บทที่ 9 CHAPTER 8 หวังว่าคงไม่ทำให้ป๊าผิดหวัง

CHAPTER 8 หวังว่าคงไม่ทำให้ป๊าผิดหวัง

โรงแรม

เรน่าขยับตัวตื่นหลังจากที่นอนเต็มอิ่ม ร่างกายปวดเมื่อยร้าวระบมไปทั้งตัวจนเธอครางในลำคอด้วยความปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"โอ๊ยย.." ร่างเล็กขยับลุกขึ้นนั่งหันมองซ้ายขวาเห็นแต่เสื้อผ้าของตัวเอง เธอจึงหลับตาลงพยักหน้าเข้าใจ

"เหยียบบ้านเกิดปุ๊บ โดนฟันแล้วทิ้งเลย เจริญ ๆ นะไอ้หมา" พึมพำออกมาเสียงเบาอวยพรให้ชายที่มีสัมพันธ์ทางกายกับเธอเมื่อคืนด้วยความเต็มใจ

ก่อนจะฝืนความเจ็บก้าวขาลงจากเตียงเพียงแค่ยืนเธอก็ล้มฟุบลงไปนั่งพับเพียบ ด้วยขาที่สั่นเทา ปวดเมื่อยตามตัว..

"มันบ้ามาก ครั้งแรกไม่น่าจดจำเลย ให้กินลูกอม ลูกอมบ้านนายสิไอ้หมา ไอ้สันดานหมา"

เรน่าตั้งหลัก ตั้งสติเข้าไปแช่ตัวในอ่างด้วยอุณหภูมิที่พอเหมาะ โดยคิดว่าร่างกายของเธอจะผ่อนคลายขึ้น และมันก็เป็นแบบนั้นเมื่อชำระล้างร่างกายเสร็จ

ความเจ็บปวดทุเลาลง ปวดเมื่อยลดน้อยลง พอให้เดินขาไม่ถ่างเธอก็ดีใจมากแล้ว

สิ่งแรกหลังจากออกจากโรงแรมเธอรีบแวะเข้าร้านขายยาเนื่องจากว่าเมื่อคืนไม่ได้ป้องกัน ครั้งแรกจบไปเขาร้องขอต่อเธอเองก็ยังมีอารมณ์เลยตัดสินใจทำมันต่อด้วยกัน แล้วก็..ข้างในด้วย นับครั้งไม่ถ้วน จึงคิดว่าควรกินยาไว้ก่อน กันไว้ดีกว่าแก้..

หญิงสาวตรงไปยังสนามบินรับกระเป๋าที่ตามมาทีหลังด้วยสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ต่อสายหาป๊าให้ส่งอามีนมารับโดยจะนั่งรออยู่ที่ประตูทางออก

ไม่นานมากนักมือขวาของป๊าก็ตรงเข้ามาทักทาย

"สวัสดีครับคุณหนู"

"สวัสดีค่ะอามีน ม๊าทำอาหารรอเรน่าไหมคะ หิวมากเลย" พูดเสียงอ้อนและลูบท้องคล้ายว่าหิวมาก ทำให้คนที่กำลังลากกระเป๋าใบใหญ่ให้ระบายยิ้ม หัวเราะออกมาก่อนจะยื่นช็อกโกแลตบราวนี่ให้

"คุณมิราทำเมื่อเช้านี้ครับ"

"ม๊าทำหรอคะ รีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ ตอนนี้มันสายมากแล้ว" เรน่ารีบทำตัวเร่งรีบในทันทีเมื่อรู้ว่าที่บ้านมีของว่างรอเธออยู่ แม้จะรู้ว่าทานเยอะเกินไปอาจทำให้อ้วน

ทำไมล่ะ! ม๊ามิทำเชียวนะ จะกินหน่อยไม่ได้เลยหรอ อ้วนค่อยลดก็ได้ไม่เห็นเป็นอะไร

"ไปกันครับ" มีนพยักหน้ารับรีบนำไปยังรถที่จอดติดเครื่องรออยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้ม

บ้านราชา (บ้านหลังที่ห่างจากอรัณดาไม่กี่ซอย)

"สวัสดีค่า บ้านหลังนี้มีคนอยู่ไหมคะ พอดีเป็นนายหน้ารับซื้อบ้านร้างค่ะ" เรน่าเดินเข้าบ้านพร้อมรอยยิ้มสดใส ทว่าทั้งบ้านกลับเงียบกริบราวกับว่าไม่มีคนอยู่ เธอจึงส่งเสียงทักทายคนในบ้านไป แล้วก็ต้องตกใจเมื่อมีเสียงคล้ายพลุดังขึ้นที่หลังบ้าน

ร่างเล็กจึงรีบวิ่งออกไปยืนดู เป็นพุอย่างที่เธอคิด..

"ลูกสาวคนเดียวยอมกลับบ้านสักที จุดพลุแก้บนสักหน่อย" ราชาเดินโอบเอวหนูมิออกมายิ้มหวานอ้าแขนรับลูกสาวให้มาโอบกอดกัน

"คิดถึงจังเลยค่ะ" มิรากดปลายจมูกหอมลูกสาวสุดที่รักด้วยความคิดถึง ด้วยที่ว่ารู้ว่าหลังจากนี้เรน่าจะกลับมาช่วยดูแลงาน ดูแลส่วนอื่น ๆ ไม่ห่างสายตาไปไกล ผู้เป็นแม่อย่างเธอก็พลอยมีความสุขที่จะได้เห็นลูกอยู่ในสายตา

"คิดถึงมากมายเลยค่ะ ~" ร่างเล็กกระชับกอดผู้เป็นพ่อและแม่แน่นด้วยความคิดถึงจับใจ แม้ว่าท่านทั้งสองจะบินไปหาอยู่บ่อยครั้งก็ไม่คลายความคิดถึงเหมือนการได้กลับมาอยู่ในอ้อมกอด บ้านเกิดเหมือนอย่างความรู้สึกตอนนี้

"ม๊าทำอาหารรอแล้วนะคะ หิวหรือยังคะ"

"หิวแล้วค่ะ ~" เรน่าพูดเสียงอ้อนเดินกอดเอวผู้เป็นแม่ตรงไปยังห้องครัวที่มีอาหารวางเรียงรายอยู่แทบเต็มโต๊ะด้วยรอยยิ้มกว้าง ท้องร้องโครกครากหิวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแต่ของโปรด

พ่อแม่ลูกนั่งทานอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตาเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้มสดใสของสาวน้อยในบ้าน

"เป็นไงบ้าง มีใครมายุ่งกับหนูเรนของป๊าหรือเปล่า" ราชาใช้น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามลูกสาว เนื่องจากสังเกตเห็นความผิดปกติตอนที่เรน่าโอบเอวมิราเดินไปมันแปลกชอบกล

"ไม่มีเลยค่ะ อีกอย่างเรน่ายังไม่ได้คิดค่ะ"

"ยังไม่ได้คิดก็ดีแล้ว คุยกับใครปรึกษาม๊าก่อนนะ ให้ม๊าช่วยดูอีกแรง ป๊าเข้าใจว่าเป็นเรื่องของผู้หญิง"

"ไว้ให้เป็นเรื่องของอนาคตนะคะ"

"หวังว่าคงไม่ทำให้ป๊าผิดหวังนะหนูเรน" ราชาสบตาลูกสาวเพียงคนเดียวนิ่ง อ่านความคิดร่างเล็กจากสายตาที่สบกันและก็ได้คำตอบเป็นการอธิบาย..

"เรน่าโดนฝรั่งชนตกส้นสูงค่ะ เลยเจ็บที่ข้อเท้าปวดระบมนิดหน่อยทำให้เดินแปลกไป เรื่องนี้เรน่ารู้ค่ะ ตอนรอที่สนามบินพยายามนวดแล้วค่ะแต่มันไม่ดีขึ้น"

"แต่ยังกระโดดโลดเต้น ?"

"ก็ดีใจนี่คะ ได้กลับมาอยู่บ้านเป็นอิสระสักที"

"ให้จริงเถอะ อย่าให้เห็นว่ามีหนุ่มบินตามมาก็แล้วกัน"

"ไว้ใจหนูเรนลูกหนูมิได้เลยค่ะ ^ ^" เรน่ายิ้มหวานจนตาหยี๋ตักกับข้าววางในจานผู้เป็นพ่อและแม่

"หึหึ.." ราชาหัวเราะในลำคอมองลูกสาวอย่างเอ็นดู มีแววทะเล้นขี้เล่นเหมือนมิราและเหมือนเขาไม่มีผิด

"ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่แทนตัวเองว่าหนูแล้วล่ะคะ ม๊าว่าน่ารักดีนะคะ"

"เรน่าคิดว่าการแทนตัวเองว่าหนูกับทุกคนมันดูนุ่มนิ่มเกินไปค่ะ บางคนก็ไม่สมควรได้รับคำพูดเพราะ ๆ แบบนี้ เรน่าเลยฝึกแทนชื่อตัวเอง ฉัน คุณ ดิฉัน เธอ นาย ดีกว่าค่ะ"

"ไม่เกี่ยวนะคะ คิดแบบนี้ไม่ถูกต้อง การถ่อมตนไว้ก่อนม๊าว่าดีกว่าแสดงจุดยืนที่ชัดเจนแบบนี้นะคะ การที่เราพูดจาไพเราะอ่อนหวานไม่ได้หมายความว่าต้องนุ่มนิ่ม อ่อนแอ ให้คนอื่นมารังแกหรือสงสาร"

"หนูมิ ให้ลูกเป็นไม้แข็งแบบนี้ดีแล้ว โตแล้วนะ อีกอย่างวัยนี้ต้องรู้จักปกป้องตัวเองได้แล้ว" ราชาลูบแผ่นหลังหนูมิแผ่วเบาอธิบายให้เธอเข้าใจ โดยที่เขาก็เข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวต้องการสอนลูก

"แต่หนูมิ.."

"เอาแบบนี้ดีไหมคะ กับคนในครอบครัวหนูจะแทนตัวเองว่าหนู แต่ถ้าต้องออกไปเจอคนอื่นหนูขอนะคะ"

"แบบนั้นก็ได้ค่ะ แต่ม๊าขอให้หนูพูดเพราะ ๆ กับทุกคนนะคะ"

"ด้วยความยินดีค่ะ ^ ^" ยิ้มหวานสบตาผู้เป็นแม่และพ่อก่อนจะรู้สึกผิดในใจกับคำหยาบคายที่พูดไปเมื่อเช้านี้ และคำโกหกต่าง ๆ นานา

หนูไขว้นิ้วโมฆะแล้วนะ! ท่านยมลบความผิดหนูออกจากบัญชีหนังหมาด้วยค่ะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป