บทที่ 17 17

“แล้ววันนี้มึงเช็กอินยัง?” เมื่อกี้เข้าไปก็ไม่เห็นไอจีเลปกรอยู่ลำดับแรกๆ หรือว่ามันไม่ได้ลง

“ไม่อัปเดตชีวิตมึงหน่อยเหรอ”

“กูอัปไปตั้งนานแล้ว” คนติดโซเชียลคุยโว

ชานนท์พยักหน้าเออออพลางคว้าแก้วขึ้นมาแตะปาก ร้องเพลงฮึมฮัมอยู่ในลำคอในขณะเดียวกันก็นับเวลาถอยหลังไปด้วย

ปกติแสนรักเป็นคนที่ทำอะไรก็มักจะทุ่มเทให้กับมันจนสุดตัวอยู่แล้ว ยิ่งช่วงนี้ชีวิตของเธอโฟกัสแต่งานเป็นหลักก็ยิ่งเอาแต่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง

วันก่อนเพิ่งประชุมเกี่ยวกับเคสของลูกค้าคนใหม่ที่ขอปรับภาพลักษณ์และรีเควสต์การแต่งตัวทั้งหมดยี่สิบลุค แสนรักตื่นเต้นทุกครั้งที่มีงานเข้ามามันเหมือนกับได้เจอเรื่องท้าทายและต้องตีโจทย์ใหม่ตลอดเวลา

มันไม่ใช่แค่การหาเสื้อผ้าสวยๆ แต่เราต้องศึกษาและวิเคราะห์บุคลิกและเลือกสิ่งที่เข้ากับลูกค้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ลูกค้าเคสใหม่ยังอยู่ในขั้นตอนแบ่งงานกับคนในทีม กว่าจะได้ลงงานจริงๆ เธอก็น่าจะปิดเคสของคุณรัตนได้ทันเวลาพอดี

วันนี้เป็นวันหยุดแต่แสนรักไม่มีแพลนพิเศษอะไรทำในวันหยุด ก็เลยถือโอกาสออกมาจัดหาซื้อของสำหรับเคสของคุณรัตน ถ้าปิดงานนี้เสร็จจะได้ลุยงานใหม่ต่อเลย

“ร้านนี้ผ้าสวยกว่าร้านอื่นเนอะ” จากที่แสนรักเดินสำรวจและทดลองจับเนื้อผ้า สุดท้ายก็เจอร้านที่พอใจ 

“เออ คัตติงเนี้ยบกว่าร้านตรงหัวมุมด้วย”

เธอไม่ได้มาคนเดียวแต่มีผู้ช่วยส่วนตัวอย่างมุกดาและจิรชญาที่ถือโอกาสออกมาเดินช็อปปิงด้วยพอดี

“แกจัดการไปนะ ฉันจะไปซื้อชานมไข่มุก เอาด้วยปะ”

“ยังๆ อยากกินข้าวก่อน” เดินตระเวนหาของเข้าห้างนั้นออกห้างนี้มาบ่ายสองกว่าแล้วยังไม่ได้กินข้าวสักเม็ด

“แกไปนั่งรอที่ร้านน้ำเลยก็ได้ เสร็จนี่แล้วเดี๋ยวตามไป”

จิรชญาพยักพเยิดหน้าใส่มุกดาให้เดินตามไปร้านน้ำ

สรุปแล้วมีแค่เขาที่กินอยู่คนเดียว ส่วนนังมุกดาเอาแต่ยืนขมวดคิ้วใส่หน้าจอโทรศัพท์ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว

“นังจิๆ”

มุกดาหันมองรอบตัวพอเห็นว่าแสนรักยังไม่ตามมาเลยรีบสะกิดจิรชญาที่เอาแต่ยืนดูดชานมไข่มุกยิกๆ มันแสดงสีหน้าไม่พอใจก่อนที่จะกระแทกลมหายใจแบบสะดีดสะดิ้ง

“เรียกดีๆ” สาวสองเน้นเสียงสูง “ชื่อเมจิค่ะ”

“เอออออ” คนมีเรื่องจะบอกทำเสียงจิ๊จ๊ะอยู่ในลำคอแต่สุดท้ายก็ปัดเรื่องไม่เป็นเรื่องทิ้งไปก่อน

“แกมาดูอะไรนี่” 

จิรชญารับโทรศัพท์เพื่อนไปดูแต่ก็ไม่ยังไม่เข้าใจว่ามันต้องการให้ดูอะไรกันแน่ เพราะเท่าที่เห็นก็มีแค่สตอรีที่มันถ่ายติดเขาแค่นั้น

“ให้ดูอะไรวะ” ทำท่าจะส่งคืนแต่มุกดาโวยวายเบาๆ แล้วเป็นฝ่ายใช้นิ้วจิ้มหน้าจอโทรศัพท์

“แกเห็นไหมเนี่ย” มุกดาเลื่อนให้ดูทุกสตอรีที่เธออัปจากนั้นถึงให้ดูโพรไฟล์นักส่องคนหนึ่ง

“พี่หมื่นมันตามส่องสตอรีฉันทุกอันเลย”

“เออจริงด้วย” คราวนี้จิรชญาเป็นฝ่ายตรวจเช็กรวมไปถึงไอจีของตัวเองด้วย

“เข้ามาส่องของฉันเหมือนกันว่ะ”

สองคนยืนมองหน้ากันราวกับชั่งใจบางอย่าง ก่อนที่มุกดาจะเป็นฝ่ายถามความเห็นก่อน

“แกว่ามันยังไงวะ”

“ก็ตามสันดานคนเลิกกันแล้วยังอยากรับรู้ความเป็นอยู่ของแฟนเก่าละมั้ง” ชายใจหญิงวิเคราะห์ตามหลักการทั่วไป

“แต่ตอนนังแป้งยังคบด้วย พี่หมื่นมันก็ไม่เห็นมาตามส่องเลยนะเว้ย” ตอนแรกคิดว่าผัวเก่าเพื่อนเป็นพวกไม่เล่นโซเชียลด้วยซ้ำ

“แล้วนี่อะส่องไวมาก ฉันลองแกล้งอัปเล่นๆ เมื่อกี้ก็ยังเข้ามาส่องคนแรกๆ เลยอะ”

ถ้าไม่ได้ว่างมากก็แปลว่าตั้งใจตามส่องจริงๆ นั่นแหละ

“ถ้าอยากให้มันตัดใจจากผัวแบบเด็ดขาด” หางตาของจิรชญาเหลือบเห็นคนที่ตกเป็นหัวข้อสนทนากำลังเดินหิ้วของถุงโตมาทางนี้พอดี

“อย่าบอกเรื่องนี้กับมันเชียว”

“โอ๊ย! ก็ถ้าเขาตามส่องเราสองคน แล้วของไอ้แป้งจะเหลือเหรอ” มุกดาถามกลับ

“เหลืออะไรล่ะ มันบล็อกผัวเก่ามันทุกช่องทางไปแล้ว”

คนอย่างแสนรักเคยโกรธหรือตัดใครออกจากชีวิตเสียที่ไหน แต่ถ้าถึงขนาดบล็อกทุกช่องทางแบบนั้นก็แปลว่ามันไม่อยากแบกรับอะไรอีกแล้วจริงๆ

มุกดาเห็นด้วยกับเพื่อนเลยไม่ถามอะไรต่อ ประจวบกับที่แสนรักเดินมาพอดี

“ได้ของครบยัง ขาดเหลืออะไรอีกปะ”

“ครบแล้ว” คนที่เพิ่งมาหอบหายใจแต่ก็ก้มลงตรวจของอีกรอบเช็กจนแน่ใจว่าครบ

“ไปหาข้าวกินกันเลยปะ หิวมากตอนนี้”

“ส้มตำดีไหม เปรี้ยวปากอยากกินไรแซ่บๆ”

“เอาดิ ชั้นล่างเหมือนมีร้านอาหารอีสานอยู่หลายร้านอยู่”

เมื่อความต้องการเป็นไปในทิศทางเดียวกันก็ง่ายขึ้น พากันช่วยหอบหิ้วของคนละไม้ละมือลงมาถึงชั้นล่าง

“แล้วของนี่ต้องเอาไปส่งให้ลูกค้าเองเลยไหม หรือเรียกเมสฯ มารับเอา” ถ้าเป็นอย่างแรกจิรชญาคิดว่าพวกเราอาจจะต้องออกจากห้างก่อนช่วงเย็น ถึงจะเป็นวันหยุดแต่ถนนเส้นนี้ก็ติดอยู่ดี

“อ้อ เหมือนว่าคุณเขาจะให้ลูกชายมารับที่นี่เลย”

แสนรักเพิ่งแจ้งคุณรัตนไปได้ไม่นาน ตั้งใจว่าจะเอาไปส่งให้ถึงที่แต่ทางนั้นบอกว่าลูกชายมาทำธุระแถวที่เธออยู่พอดี

“แต่น่าจะอีกชั่วโมงกว่าเลยอะกว่าเขาจะมา”

“ไม่เป็นไรวันหยุดนี่ ไปร้องเกะรอก็ได้ ไม่ได้ร้องนานและ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป