บทที่ 18 18

เธอละนับถือเพื่อนตัวเองจริงๆ ที่ยังสามารถแหกปากร้องเพลงได้แม้ว่าเพิ่งอัดอาหารมาเต็มกระเพาะ แต่ถึงอย่างนั้นเสียงร้องเพลงเพี้ยนๆ ของพวกมันก็สร้างเสียงหัวเราะให้กับเธอ ทำให้นึกถึงภาพวันเก่าๆ สมัยช่วงที่ยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

อยู่ในห้องคาราโอเกะมาประมาณหนึ่งชั่วโมงแสนรักก็ได้รับสายจากเบอร์แปลกเบอร์หนึ่ง ดูเหมือนว่าลูกชายของคุณรัตนจะมาถึงแล้ว

“ฉันเอาของไปให้ลูกค้าก่อนนะ พวกแกรออยู่นี่ก็ได้”

“เออๆ เหลืออีกสิบนาที เดี๋ยวตามไป”

ระหว่างที่นั่งอยู่ห้องคาราโอเกะแสนรักทำการจัดเซตชุดไว้อย่างเรียบร้อย ส่วนสถานที่นัดรับของกับลูกชายคุณรัตนคือหน้าร้านหนังสือ ตอนนี้เธอพอจะมองเห็นคนที่ว่าก็เลยเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีกหนึ่งระดับ เจ้าของเรียวปากคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองกันพอดี

“สวัสดีค่ะ” แสนรักค้อมศีรษะลงตามมารยาทเพราะมือถือของเต็มไปหมด

“คุณแป้งใช่ไหมครับ”

เวธัสถามทั้งที่ค่อนข้างแน่ใจ เนื่องจากแม่เขาเปิดรูปแสนรักให้ดูแทบทุกวัน

ดูแล้วไม่ค่อยตรงปกเท่าไรเหมือนเป็นคนไม่ค่อยขึ้นกล้อง ไม่ใช่ว่าในรูปดูไม่ดีเพียงแต่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นดูน่ารักกว่าเยอะ

“แม่สั่งให้ผมมารับของแทนน่ะครับ”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ แป้งจัดการแยกแต่ละชุดให้ตามวันแล้วนะคะ” แสนรักเปิดถุงให้ทางชายหนุ่มตรวจดู พร้อมกับอธิบายว่าวันไหนจัดไว้ให้ยังไงจะได้ไม่งง

“โอเคครับ” เวธัสยอมรับว่าฟังแบบเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา เขาไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไรหรอก แต่ก็คิดว่ามันคงไม่ได้ยากจนเกินไป

“ของเยอะขนาดนี้ ถือมาคนเดียวเลยเหรอครับ”

“สบายมากค่ะ ไม่ได้หนักเท่าไร” มันดูเยอะเพราะถุงมันใหญ่ไม่พอต่างหาก แต่ถ้ารวมเป็นถุงใหญ่ถุงเดียวเลยคิดว่าแบบนั้นจะหนักไป

“ได้ยินจากคุณแม่มาว่าคุณแป้งชอบเมนูทอฟฟี่นัต”

ตอนแรกเวธัสก็ตั้งใจจะกลับเลยแต่ตอนนี้นึกอยากไถ่โทษเรื่องที่มาช้ากว่าเวลาที่นัดไว้

“อ่าค่ะ” แสนรักได้แต่ตอบรับพร้อมกับคลี่ยิ้มนิดๆ เพราะไม่เข้าใจความหมายในรูปประโยคเท่าไร

“พอดีผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาคุณแป้งเกี่ยวกับคุณแม่น่ะครับ”

ดวงตาของผู้หญิงตรงหน้าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เวธัสยกยิ้มจางๆ ก่อนเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม

“มีเวลาสำหรับทอฟฟี่นัตสักแก้วไหมครับ ผมเลี้ยงเอง”

แสนรักยอมรับเลยว่าตอนแรกเธอรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยที่จู่ๆ อีกฝ่ายชวนดื่มกาแฟแบบนี้ แต่พอเอาเข้าจริงที่เขาบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษานั้นก็เป็นเรื่องจริงไม่ใช่ข้ออ้างอย่างที่แอบกังวล

อาจจะเพราะชายหนุ่มดูเป็นคนอัธยาศัยดี พูดเก่งอีกต่างหาก ก็เลยทำให้บรรยากาศค่อนข้างไปในทิศทางที่ดี

ความอึดอัดที่ก่อเกิดขึ้นในตอนแรกเริ่มคลายลง การสนทนาจึงลื่นไหลและเป็นไปอย่างธรรมชาติโดยปริยาย

“ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณแม่เป็นคนชอบแต่งตัวสวยๆ แต่พอท่านอายุมากขึ้นรูปร่างเลยเปลี่ยนไปก็เลยไม่ค่อยสนใจเรื่องการแต่งตัวเท่าไร”

