี้ออมสินก็คงจะไม่เจ็บตัว
“แต่ผมว่ามันไม่ใช่ความผิดของครูนะครับ เด็กก็ต้องซนเป็นธรรมดาอย่าคิดมากเลย หรือที่ปิ่นพูดแบบนี้เพราะแม่เขาหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ แม่ของออมสินเขาเข้าใจค่ะ แต่ปิ่นรู้สึกผิดนิดหน่อยแค่นั้นเองค่ะ”
“ผมว่าปิ่นทำดีที่สุดแล้วนะครับ”
“ขอบคุณค่ะที่เข้าใจปิ่น”
“เป็นครูนี่เหนื่อยเหมือนกันนะครับ”
“แต่ปิ่นว่าคงเหนื่อยไม่เท่าหมอหรอกนะคะ ครูมีหน้าที่แค่สอนหนังสือและดูแลเด็กเอง ไม่เหมือนหมอที่ต้องรับผิดชอบชีวิตด้วย หมอทำงานหนักมากกว่าครูเยอะเลยค่ะ”
“มันก็ถูกครับหมอเป็นอาชีพที่ทำงานหนักจริงๆ”
“แต่คนก็ยังอยากเป็นหมอกันเยอะนะคะ”
“ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”
“น่าจะเพราะรายได้ดีและดูมีเกียรติมั้งคะ”
“ผมว่าทุกอาชีพก็มีเกียรติเหมือนกันนะครับ ผมว่าการเป็นครูไม่ง่ายเลยนะครับ ถ้าไม่มีครูดีๆ สอนมาตั้งแต่เด็กๆ ผมจะโตมาเป็นหมอได้ยังไงจริงๆ แล้วผมว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่น่าชื่นชมและมีเกียรติมากอาชีพเลยทีเดียว”
“ขอบคุณนะคะที่มองอาชีพครูว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ” เธอรู้สึกขอบคุณกรัณย์กรจริงๆ เพราะน้อยคนจะคิดแบบเขา
“แม่ของผมเป็นครูมาก่อนครับ ผมเลยเข้าใจดีว่าอาชีพนี้ต้องเสียสละมากแค่ไหน โรงเรียนเลิกสี่โมงเย็นก็จริงแต่บางครั้งกว่าแม่ผมจะกลับถึงบ้านก็หกโมงเลยนะครับ ส่วนใหญ่ผมก็อยู่กับพี่เลี้ยงจะได้อยู่กับแม่จริงๆ ก็รู้เสาร์อาทิตย์ แต่บางครั้งวันเสาร์อาทิตย์ก็ยังต้องไปทำงานอีก”
“ก็ประมาณนั้นแหละค่ะ ถึงแม้มันจะผ่านมาหลายปีแล้วแต่อาชีพครูก็ยังทำหน้าที่เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน”
กรัณย์กรรู้สึกว่าเขากับปิ่นปินัทธ์คุยกันถูกคอมาก เขาอยากคุยกับเธอเรื่อยๆ ให้มากกว่านี้แต่เมื่อมองนาฬิกาแล้วก็คิดว่าตนเองรบกวนเธอมากเกินไป
“ปกติปิ่นจะนอนดึกหรือเปล่าครับ”
“ส่วนใหญ่ก็ไม่เกินเที่ยงคืนหรอกค่ะ หมอมีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าครับผมกลัวว่าจะโทรมารบกวนเวลางานของปิ่น”
“ไม่หรอกค่ะ หมอโทรมาก็เท่ากับว่าปิ่นได้พักงานจากหน้าจอ แล้วหมอล่ะคะ วันนี้ไม่ขึ้นเวรเหรอคะถึงมีเวลาโทรมาหา”
“วันนี้ไม่ได้ขึ้นเวรครับ ปิ่นจะว่าอะไรไหมถ้าโทรมาคุยกับปิ่นบ้าง”
“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ แต่ปิ่นอยากรู้ว่าทำไมหมอถึงอยากจะโทรมาหาล่ะคะ เพราะห่วงออมสินเหรอคะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมอยากหาเพื่อนคุย ผมอยู่ที่นี่ไม่ค่อยมีเพื่อนครับ เพราะถ้าวันไหนผมไม่ขึ้นเวรเพื่อนก็จะขึ้นเวรแทนก็เลยไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไหร่”
“หมอมาอยู่ที่นี่นานแล้วไม่มีเพื่อนหรือคนรู้จักเลยเหรอคะ”
“ก็พอมีครับแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นสายวิชาชีพเดียวกันคุยแล้วมันยิ่งเครียดกว่าเดิมครับ ผมอยากคุยกับคุณอาชีพอื่นบ้าง”
“ถ้าหมอคิดว่าคุยกับปิ่นแล้วทำให้หมอไม่เครียด ก็โทรมาคุยกับปิ่นได้ค่ะ”
“ขอบคุณครับพี่ถ้างั้นวันนี้ผมไม่รบกวนพี่แล้วนะ เป็นมีไลน์หรือเปล่าผมอยากแอดไลน์ไว้เผื่อบางทีเราอาจจะว่างไม่ตรงกันจะได้ทิ้งข้อความไว้”
“หมอแอดจากเบอร์โทรได้เลยค่ะ รูปโปรไฟล์เป็นรูปปิ่นเด็กนักเรียนค่ะ”
“ถ้างั้นวันนี้ผมวางสายก่อนนะแล้วจะโทรมาคุยด้วยใหม่”
“ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ”
