บทที่ 9 ศึกรบยามเช้า
"นอนต่ออีกหน่อย"
"ไม่ได้ค่ะ! ฉัน... ฉันต้องกลับไปให้อาหารแมว" ฉันโพล่งคำโกหกคำโตออกไปหน้าตาเฉย (แมวบ้าอะไร ไม่มีหรอก มีแต่ตุ๊กตาแมวเน่าบนหัวนอน)
"แมวที่บ้านฉันมันเป็นโรคกระเพาะค่ะ ต้องกินข้าวตรงเวลาเป๊ะ ๆ ไม่งั้นมันจะอาละวาดบ้านพัง"
บรรยากาศเริ่มกดดันขึ้นทุกที ความเงียบในห้องทำให้เสียงหัวใจฉันเต้นรัวจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน คำโกหกเรื่องแมวดูไร้เหตุผลเหลือเกินในสถานการณ์นี้ แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปั้นหน้าเชื่อมั่นเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัวอันน้อยนิดเอาไว้ให้ได้
กู้หยางลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ฉันใจคอไม่ดี
"แมวรอได้"
เขากระชับกอดแน่นขึ้นอีก ดึงสะโพกฉันให้บดเบียดเข้าหาหน้าขาแกร่งของเขา และวินาทีนั้นเอง... ฉันก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามระดับชาติที่กำลังก่อตัวขึ้นด้านหลัง
'สิ่งนั้น'... เจ้ามังกรยักษ์ที่ฉันนึกว่ามันคงจะหมดฤทธิ์ไปแล้วหลังจากศึกหนักเมื่อคืน จู่ ๆ มันก็ตื่นตัวขึ้นมาแข็งขึง ร้อนผ่าว และดุนดันอยู่ที่ร่องก้นของฉันอย่างอุกอาจตามธรรมชาติของผู้ชายสุขภาพดีในยามเช้า
'เชี่ย... อีกแล้วเรอะ?! นี่มันไม่รู้จักเหนื่อยจักพักบ้างหรือไง! มันกินไวอากร้าแทนข้าวหรือเปล่าเนี่ย อย่านะ... อย่าดันเข้ามานะเว้ย'
"แต่ 'มังกร' ของผมรอไม่ได้" กู้หยางกระซิบเสียงพร่า ขยับสะโพกถูไถแก่นกายเข้ากับบั้นท้ายของฉันอย่างจงใจหยอกเย้าผ่านผิวเนื้อเปลือยเปล่า
"มันหิวเหมือนกัน... คุณไม่สงสารมันเหรอ?"
ความร้อนระอุจากแผงอกแกร่งส่งผ่านแผ่นหลังเข้ามาจนร่างกายเริ่มสับสนว่าจะขัดขืนหรือโอนอ่อนไปตามแรงดึงดูดของเขาดี สัมผัสคุกคามที่บดเบียดเข้ามาทำให้ฉันรู้ซึ้งว่าอาณาเขตของเขาช่างกว้างใหญ่และไร้ทางหนี
"ไม่สงสารค่ะ" ฉันหวีดร้อง ดิ้นขลุกขลักหนีสัมผัสอันตรายนั่น
"ไม่ได้นะ ไม่เอาแล้ว ฉันระบมไปหมดแล้วเนี่ย ถ้าคุณทำอีกฉันเดินขาถ่างกลับบ้านแน่ ๆ แล้วถ้าฉันเดินไม่ได้ ใครจะมาทำงานคืนนี้คะ?! ในสัญญาบอกให้เริ่มงานสี่ทุ่มไม่ใช่เหรอ"
ฉันงัดไม้ตายเรื่องสัญญาจ้างงานมาอ้าง หวังว่านักธุรกิจอย่างเขาจะเห็นแก่ผลประโยชน์ระยะยาวมากกว่าความใคร่ระยะสั้น
กู้หยางชะงักไปนิดหนึ่ง เขาหัวเราะในลำคอ หึ หึ ยอมผ่อนแรงกอดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าเหยเกของฉันและรอยช้ำสีแดงจาง ๆ ตามผิวขาวจัด
"โอเค... ยอมก็ได้"
เขาพลิกตัวฉันให้หันกลับมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบกวาดมองผลงานศิลปะบนเรือนร่างของฉันด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะก้มลงประทับริมฝีปากลงบนปากฉัน มอบ "จูบอรุณสวัสดิ์" ที่ดูดดื่มและเร่าร้อน ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันจนฉันแทบละลายคาอก ลืมความเจ็บไปชั่วขณะ
"เห็นแก่ที่คุณ 'รับมือ' ผมได้ดีเมื่อคืน... วันนี้จะปล่อยไปก่อน"
เขาผละออกอย่างอ้อยอิ่ง ยอมปล่อยแขนให้เป็นอิสระ แต่สายตายังคงโลมเลียฉันทุกตารางนิ้วจนฉันต้องรีบยกมือปิดหน้าอก
"รีบไปจัดการธุระแมวของคุณซะ... แล้วเย็นนี้สี่ทุ่ม... อย่าให้สาย"
ฉันไม่รอให้เขาเปลี่ยนใจ รีบตะกายลงจากเตียงด้วยท่าทางทุลักทุเลเพราะความเจ็บที่หว่างขา สายตาสอดส่ายหาชุดแม่บ้านที่น่าจะกองอยู่แถว ๆ นี้
"เอ่อ... ชุด..."
"ชุดนั้นมันใส่ไม่ได้แล้ว" กู้หยางที่ลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง เอื้อมมือไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่พาดอยู่หัวเตียงโยนมาคลุมหัวฉัน
"ใส่ตัวนี้ไป"
ฉันรีบคว้าเสื้อเชิ้ตมาสวมอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายของเขาที่ติดอยู่บนเสื้อทำให้ฉันหน้าร้อนผ่าว
เสื้อตัวโคร่งที่ห่อหุ้มร่างกายทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกเขาโอบกอดไว้ตลอดเวลา กลิ่นที่เริ่มคุ้นเคยแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาท ย้ำเตือนถึงบทเรียนอันเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า และเมื่อฉันก้มลงมองพื้นข้างเตียงเพื่อหารองเท้า...
ภาพที่เห็นทำเอาฉันยืนช็อกตาตั้ง
บนพรมสีเข้มราคาแพง มีซองฟอยล์สี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ถูกฉีกแล้วทิ้งกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นราวกับขยะ
ฉันเริ่มนับจำนวนด้วยสายตาอย่างไม่อยากจะเชื่อ...
'หนึ่ง... สอง... สาม... สี่... ห้า?!'
OMG! ห้าซอง?!
นี่เมื่อคืนเขาใช้ไปถึงห้าอันเลยเรอะ?! มิน่าล่ะ... มิน่าเอวฉันถึงแทบจะหลุดออกจากร่าง สะโพกฉันแทบจะคลาดเคลื่อน
ฉันเงยหน้ามอง 'ฆาตกร' บนเตียงด้วยสายตาหวาดผวา กู้หยางเพียงแค่ยักไหล่ส่งยิ้มมุมปากให้ฉันอย่างไม่ยี่หระ
'ไอ้ปีศาจ... คืนนี้ฉันต้องตายแน่ ๆ '
ฉันรีบโกยแน่บวิ่งเข้าห้องน้ำไปทันที ขืนอยู่นานกว่านี้... ซองที่หกอาจจะตามมาก็ได้
ฉันพิงแผ่นหลังกับประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท พยายามควบคุมลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ จำนวนซากปรักหักพังบนพื้นพรมคือเครื่องยืนยันพละกำลังอันล้นเหลือของคนบนเตียง
ฉันเริ่มคำนวณในใจถึงความคุ้มค่าของเงินล้านกับสภาพร่างกายที่อาจจะแหลกสลายก่อนครบกำหนดสัญญาจ้างสามเดือนแล้ว