“ตอนแรกผมก็นึกว่าท่านหมดสนุกกับการแต่งตัว ไม่ได้คิดเลยว่าท่านเสียความมั่นใจจากคำพูดของคนอื่น”

“ผู้หญิงทุกคนมีจิตวิญญาณกับความรักสวยรักงามอยู่ในตัวค่ะ”

“เห็นท่านมีความมั่นใจมากขึ้น ผมก็มีความสุขน่ะครับ” การนั่งดื่มกาแฟในวันนี้สำหรับเวธัสไม่ถือเป็นการเสียเวลาอย่างที่คิด

“แล้วก็ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับ น่าจะเป็นของขวัญที่คุณแม่น่าจะถูกใจ ผมนึกไม่ถึงด้วยซ้ำคิดถูกแล้วที่ขอคำปรึกษาจากคุณ”

“แป้งยินดีค่ะคุณเวย์”

“อ่า มีธุระต่อใช่ไหมครับ ท่าทางผมจะรบกวนเวลาคุณแป้งเข้าแล้ว” เพราะเห็นหญิงสาวพิมพ์ตอบข้อความใครสักคน แถมยังลอบมองไปทางหน้าร้าน

“พอดีวันนี้แป้งมากับเพื่อนน่ะค่ะ น่าจะมารออยู่หน้าร้านแล้ว” แสนรักส่งยิ้มให้อีกฝ่ายพลางค้อมศีรษะลง ตั้งใจจะขอตัวก่อน

แต่เหมือนเพื่อนตัวดีทั้งสองคนกลับเดินเข้ามาในร้านเสียอย่างนั้น แถมพวกมันยังเลือกมานั่งโต๊ะข้างๆ ด้วยนี่สิ

“งั้นผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า” ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอตัวก่อน เห็นแบบนั้นแสนรักเลยรีบลุกขึ้นยืนตามมารยาท

“เดี๋ยวแป้งเดินไปส่งหน้าร้านค่ะ” จะได้ช่วยถือของด้วย

“ไม่เป็นไรครับ” เวธัสส่งยิ้มให้หญิงสาว ก่อนที่จะบุ้ยปากไปทางแก้วกาแฟที่วางบนโต๊ะ

“ดื่มตอนยังร้อนอยู่จะอร่อยกว่านะ” บอกลาพร้อมขอบคุณอีกรอบเจ้าของร่างสูงก็เดินออกจากร้านไปในที่สุด แต่ระหว่างที่กำลังเดินออกก็ยังหันไปทักทายเพื่อนของเธอทั้งสองคน

“ทำไมไม่บอกก่อนว่าลูกชายลูกค้าแกจะหล่อขนาดนี้”

กะเทยสาวรีบย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกับเพื่อน ตาก็ยังมองตามหลังชายหนุ่มที่เพิ่งแยกจากเพื่อนตาวาว

“งานดีจริง” ขนาดมุกดายังเอ่ยปากชม

“ฉันก็เพิ่งเคยเจอเขาครั้งแรกเหมือนกัน”

เคยแต่ได้ยินคุณรัตนบอกอยู่บ่อยๆ ว่าลูกชายของท่านอายุพอๆ กับเธอเท่านั้น

“เขาสนใจแกเปล่า” มุกดาหรี่ตาถาม “ไหนว่าแค่มารับของ แล้วทำไมอยู่ๆ มานั่งเดตที่ร้านกาแฟ”

“คิดไปโน่น”

คนโดนคาดคั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอรู้ว่าพวกมันกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว

“คุณเขาแค่มีเรื่องจะปรึกษาเกี่ยวกับแม่ ไม่ได้มีอะไรเลย”

“เขาจะสนใจหรือไม่สนใจไม่ใช่ปัญหา ผู้หญิงเป็นฝ่ายจีบผู้ชายก่อนก็เยอะแยะไป แกก็จีบเลยดิ หล่อสูสีกับผัวเก่าแกอยู่นะ”

จิรชญากระเซ้าเย้าแหย่

“ผัวที่ดีคือผัวใหม่เคยได้ยินปะ”

“กะเทยเงียบปากค่ะ” แสนรักส่ายหน้าก่อนผ่อนลมหายใจ

“ฉันไม่อยากเสียลูกค้ากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะงั้นแกหยุดแต่งนิยายในหัวเดี๋ยวนี้” รู้ว่าเพื่อนอยากให้ลืมคนเก่าแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คนเราไม่จำเป็นต้องเร่งมีคนรักในช่วงเวลาที่เรายังไม่พร้อม ตอนนี้รักแค่ตัวเองก่อนก็พอ

ส่วนเรื่องหัวใจขอพักยาวๆ ตอนนี้โฟกัสแค่เรื่องงานกับสุขภาพตัวเองก็แทบไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป