บทที่ 12 แปลงร่างเป็นป้าซู

"เฮ้อ... ถึงสักที..."

ฉันไขกุญแจห้องเช่าเก่าในเขตชานเมืองด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่ผลักประตูไม้อัดเข้าไป กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเนื้อตุ๋นที่กินค้างไว้เมื่อวานก็ลอยมาเตะจมูก

ช่างเป็นกลิ่นที่... แตกต่างจากกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงและกลิ่นกายบุรุษเพศในเพนต์เฮาส์หรูหรานั่นราวกับอยู่คนละโลก

ฉันทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงเดี่ยวสปริงหักที่ส่งเสียงประท้วงน้ำหนักตัว ตุ๊กตาแมวเน่าตัวเดิมยังคงนอนยิ้มแฉ่งรอเจ้าของอยู่ที่หัวเตียง ฉันคว้ามันมากอดสูดดมกลิ่นความจนที่คุ้นเคยเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา

'รอดตายแล้วกู... กลับมาสู่โลกแห่งความจริงสักที'

แต่เดี๋ยวก่อน... โลกแห่งความจริงวันนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ฉันรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหน้าท้องของเสื้อฮู้ดดี้ตัวโคร่ง ควานหากระดาษแผ่นสำคัญที่สุดในชีวิตออกมา เช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งล้านหยวนที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเดินทาง

มือฉันสั่นระริกขณะหยิบโทรศัพท์มือถือหน้าจอแตกขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันธนาคาร กดเลือกฟังก์ชันฝากเช็คออนไลน์ เล็งกล้องไปที่กระดาษแผ่นนั้นแล้วกลั้นหายใจ

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนที่ไพเราะที่สุดในโลกดังขึ้น พร้อมกับตัวเลขยอดเงินในบัญชี พุ่งพรวดจากหลักร้อยกลายเป็นหลักล้านภายในพริบตา

"กรี๊ดดดดด! ของจริง แม่เจ้าโว้ย รวยแล้ว"

ฉันกรีดร้องอัดหมอนเน่าอย่างบ้าคลั่ง ดีดดิ้นไปมาบนเตียงด้วยความดีใจจนลืมความเจ็บปวดที่ช่วงล่างไปชั่วขณะ

'คุ้ม! โคตรคุ้ม ต่อให้เอวเคล็ดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทก็คุ้ม ไอ้บอสบ้ากามนั่นรวยจริงไม่อิงนิยาย ให้อภัยเรื่องที่ทำฉันเดินขาถ่างไป 50% เลยเอ้า'

ครืด... ครืด...

จู่ ๆ โทรศัพท์ในมือก็สั่นแจ้งเตือนข้อความเข้า ฉันเปิดดูแล้วก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ

[Gu Yang]: ถึงห้องหรือยัง?

ฉันชะงักกึก จ้องมองชื่อโพรไฟล์ที่คุ้นตาแต่ไม่คุ้นเคยในลิสต์เพื่อน WeChat

'เดี๋ยว... เขาแอดมาได้ไง? แล้วฉันกดรับตอนไหน? ปกติมันต้องมีแจ้งเตือนขอเป็นเพื่อนก่อนไม่ใช่เหรอ?'

สมองฉันประมวลผลย้อนกลับไปเมื่อเช้า... ภาพบทที่ฉันหลับเป็นตายหลังจากศึกหนัก ภาพกู้หยางที่ตื่นก่อน...

'อย่าบอกนะว่า... บทที่ฉันหลับ เขาแอบเอามือถือฉันไปสแกนคิวอาร์โค้ดแอดตัวเอง?! แถมยังกดรับเองเสร็จสรรพ?! ไอ้บอสโรคจิต ไร้มารยาทที่สุด นี่มันละเมิดความเป็นส่วนตัวขั้นสุดยอด'

ยังไม่ทันที่ฉันจะด่าจบ ข้อความชุดใหม่ก็เด้งรัว ๆ ตามมา

[Gu Yang]: ผมสั่งฝ่ายบุคคลทำบัตรพนักงานให้คุณแล้ว ไปรับที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ตึกซะ ตำแหน่ง 'เจ้าหน้าที่ธุรการทั่วไปประจำชั้นผู้บริหาร'

[Gu Yang]: วันนี้คุณต้องไปรับบัตรและเข้ารับการอบรมพนักงานใหม่ ตอน 09:30 น. - 17:00 น. ห้ามขาด ห้ามลา ห้ามสาย

[Gu Yang]: ส่วนงานกะดึก... เริ่มพรุ่งนี้สี่ทุ่ม วันนี้อนุญาตให้กลับไปนอนตายที่ห้องก่อนได้

ฉันอ่านข้อความแล้วถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ยังมีความเป็นคนอยู่บ้างที่ให้ฉันพักคืนนี้ ไม่งั้นฉันคงต้องคลานไปทำงานแน่ ๆ

แต่เดี๋ยวนะ...

ฉันเหลือบตามองนาฬิกาบนฝาผนัง

09:00 น.!

"เชี่ย! อีกครึ่งชั่วโมง จะบ้าเหรอ ให้นั่งจรวดไปหรือไง"

ฉันสบถลั่นห้อง ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ สมองประมวลผลเร็วรี่ ถ้าฉันกลับไปที่ตึกตอนนี้ ฉันต้องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์... ซึ่งก็คือ ที่เดิม ที่ฉันเพิ่งจะวิ่งหนีออกมาเมื่อตะกี้ และพนักงานต้อนรับคนสวยคนนั้นต้องจำ 'ยัยบ้าชุดฮู้ดดี้' ได้แม่นแน่ ๆ

ขืนเดินเข้าไปสภาพสวยฉ่ำ (แบบโทรม ๆ) พร้อมรอยดูดที่คอแดงเถือกแบบนี้ มีหวังความแตกตั้งแต่หน้าประตู

'ไม่ได้การ... ต้องแปลงร่าง'

ฉันกระโดดลงจากเตียง (แล้วก็ต้องร้องจ๊ากเพราะเจ็บช่วงล่าง) วิ่งกะเผลก ๆ ไปที่ตู้เสื้อผ้าไม้อัดแล้วรื้องัดวิชา 'แต่งหน้าเอฟเฟกต์' ที่เคยเรียนตอนอยู่ชมรมการแสดงสมัยมหาลัยออกมาใช้อย่างเร่งด่วน

ขั้นแรก... คอสตูม! ฉันถอดชุดฮู้ดดี้และกางเกงวอร์มราคาแพงระยับของกู้หยางออก พับเก็บใส่ถุงซิปล็อกอย่างดี แล้วหยิบ เสื้อเชิ้ตลายสก็อตตัวโคร่ง สีตุ่นที่เคยใส่ตอนทาสีห้อง กับ กางเกงสแล็คเอวสูงทรงลุง สีดำที่ขากอง ๆ มาสวมทับ แล้วปิดท้ายด้วย เสื้อกั๊กไหมพรมสีน้ำตาลไหม้ ดูเหมือนขุดมาจากตู้เสื้อผ้าคุณยายทวด

ขั้นสอง... หน้าตา! ฉันคว้าขวดรองพื้นเบอร์เข้มกว่าผิวจริงสองเฉดมาโบกทับใบหน้าขาวผ่องจนดูหมองคล้ำเหมือนคนโดนของ เขียนคิ้วให้หนาเตอะและรกชัฏเหมือนป่าดงดิบ แต้มจุดกระปลอม ๆ กระจายทั่วแก้มเพื่อกลบความเนียนใส

และจุดตายสำคัญที่สุด... รอยรักที่คอ!

ฉันใช้คอนซีลเลอร์โบกทับสามชั้น แต่มันก็ยังดูออกอยู่ดี ฉันเลยตัดสินใจงัดไม้ตายสุดท้ายออกมา...

แผ่นปลาสเตอร์ยาแก้ปวด (กอเอี๊ยะ)

ฉันฉีกซองออกแล้วแปะแผ่นยาสีน้ำตาลเข้มทับลงไปบนรอยแดงที่ซอกคอเต็ม ๆ

แปะ!

กลิ่นสมุนไพรจีนฉุนกึกโชยคลุ้งไปทั่วห้อง กลบกลิ่นน้ำหอมผู้ชายและกลิ่นฟีโรโมนใด ๆ จนหมดสิ้น รับรองว่าใครได้กลิ่นนี้ต้องไม่อยากเข้าใกล้ในรัศมีสามเมตรแน่นอน

ปิดท้ายด้วยการรวบผมตึงเปรี้ยะเป็นมวยต่ำแบบป้าแม่บ้าน และสวมแว่นตากรอบพลาสติกหนาเตอะเลนส์ก้นขวด (ไม่มีค่าสายตา) ทับลงไป

ฉันเงยหน้ามองกระจก... ซูเมิ่งคนสวยหายวับไปแล้ว เหลือแต่ "ป้าซู" หญิงสาววัยกลางคนผู้จืดจางและไร้รสนิยมทางแฟชั่นอย่างสิ้นเชิง

"เพอร์เฟกต์ ขนาดแม่ยังจำไม่ได้เลยทรงนี้"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป