บทที่ 15 15
“แป้งพยายามจัดการกับความรู้สึกพวกนี้อยู่ค่ะ ที่จริงก็ดีขึ้นมาบ้างแล้ว”
แสนรักรู้สึกซาบซึ้งถึงความห่วงใยที่อีกฝ่ายส่งให้ถึงกัน สำหรับเธอแล้วคุณรัตนก็เป็นเหมือนมากกว่าลูกค้านับว่าเป็นกัลยาณมิตรที่ดี
“ขอบคุณคุณรัตนมากเลยนะคะ”
“เราก็รู้จักกันมานานแล้ว พี่เห็นเราเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง เพราะงั้นใครที่เขาไม่เห็นความรักของเราก็ปล่อยเขาไป แต่น้องแป้งรักตัวเองนะลูก”
ร่วมงานด้วยกันมากกว่าห้าครั้ง แต่เจอกันแทบทุกเดือนจนมีความสนิทตามลำดับ เธอประทับใจผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่ใช้บริการครั้งแรกด้วยซ้ำ
แสนรักเป็นเหมือนพลังด้านบวกปลุกให้ผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นมามีความมั่นใจหลังจากที่เธอโดนคนรอบข้างทักท้วงเรื่องรูปร่างที่เปลี่ยนไป
“เหมือนที่น้องแป้งเคยบอกพี่ไง เราจะมีความสุขถ้าเรารักตัวเองมากพอ วันนี้พี่เลยอยากเอาคำพูดของน้องแป้งกลับมาใช้”
เมื่อก่อนเธอเป็นคนที่ขาดความมั่นใจมาก แต่คำพูดของแสนรักทำให้เธอมีความสุขกับการแต่งตัวมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“รักตัวเองก่อนแล้วใครจะอยู่กับเราในวันข้างหน้าก็ให้มันเป็นเรื่องของอนาคต” มันคือความหวังดีที่กลายเป็นกำลังใจจนแสนรักไม่สามารถกลั้นยิ้มไว้ได้ ไม่มีคำไหนนอกจากคำขอบคุณซ้ำๆ ที่เธอเอ่ยออกไป
“แล้วนี่น้องแป้งรีบกลับหรือมีธุระที่ไหนต่อหรือเปล่า”
“ไม่มีธุระที่ไหนต่อค่ะ คุณรัตนมีอะไรให้แป้งช่วยหรือเปล่าคะ”
“พอดีพี่มีนัดกับเพื่อนต่อ แต่อยากแนะนำให้น้องแป้งรู้จักไว้ ตอนนี้น่าจะถึงแล้วละ” มันคือการรีวิวความประทับใจกันแบบปากต่อปากให้กลุ่มเพื่อนแสนรักรู้ดี
“เหมือนจะมาพอดี ทางนี้จ้ะ”
แสนรักหันมองตามก็เห็นหญิงสาวที่น่าจะวัยห้าสิบกำลังเดินตรงมาทางนี้ ด้วยสายงานที่ทำแสนรักเลยใช้เวลานี้ลอบสำรวจทั้งบุคลิกท่าทางรวมถึงการแต่งตัวของอีกฝ่ายโดยที่ไม่เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีค่ะ” แสนรักรีบไหว้กลับเมื่อคนอายุมากกว่าเป็นฝ่ายทักทายก่อนอย่างเป็นมิตร
“นี่เพื่อนพี่เองค่ะ นางนั่งส่องรูปทริปที่พี่ไปล่องเรือมา เอ่ยปากชมไม่หยุดว่าเลือกเสื้อผ้าเก่ง หารู้ไม่ว่าพี่มีน้องแป้งเป็นผู้ช่วย” คนถูกชมได้แต่นั่งยิ้มไม่คิดแทรกบทสนทนา
“ปกติเธอแต่งตัวแบบนั้นที่ไหนกัน พอเห็นครั้งแรกยังว่าแปลกตา แต่สวยดูเหมาะกับเธอมาก” คนที่เพิ่งมาใหม่หันหน้าไปทางหญิงสาว
“หนูแป้งใช่ไหมลูก ป้าได้ยินคุณรัตนพูดถึงบ่อยมาก”
“โอ๊ยเธอเล่นแทนตัวเองว่าป้า แล้วทีนี้เราจะทำยังไง” คุณรัตนถึงกับวี้ดว้ายเป็นการใหญ่
“อ้าว หนูแป้งดูน่าจะอ่อนกว่าลูกชายเราอีกนะ แทนตัวเองว่าป้าก็น่าจะถูกแล้ว”
“เอาเถอะๆ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว” รัตนหัวเราะจนน้ำตาซึม ก่อนที่จะเพิ่งนึกได้ว่าลืมแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ
“มัวแต่คุยเรื่องอื่นจนลืมแนะนำตัวไปเลย นี่คุณจินดา น้องแป้งรู้จักเอาไว้นะลูก อีกไม่นานคงมีเรื่องให้น้องแป้งช่วยเยอะแน่ๆ”
“เรียกป้าก็ได้นะหนูแป้ง” จินดาส่งยิ้มให้คนตรงหน้า ซึ่งหญิงสาวก็ตอบรับไมตรีกลับมาอย่างมีมารยาท
“ด้วยความยินดีเลยค่ะคุณป้าจินดา”
มื้อเย็นของแสนรักหาทำอะไรง่ายๆ ที่บ้าน แต่ดูเหมือนเธอจะลืมไปว่าของในตู้เย็นเริ่มหมด วันนี้ก็มัวแต่คุยกับคุณรัตนและคุณจินดาจนเพลินเลยลืมว่าต้องแวะตลาดก่อนกลับบ้าน
ลูกค้าใหม่ๆ ของเธอส่วนใหญ่มาจากการแนะนำแบบปากต่อปากครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งมาจากการโพรโมตทางช่องโซเชียลอีกที
แสนรักมีความคิดว่าควรจะเปิดช่องแยกเป็นของตัวเองเพื่อเผยแพร่อาชีพที่ทำอยู่ มันยังดูแปลกใหม่สำหรับหลายๆ คนแต่ความจริงมันมีมานานแล้ว เพียงแต่เมื่อก่อนโซเชียลมันยังเข้าไม่ถึงเหมือนทุกวันนี้
Team meeting
น้องออน : งานด่วนนนนค่ะทุกคน
น้องออน : เคสใหม่ลูกค้ารีเควสต์ขอ 20 ลุค
น้องออน : มีเวลาสองอาทิตย์ค่ะ
pp.pika : กรี๊ดดดด
pp.pika : ไฟไหม้สุด
น้องออน : ได้มั้ยคะ พี่แป้ง @แสนรัก
เจ้าของดวงตากลมโตไล่อ่านข้อความจากลูกทีม จากนั้นถึงรีบเช็กตารางสำหรับเดือนนี้ ถึงจะเป็นงานเร่งแต่แสนรักไม่เคยทำงานแบบลวกๆ กว่าจะปิดงานแต่ละเคสเธอต้องมั่นใจว่าสิ่งที่มอบให้นั้นจะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
แสนรัก : ได้นะ
แสนรัก : ออนกับพีพีโอเคหรือเปล่า ไหวไหม?
น้องออน : จัดมาโลดค่ะพี่แป้ง
pp.pika : โอเค จัดไป ไฟมา
แสนรักคุยงานสักพักใหญ่แล้วถึงเปิดดูไลน์กลุ่มของเพื่อนรักที่แชตเด้งทั้งวันไม่แพ้กัน ส่วนใหญ่ก็คุยกันเรื่อยเปื่อยตั้งแต่บ่นเรื่องงานไปยันส่งรูปของกินมาอวดกัน แสนรักตอบกลับไปบ้างก่อนจะออกจากแชตเพื่อหาส่องอะไรเรื่อยเปื่อย
สายตาดันมาสะดุดกับไอจีของเลปกร ดูเหมือนเจ้าตัวก็ยังขยันออกไปสังสรรค์ไม่เว้นแต่ละวัน ก้อนเนื้อด้านซ้ายวูบไหวเล็กน้อยหลังจากเลื่อนดูรูปต่อไปแล้วภาพมันติดเสี้ยวหน้าอดีตคนรัก
ชานนท์ก็ดู...มีความสุขดี
แสนรักถึงกับต้องลดโทรศัพท์ลงเพื่อปรับลำดับการหายใจ ขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปมีหวังได้ก้าวไปข้างหน้าไม่ได้แน่ๆ สูดลมหายใจเข้าปอดลึกพร้อมกับตัดสินใจบางอย่างแบบแน่วแน่
