บทที่ 1 บทนำ

แสนรักเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่นชอบความสวยงาม สมัยก่อนอาจมีช่องทางทำมาหากินได้ไม่มากนัก แต่เดี๋ยวนี้ยุคสมัยรวมถึงการบริโภคของมนุษย์เริ่มเปลี่ยนไป ความสะดวกสบายเข้าถึงง่ายมากกว่าเมื่อก่อน ทำให้เธอมองเห็นช่องทางที่พอจะสร้างรายได้ขึ้นมาได้บ้าง

           หน้าที่ของเธอคือผู้ช่วยช็อปปิงส่วนตัว หรือที่เขาเรียกกันว่า personal shopper นั่นแหละ ไม่ใช่ว่ามีใจรักอย่างเดียวแล้วจะทำได้เลย เพราะกว่าเธอจะสามารถหาลูกค้าได้นั้นก็ต้องลงเรียนเพิ่มเติมรวมถึงสั่งสมประสบการณ์อยู่นาน

           “พี่ซื้อมาฝากคุณแป้ง เป็นต่างหูคอลฯ ใหม่ เหมือนว่าในไทยยังไม่วางขายด้วยนะ” หญิงวัยสี่สิบปลายๆ หยิบถุงกระดาษซึ่งมีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ใกล้ถึงเทศกาลปลายปีทีไรแต่ละแบรนด์มักจะมีของพิเศษออกมาแข่งกันเสมอ

แน่นอนแสนรักรู้ดีว่ามูลค่าของขวัญที่ลูกค้าซื้อมาให้นั้นสูงถึงห้าหลัก

“รับไว้นะ ทริปนี้พี่ประทับใจมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความใส่ใจของคุณแป้งเลย” เพื่อนร่วมทริปของเธอล้วนเอ่ยปากชมทุกวันกับเสื้อผ้าหน้าผม ความมั่นใจที่เคยหดหายกลับมาเพิ่มพูนเพราะหญิงสาวตรงหน้าล้วนๆ

“แป้งดีใจที่ทริปนี้เป็นความทรงจำที่ดีของคุณรัตนนะคะ ส่วนของขวัญแป้งขอรับไว้ด้วยความเต็มใจค่ะ”

แสนรักเรียนรู้ในเรื่องการวางตัวได้เป็นอย่างดี นอกเหนือการปิดงานโดยสมบูรณ์แบบแล้วสิ่งที่หวังต่อก็คือต้องทำให้ลูกค้าย้อนกลับมาใช้บริการอีกครั้งหรือไม่ก็โฆษณาให้ผองเพื่อนแบบปากต่อปาก

“เพื่อนๆ พี่ถามกันใหญ่เลยว่าไปทำอะไรมาหรือเปล่า ใจจริงพี่หวงนะ แต่ก็อยากให้คุณแป้งมีลูกค้าเยอะๆ”

ดูเหมือนว่าเดือนนี้เธอจะปิดงานได้สมอย่างที่ใจหวังเลยสินะ

เก่งมากตัวเรา...

           กว่าจะแยกย้ายกับลูกค้าก็ปาเข้าไปสี่โมงเย็นกว่าๆ แล้ว แม้ระยะหลังแสนรักจะหาเงินได้มากขึ้นแต่เธอก็ยังชินกับการแวะซื้อของสดรวมถึงผักผลไม้ที่ตลาดมากกว่าในมาร์เก็ต ราคามันต่างกันเยอะอยู่ถ้าตั้งใจเลือกก็จะได้ของดีตรงความต้องการ

           ยามเย็นการจราจรบนท้องถนนแน่นขนัดเป็นเรื่องปกติ แต่มันเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายสำหรับหญิงสาวอย่างมาก ถ้าไม่ต้องแวะซื้อของเข้าบ้านก็คงโดยสารด้วยรถไฟฟ้า ป่านนี้คงถึงบ้านกระโจนลงอ่างนอนแช่น้ำอุ่นๆ ไปแล้ว

           บ้านเดี่ยวหลังขนาดพอเหมาะมีเนื้อที่ไว้ปลูกต้นไม้ส่วนหนึ่งตั้งอยู่แถบชานเมือง มันคือบ้านที่แสนรักอยู่กับคนรักมาร่วมสามปีแล้ว

           ทว่าพักหลังมานี้เหมือนจะได้อยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่

           “คุณหมื่น”

ใบหน้ารูปไข่ของแสนรักแช่มชื่นเมื่อเห็นรถยนต์สัญชาติยุโรปจอดอยู่หน้าบ้าน จัดการจอดรถได้ก็รีบคว้าข้าวของพุ่งตัวเข้าเรือนรักด้วยหัวใจที่พองคับอก

           ในบ้านมีเพียงแสงสว่างจากภาพเคลื่อนไหวบนจอโทรทัศน์ขนาดหกสิบนิ้ว บางทีแสนรักก็กลัวชานนท์จะมีปัญหาทางสายตาตามมาทีหลัง แต่ครั้นจะพูดเรื่องนี้เดี๋ยวก็ได้ทะเลาะกันอีก เพราะงั้นเธอเลยปล่อยให้เขาทำอะไรตามใจ อย่างไรเสียทุกอย่างในบ้านหลังนี้ก็มาจากเงินเขาทั้งนั้น

           “ไม่เห็นโทรบอกแป้งเลยว่าจะมา”

แสนรักโน้มตัวกอดคนรักจากด้านหลังของโซฟา ส่วนของที่ซื้อมาจากตลาดรวมถึงของขวัญที่ลูกค้าให้มาจับวางกองอยู่บนโต๊ะ

“ซ่อนใครไว้หรือไง” เสียงเข้มเล็ดลอดผ่านริมฝีปากหนา ในขณะที่คนพูดเอียงหน้ามองแสนรักด้วยสายตาเนือยจัด

“แล้วไปไหนมา”

ถามไปก็ลอบสำรวจการแต่งตัวของอีกฝ่าย เสื้อผ้าที่ไม่ได้ดูเป็นทางการจนเกินไปแบบนี้น่าจะไปเจอลูกค้ามาแหงๆ

“ลูกค้าขอนัดเจอน่ะค่ะ เอาของขวัญมาให้”

เจ้าของร่างระหงยืดตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมไปด้านหน้าโซฟา ล้มตัวลงในอ้อมแขนแกร่ง

“ขากลับแป้งก็เลยแวะตลาดซื้อของเข้าบ้านสักหน่อย”

“อึดอัด” ชานนท์ปรายตามองคนที่พยายามออดอ้อน ถ้าไม่ติดว่างานเลี้ยงวันนี้มีแต่คนแก่ที่เอาแต่คุยโวดึงลูกหลานมาเกทับกันเขาคงไม่มาอยู่ที่นี่หรอก

“กอดนิดเดียวทำเป็นอึดอัด”

แสนรักว่าเสียงกลั้วหัวเราะ ปลายนิ้วบีบจมูกคนตัวโตแต่ก็โดนเขาปัดออก รอยยิ้มบนริมฝีปากจางลงอย่างรวดเร็ว

“แป้งไปเตรียมมื้อเย็นดีกว่า มีหอยลายผัดพริกเผาด้วยของโปรดใครไม่รู้”

“เจียวไข่เพิ่มด้วยถ้างั้น” ชานนท์กำลังหิวพอดี “ลุกไปทำเลย เร็วๆ”

“แล้วคืนนี้คุณหมื่นจะค้างที่นี่ด้วยไหม”

แน่นอนว่าแสนรักถามด้วยความคาดหวัง ทั้งอาทิตย์ชานนท์หายหน้าไปจัดการงานที่บ้านมา ปกติแล้วเขามักจะไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านหลังนี้กับคอนโดฯ ส่วนตัวในเมือง แต่พักหลังเหมือนว่าจะขลุกอยู่ที่คอนโดฯ มากกว่า บอกตามตรงว่าเธอได้กลิ่นอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังไม่อยากจุดชนวนขึ้นมาเท่าไรนัก

“ดูก่อน” เจ้าของนัยน์ตาคมกริบเหลือบมองอีกฝ่ายก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “อาจจะค้าง”

ชานนท์หงุดหงิดตัวเองไม่น้อยที่ไม่เด็ดขาดพอ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะมาแค่นั่งเล่นเท่านั้น

แต่พอสบเข้ากับดวงตาคู่กลมเป็นอันต้องใจอ่อนยวบทุกที

แม่งเอ๊ย! กูตกหลุมพรางของแสนรักทุกทีเลย

บทถัดไป