บทที่ 16 เช็คบิลย้อนหลัง

"คุณเปรียบเทียบสามีทางพฤตินัยของคุณกับสัตว์เคี้ยวเอื้องอย่างนั้นเหรอ ซูเมิ่ง"

"ก... ก็มันจริงนี่คะ" ฉันเถียงข้าง ๆ คู ๆ ทั้งที่ตัวสั่นงันงกอยู่ในอ้อมกอดเขา

"คุณ... คุณไม่รู้จักเหนื่อยเลยสักนิด เหมือนไม่ใช่คน"

กู้หยางหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนไปถึงอกฉัน เขาใช้นิ้วชี้จิ้มลงมาที่กลางอกฉัน ตรงตำแหน่งหัวใจ ผ่านเนื้อผ้าไหมพรมหนาเตอะของเสื้อกั๊กคุณยาย

"ผมว่าข้อมูลตรงนี้คลาดเคลื่อนนะ"

นิ้วของเขาเริ่มซุกซน ไม่ได้จิ้มอยู่นิ่ง ๆ แต่เริ่มลากไล้ไปตามสาบเสื้อกั๊ก ปลดกระดุมเม็ดบนสุดออกอย่างเชื่องช้า... ทีละเม็ด... ทีละเม็ด

"เมื่อคืนผมไม่ได้แค่ 'ถึก' อย่างเดียว... ผมมีความ 'ละเอียดอ่อน' ด้วย จริงไหม"

เขาปลดกระดุมเม็ดที่สอง เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตลายสก็อตตัวในที่ฉันใส่ซ้อนไว้

"หรือว่าคุณจำไม่ได้ว่าผม 'ใส่ใจ' ทุกซอกทุกมุมของคุณขนาดไหน"

"บอส... อย่าค่ะ" ฉันพยายามเบี่ยงตัวหนี การตะครุบมือปลาหมึกของเขา

"นี่มันที่ทำงานนะคะ แล้ว... แล้วสภาพฉันตอนนี้"

ฉันก้มมองตัวเอง สภาพป้าซูผู้จืดชืด สวมแว่นหนาเตอะ หน้าแต่งเข้มจนดูเหมือนคนเป็นดีซ่าน แถมยังมีกลิ่นตัวตุ ๆ จากยาสมุนไพร

"ตัวฉันเหม็น วันนี้ฉันยังไม่อาบน้ำ แปะกอเอี๊ยะมาด้วย เหม็นเขียวนะคะ คุณไม่เหม็นเหรอ"

ฉันพยายามงัดข้ออ้างเรื่องกลิ่นมาเป็นเกราะป้องกันตัว หวังว่าความรักสะอาดของท่านประธานผู้เนี้ยบกริบจะทำงานและผลักไสฉันออกไป

แต่ฉันคิดผิด... ผิดมหันต์

กู้หยางไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาที่ซอกคอฉัน... ตรงจุดที่ฉันแปะแผ่นปลาสเตอร์ยาแก้ปวดสีน้ำตาลเข้มเอาไว้พอดิบพอดี

"อ๊ะ! บอส!"

ฉันสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อจมูกโด่งเป็นสันของเขากดลงมาบนแผ่นกอเอี๊ยะ

"เหม็นจริง ๆ"

เขาพึมพำเสียงอู้อี้ชิดผิวเนื้อ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแผ่นปลาสเตอร์จนกาวเริ่มละลาย

แต่แทนที่เขาจะผละออก เขากลับใช้ปลายจมูกดันขอบแผ่นปลาสเตอร์ให้อ้าออกเล็กน้อย แล้วสูดดมกลิ่นผิวเนื้อจริง ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความฉุนเฉียวนั้น

ฟืด...

เสียงสูดหายใจลึกยาวนานทำเอาขาฉันอ่อนยวบยาบ ต้องเกาะไหล่เขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัว

"แต่แปลกแฮะ..."

เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน ดวงตาคู่คมฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงปรารถนาที่ปิดไม่มิด

"ยิ่งเหม็นผมยิ่งอยาก 'ขยี้' ให้กลิ่นมันติดตัวผม อยากรู้จังว่ารสชาติข้างใน มันจะฉุนเหมือนข้างนอกหรือเปล่า"

สายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ใบหน้า แต่เลื่อนต่ำลงมามองรอยแยกของเสื้อกั๊กที่เขาเพิ่งปลดกระดุมออก จ้องมองผ่านเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งเข้าไปถึงทรวงอกที่กระเพื่อมไหวรุนแรงจากการหายใจหอบ

กู้หยางผละตัวออกห่างจากฉันเล็กน้อย เขาหันกลับไปที่โต๊ะทำงาน คว้าสมุดโน้ตปกดำเล่มนั้นขึ้นมา แล้วโยนมันข้ามหัวฉันไปทางโซฟารับแขกด้านหลังอย่างไม่ไยดี

ตุบ!

จากนั้น... เขาก็หันกลับมามองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

ความขี้เล่นหายไปแล้ว... เหลือเพียงความหิวโหยและความต้องการดิบเถื่อนของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม

เขามองเลยผ่านไหล่ฉันไปที่ด้านหลัง... ไปยังกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดานที่กินพื้นที่ผนังฝั่งหนึ่งของห้องทำงาน

กระจกใสแจ๋วที่มองเห็นทิวทัศน์เมือง S ทั้งเมืองแบบพาโนรามา... และมองเห็นพนักงานในตึกฝั่งตรงข้ามที่กำลังเดินขวักไขว่ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น

"ไปที่หน้าต่าง... ซูเมิ่ง"

เสียงคำสั่งเฉียบขาดดังก้อง ทรงพลังเสียจนฉันไม่กล้าขัดขืน

"ไปถอดชุดป้าแก่นี่ออกซะ... แล้วผมจะแสดงให้ดูว่า 'จรวดมิสไซล์' ของจริงมันทำงานยังไง"

ฉันยืนตัวแข็งทื่อ สมองมึนงงไปหมด หันไปมองกระจกบานยักษ์ที่แสงแดดจ้าส่องเข้ามาจนแสบตา

"บ... บอสคะ" ฉันละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวระคนตื่นเต้น

"นั่นมัน... กระจกใสนะคะ ข้างนอกเห็นหมด ตึกตรงข้ามเขาก็เห็นนะคะ"

กู้หยางเดินเข้ามาซ้อนหลังฉัน วางมือหนาลงบนไหล่ทั้งสองข้าง บีบกระชับแน่นแล้วดันร่างฉันให้เดินตรงไปที่หน้าต่างนรกนั่น

เขาก้มลงกระซิบที่ข้างหูฉัน น้ำเสียงแหบพร่าและอันตราย

"

งั้นคุณก็ต้องภาวนาให้กระจกมันเก็บเสียงดี ๆ ก็แล้วกัน เพราะวันนี้ผมจะเช็กบิลย้อนหลังเรื่อง

'

รากไม้โบราณ

'

ให้สาสม ห้ามหยุดร้องจนกว่าผมจะพอใจ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป