บทที่ 4 ห้องลับหลังชั้นหนังสือ

"เซ็นแล้วก็เริ่มงานเลย... ของผมมัน 'ตื่น' แล้ว... และมันต้องการที่ระบายเดี๋ยวนี้"

สิ้นเสียงประกาศิตเต็มไปด้วยความต้องการดิบเถื่อนของกู้หยาง สมองของฉันยังไม่ทันจะได้ประมวลผลความหมายของคำว่า 'ตื่น' และ 'ระบาย' ให้ถี่ถ้วน ร่างกายก็ถูกคุกคามโดยฉับพลัน

"มานี่!"

มือหนาที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กกล้าคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็ก ๆ ของฉัน แล้วออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว ร่างทั้งร่างของฉันก็ปลิวหวือตามแรงดึงของเขาไปเหมือนว่าวเชือกขาด

ฉันได้แต่ซอยเท้าก้าวตามขายาว ๆ นั่นไปอย่างทุลักทุเล รองเท้าสลิปเปอร์สำหรับแขกราคาถูกแทบจะหลุดออกจากเท้า พรมเปอร์เซียลายวิจิตรใต้ฝ่าเท้ากลายเป็นเพียงภาพเบลอ ๆ ผ่านตาไปอย่างรวดเร็ว

"ดะ... เดี๋ยว! บอส! ใจเย็นก่อน เรายังไม่ได้คุยรายละเอียดสัญญาเลยนะ ในสัญญามีประกันสังคมไหม? มีค่าล่วงเวลาหรือเปล่า? แล้วถ้าฉันบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ล่ะ"

ฉันพยายามยื้อตัวไว้สุดชีวิต ใช้ส้นเท้าจิกพื้นจนเป็นรอยทางยาว ปากก็ตะโกนถามเรื่องสวัสดิการไปมั่วซั่วเผื่อจะถ่วงเวลาได้สักวินาที

แต่ดูเหมือนท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่จะหูดับไปเรียบร้อยแล้ว เขาไม่สนคำทัดทาน ไม่แม้แต่จะหันมามอง ลากฉันเดินดุ่ม ๆ ตรงดิ่งไปยังผนังด้านหนึ่งของห้องทำงานที่บุด้วยชั้นหนังสือไม้สักทองขนาดมหึมา สูงจรดเพดานและกว้างจนสุดผนัง

ชั้นหนังสือนี้เต็มไปด้วยตำราปกแข็งภาษาต่างประเทศและโมเดลรถสปอร์ตราคาแพงระยับ ฉันเคยคิดว่ามันเป็นเพียงฉากหลังเพื่อเสริมบารมีท่านประธานผู้ทรงภูมิ แต่ความจริงกลับไม่ใช่แค่นั้น

กู้หยางหยุดยืนที่หน้าชั้นหนังสือ เอื้อมมือไปกดที่สันหนังสือปกหนังสีดำเล่มหนึ่งดูธรรมดา ๆ บนชั้นระดับสายตา

ครืด...

เสียงกลไกไฮดรอลิกทำงานเงียบกริบจนน่าขนลุก ชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่ฉันนึกว่าเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับห้อง ค่อย ๆ เลื่อนแยกออกจากกันตรงกลางอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นช่องทางเดินที่ซ่อนอยู่ภายใน

'เชี่ย... นี่มันห้องทำงาน CEO หรือฐานทัพลับหน่วย SHIELD วะเนี่ย? มีประตูกลด้วย'

ลมเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำกว่าปกติพัดวูบออกมาปะทะใบหน้า พร้อมกับกลิ่นหอมเย็นของไม้จันทน์หอมเกรดพรีเมียมผสมกลิ่นหนังแท้ มันเป็นกลิ่นของบุรุษเพศเข้มข้นและทรงพลัง จนทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ

กู้หยางไม่รอให้ฉันได้ยืนชื่นชมความไฮเทค เขาเหวี่ยงร่างฉันเข้าไปในห้องลับนั้นทันที

ภายในห้องลับนั้นตกแต่งด้วยโทนสีดำและทอง ตัดกับแสงไฟสีส้มสลัวติดขึ้นอัตโนมัติเมื่อมีคนเดินเข้ามา บรรยากาศดูดุดัน ลึกลับ และ... อันตราย พื้นปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มสีดำสนิทที่เท้าจมลงไปได้เกือบครึ่ง ผนังบุด้วยวัสดุเก็บเสียงอย่างดีชนิดที่ว่าต่อให้ฉันแหกปากร้องให้คอแตก คนข้างนอกก็คงไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ

และตรงกลางห้อง... มีเตียงนอนขนาด King Size สีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่ราวกับแท่นบูชายัญที่รอรองรับเครื่องสังเวย

เครื่องสังเวยที่ว่านั่น... ก็คือฉัน!

"เฮ้ย!"

กู้หยางเหวี่ยงร่างฉันขึ้นไปบนเตียงนุ่มนั้นอย่างไม่ปรานีปราศรัย ร่างกายฉันเด้งดึ๋งอยู่บนฟูกหนายวบยาบรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยม ก่อนที่ฉันจะทันได้ตะกายหนี เขาก็ตามเข้ามายืนตระหง่านอยู่ที่ปลายเตียง ตัดทุกหนทางรอด

ฉันถดตัวถอยหนีจนแผ่นหลังชนหัวเตียงบุหนัง สองมือยกขึ้นกอดอกเพื่อปกป้องตัวเองตามสัญชาตญาณ ดวงตาเบิกโพลงมองคนตรงหน้าด้วยความตื่นตระหนก

"ถอด"

คำสั่งสั้น ๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป ขณะที่มือหนาของเขาเริ่มจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง

"คะ?" ฉันแกล้งทำเป็นหูตึง "ถอดรองเท้าเหรอคะ? ได้ค่ะ ๆ เดี๋ยวถอดวางไว้หน้าห้องให้เรียบร้อย"

"อย่ามาไขสือ" กู้หยางคำรามเสียงต่ำ สายตาคมกริบกวาดมองร่างกายฉันราวกับจะฉีกเสื้อผ้าออกด้วยสายตา

"ผมหมายถึงชุดแม่บ้านที่เกะกะลูกตานั่น... ถอดออกซะ หรือจะให้ผมฉีกมันทิ้ง?"

มือหนาปลดเข็มขัดหนังราคาแพงเหยียบหมื่นออกอย่างรวดเร็ว เหวี่ยงมันไปพาดไว้ที่เก้าอี้ข้างเตียง เสียงหัวเข็มขัดโลหะกระทบไม้ดัง เคร่ง บาดใจ ตามด้วยกางเกงสแล็คสีดำที่ถูกรูดลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า เผยให้เห็นกล้ามเนื้อต้นขาแน่นเปรี๊ยะ อัดแน่นไปด้วยพละกำลัง

และเมื่อปราการด่านสุดท้าย... ชั้นในสีเข้มยี่ห้อ Calvin Klein ถูกรั้งลงมา...

"โอ้... แม่เจ้า"

ฉันเผลออุทานออกมาเสียงหลง อ้าปากค้างจนแทบจะหุบไม่ลง สายตาจ้องมอง 'สิ่งนั้น' ที่ดีดผึงออกมาทักทายโลกภายนอกอย่างตื่นตะลึง

มันไม่ใช่แค่ 'ตื่น' ธรรมดา แต่มันตื่นเต็มตาและกำลังผงาดง้ำค้ำโลก เส้นเลือดปูดโปนพาดผ่านลำกายแข็งขึง ชี้หน้าฉันอยู่อย่างท้าทาย ขนาดของมันใหญ่โตมโหฬารจนฉันนึกเปรียบเทียบกับสิ่งของรอบตัวไม่ถูก

'เชี่ย... นั่นมันอะไรวะนั่น? เสาเข็มตอกตอม่อสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงหรือไง? หรือท่อนซุง? หรือจรวดมิสไซล์พิสัยไกล? มิน่าเลขาคนก่อน ๆ ถึงได้วิ่งหนีป่าราบกันหมด... นี่มันไม่ใช่การร่วมรักแล้ว นี่มันการฆาตกรรมด้วยอาวุธชีวภาพชัด ๆ'

สมองนักเขียนนิยายของฉันประมวลผลอย่างรวดเร็ว สัดส่วนแบบนี้มันเกินมาตรฐานชายเอเชียไปไกลโข เรียกได้ว่าเป็นไซซ์ยุโรปเกรดพรีเมียม หาตัวจับยาก ความยาวน่าจะไม่ต่ำกว่าเก้านิ้ว และเส้นรอบวงนั่น...

'ตาย... กูตายแน่ ๆ อีเมิ่งเอ๊ย... รูเล็ก ๆ ของแกจะไปรับไหวได้ยังไง? ฉีกแน่ ๆ มดลูกสะเทือนยันปีกมดลูกขวาชัวร์'

"บอสคะ! เดี๋ยวก่อน! ใจเย็น ๆ" ฉันยกมือห้ามเป็นพัลวัน เหงื่อแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามขมับ

"เรา... เราน่าจะเริ่มจากอะไรที่มันเบา ๆ ก่อนไหมคะ? แบบ... จับมือ? มองตา? หรือคุยปรับทุกข์เรื่องหุ้นตกกันก่อนดีไหม? ฉันได้ข่าวว่าหุ้นเทคโนโลยีกำลังผันผวน"

กู้หยางไม่แม้แต่จะเสียเวลาฟัง เขาคลานเข่าขึ้นมาบนเตียงด้วยท่วงท่าปราดเปรียวเหมือนเสือร้ายตะครุบเหยื่อ ฟูกที่นอนยุบยวบลงตามน้ำหนักตัวของเขา ยิ่งทำให้ฉันรู้ซึ้งถึงความแตกต่างของสรีระ

เขากักขังฉันไว้ใต้ร่างแกร่ง สองแขนยันคร่อมไหล่ฉันไว้ ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความต้องการโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวหน้าฉันจนร้อนวูบวาบ

มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อเท้าทั้งสองข้างของฉันแล้วจับแยกออกจากกัน แทรกตัวเข้ามาตรงกลางหว่างขาฉันทันที ความเป็นชายร้อนจัดแตะโดนหน้าขาฉันผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ

"ผมไม่ได้จ้างคุณมาคุยเรื่องหุ้น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดใบหู แหบพร่าและเซ็กซี่จนขนอ่อนทั่วร่างฉันลุกชัน

"ผมจ้างคุณมา 'ร้อง' ต่างหาก"

ดวงตาแดงก่ำของเขาจ้องลึกเข้ามาในตาฉัน สะกดให้ฉันหยุดนิ่งราวกับต้องมนตร์

"และคืนนี้... ผมจะทำให้คุณร้องจนลืมชื่อตัวเองเลยคอยดู"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป