บทที่ 9 เลี้ยงข้าวสักมื้อ

“ก็ได้ครับเอาไว้ถ้าว่างคืนนี้ผมจะโทรไปหานะปิ่นนอนเที่ยงคืนเหมือนเดิมใช่ไหม”

“ก็ประมาณนั้นค่ะหมอไลน์มาก่อนก็ได้ถ้าปิ่นไม่อ่านก็แสดงว่าปิ่นหลับ”

“แล้วได้ครับ แค่นี้ก่อนนะครับพอดีมีคนไข้เข้ามา”

“ค่ะ ขอบคุณหมออีกครั้งนะคะที่ดูแลออมสินเป็นอย่างดี”

หลังจากวางสายจากคุณหมอแล้วปิ่นปินัทธ์ก็เดินไปหาคุณยายที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่หน้าทีวีเพื่อรอดูละครเรื่องโปรด

“ยายขาปิ่นมีเรื่องจะรบกวนยาอย่างหนึ่งค่ะ”

“จะรบกวนอะไรยายล่ะลูก”

“ยายจำได้ไหมที่ปิ่นเล่าว่าปิ่นให้คุณหมอช่วยเขียนในประวัติของออมสินว่าหกล้มทั้งที่จริงๆ แล้วออมสินเล่นฟุตบอลแล้วหกล้ม”

“จำได้สิ ทำไมล่ะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” คุณยายละมัยมีสีหน้าไม่ค่อยดีเพราะกลัวเรื่องที่หลานสาวทำจะมีปัญหาตามมา

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่หมอเขาขอให้ปิ่นเลี้ยงข้าวเขาสักมื้อ เขาให้ปิ่นแนะนำร้านอาหารค่ะ แต่ปิ่นไม่ค่อยได้ออกไปกินข้าวนอกบ้านก็เลยบอกไปตามตรงว่าปกติแล้วปิ่นกินข้าวที่บ้าน เขาเลยอยากมากินข้าวที่บ้านเราด้วยค่ะ ยายพอจะทำกับข้าวเลี้ยงคุณหมอสักมื้อได้ไหมคะ”

“ได้สิลูก ยายจัดการให้แล้วหมอเขาจะกินอะไรล่ะ”

“หมอเขาบอกว่ากินอะไรก็ได้แต่ขอไม่เผ็ดมากค่ะ แล้วก็ขอหมูทอดอีกอย่างค่ะ”

“ปิ่นคิดว่ายายจะทำอะไรให้หมอกินดีล่ะ” เพราะปกติก็ทำอาหารทานกันแค่ยายกับหลานพอจะมีคนอื่นมาทานเพิ่มยายละมัยก็นึกเมนูอาหารไม่ออก

“ทำพะแนงไก่ดีไหมคะ ไม่ได้ทำนานแล้วปิ่นอยากกินค่ะ แล้วก็ปลาช่อนผัดคื่นช่ายค่ะ เช้าวันเสาร์ปิ่นจะไปซื้อปลาที่ตลาดแล้วให้แม่ค้าเขาทำให้เลย เราจะได้ไม่ต้องเอาปลามาทำเอง”

“สะดวกดีเหมือนกัน หนูซื้อผักบุ้งมาด้วยนะยายว่าจะทำผักบุ้งไฟแดงอีกอย่าง”

“ได้ค่ะยาย ถ้างั้นคืนนี้ปิ่นขอตัวไปทำใบงานก่อนนะคะ”

“จ้ะ เดี๋ยวยายดูละครจบก็จะเข้านอนเหมือนกัน”

เช้าวันเสาร์ปิ่นปินัทธ์ตื่นนอนตั้งแต่เช้าเพื่อไปซื้อของสำหรับเตรียมทำอาหารต้อนรับหมอกรัณย์กรซึ่งจะมาทานในตอนเย็น

ส่วนตอนเช้าเธอคุยกับคุณยายแล้วว่าจะซื้อโจ๊กที่ตลาดเข้าไปคุณยายจะได้ไม่ต้องทำอาหารให้เหนื่อยแต่กลางวันก็คุยกันไว้แล้วว่าจะทำเย็นตาโฟทานกัน

หลังจากซื้อของเตรียมทำอาหารครบแล้วหญิงสาวก็แวะที่ร้านประจำร้านหนึ่งเพื่อซื้อซอสสำหรับทำเย็นตาโฟ

“ซื้อของเยอะเลยนะคะครูปิ่น” เจ้าของร้านทักทาย

“ค่ะพี่หนึ่ง ปิ่นซื้อของสดเข้าบ้านทุกวันเสาร์ก็เลยเยอะหน่อย พี่หนึ่งมีซอสเย็นตาโฟไหมคะ”

“มีค่ะ ครูเอากี่ขวดค่ะ”

“ขวดเดียวค่ะ”

เมื่อแม่ค้าเอาซอสมาให้แล้วหญิงสาวก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองลืมซื้อผักบุ้งสำหรับใส่เย็นตาโฟมาด้วย จะใช้ผักบุ้งที่ซื้อมาผัดก็กลัวจะไม่อร่อย

“พี่หนึ่งมีผักบุ้งสำหรับใส่เย็นตาโฟไหม”

“มีค่ะ เอาซอสเย็นตาโฟผักบุ้งแล้วเอาอะไรอย่างอื่นเพิ่มไหมคะครู”

“เอาแค่นี้ค่ะ เท่าไหร่คะ”

“สามสิบห้าบาทค่ะ คิดแค่ค่าซอสนะคะ ส่วนค่าผักบุ้งพี่ไม่คิดหรอกค่ะ”

“ไม่คิดได้ยังไงล่ะคะ พี่ของซื้อของขายนะ”

“แต่ผักบุ้งพวกนี้พี่ปลูกไว้เองที่กระบะหลังบ้านค่ะ ครูปิ่นเอาไปได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

“ได้ยังไงกันแบบนี้ปิ่นก็ไม่กล้ามาซื้อของร้านพี่หนึ่งอีกแน่ๆ เลย”

“ทีครูปิ่นยังเลี้ยงขนมลูกสาวพี่อยู่บ่อยๆ เลยนะคะ แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก พี่ได้ข่าวว่าอาทิตย์ที่แล้วออมสินหกล้มหัวแตกเหรอคะ”

“ค่ะพี่หนึ่ง เด็กๆ ไปวิ่งเล่นกันในสนามครูไม่ได้ตามออกไป แต่ตอนนี้หายแล้วค่ะ”

“ข้าวฟ่างเล่าให้ฟังว่าครูเป็นดูแลอย่างดี เลยตอนกลางวันก็ค่อยเอายาให้”

“ออมสินอยู่ที่บ้านกับยายปิ่นกลัวว่าจะกินยาไม่ครบก็เลยให้แม่เขาเอามาส่งไว้ที่โรงเรียนดีกว่า”

“ครูดีอย่างครูปิ่นนี่หายากนะคะ นี่ถ้าน้องชายพี่ยังโสดพี่จะยุให้จีบครูปิ่นแล้ว ทั้งสวยทั้งใจดีกับเด็กๆ แบบนี้ทำไมถึงยังไม่มีแฟนสักทีสงสัย”

“เนื้อคู่ของปิ่นยังไม่เกิดมั้งคะพี่หนึ่ง”

“ไม่แน่นะอาจจะเกิดแล้วแต่คงยังหากันไม่เจอ”

“ปิ่นก็ไม่รู้ว่าเขาไปหาแฟนกันที่ไหนนะคะ”

“ครูปิ่นต้องออกมาเที่ยวบ้างสิคะ เลิกงานแล้วกลับบ้านไปอยู่กับคุณยายแบบนั้นผู้ชายที่ไหนเขาจะรู้เหรอคะว่ามีเพชรเม็ดงามซ่อนอยู่”

“ปิ่นว่าถ้าเป็นเนื้อคู่เราจริงๆ เดี๋ยวก็หากันเจอเองค่ะ ปิ่นขอตัวก่อนนะคะสั่งโจ๊กไว้ค่ะ เดี๋ยวแม่ค้าจะคิดว่าปิ่นกลับบ้านไปแล้ว”

เมื่อกลับมาถึงบ้านปิ่นปินัทธ์ก็เอาของสดใส่ตู้จากนั้นก็เทโจ๊กใส่ชามและเดินไปถามคุณยายที่กำลังรดน้ำอยู่หน้าบ้าน

“ยายขามากินโจ๊กได้แล้วค่ะ กำลังร้อนๆ เลยค่ะ เข้าไปกินก่อนดีกว่าเดี๋ยวต้นไม้ตรงนี้ปิ่นมารดเองค่ะ”

“อีกนิดเดียวก็จะรู้เสร็จแล้วปิ่นเข้าไปรอข้างในเลย”

“ก็ได้ค่ะ ยายรดเสร็จแล้วเอาสายยางทิ้งไว้ตรงนี้นะคะ เดี๋ยวปิ่นออกมาเก็บเอง”

“ได้จ้ะ”

หลังจากรดน้ำต้นไม้เสร็จแล้วคุณยายละมัยก็เดินตามหลานสาวเข้าไปในบ้าน

ทานอาหารเช้าเสร็จปิ่นปินัทธ์ขอตัวไปนั่งทำใบงานเพราะนอกจากเธอจะทำใบงานไปสอนนักเรียนที่โรงเรียนแล้วเธอยังทำไฟล์ใบงานจำหน่ายให้กับครูที่สนใจอีกด้วย

หญิงสาวนั่งทำงานจนกระทั่งใกล้เวลาอาหารกลางวันก็ออกมาทำเย็นตาโฟทานและกลับเข้าไปทำงานอีกจนกระทั่งถึงเวลาบ่ายสามก็ออกจากห้องเพื่อมาช่วยคุณยายทำอาหารไว้รอหมอกรัณย์กร

“น่ากินมากๆ เลยค่ะ ยายสงสัยเย็นนี้ปิ่นจะต้องกินข้าวหลายจานแน่ๆ”

“ยายก็ไม่รู้นะว่าน่ากินของเราหมอเขาจะกินได้หรือเปล่าอาหารทั่วไปแบบนี้”

“ทำไมยายถึงคิดว่าหมอเขาจะกินไม่ได้ล่ะคะ”

“คนเราถูกเลี้ยงดูมาต่างกันของที่เราบอกอร่อยเขาอาจจะไม่อร่อยก็ได้”

“แต่ยายของปิ่นทำอะไรก็อร่อยค่ะ ปิ่นคิดว่าหมอจะต้องชอบฝีมือยายแน่ๆ ค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป