บทที่ 20 20
ต่อให้เป็นเพื่อนที่คบกันมานานแต่เขาก็เดาอารมณ์มันไม่ถูกเหมือนกันว่าจริงๆ แล้วมันต้องการอะไรกันแน่
“กูแค่อยากรู้เฉยๆ ไม่ได้หรือไง”
ชานนท์ทิ้งตัวลงนอนกับเบาะโซฟา มองเพดานบ้านเพื่อนแบบที่สมองว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออกอธิบายความรู้สึกไม่ถูกด้วย แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ชอบใจกับเหตุการณ์นี้
“แป้งบล็อกไลน์ บล็อกเบอร์กูด้วย”
ตอนแรกที่โทรไปนึกว่าฟังผิด อย่าว่าแต่เบอร์หรือไลน์เลย ช่องทางอื่นๆ ก็โดนแสนรักบล็อกมันทั้งหมด
“สมน้ำหน้าไอ้ควาย”
อธินหัวเราะชอบใจไม่มีแม้แต่ความสงสาร ก่อนหน้ามั่นหน้าลั่นปากจะตีจากให้ได้ ผ่านไปไม่ทันไรเลี้ยวกลับไปหาเขา
สะใจอยู่เหมือนกันที่ตอนนี้น้องแป้งเลือกที่จะเผ่นหนีไอ้หมื่นจริงๆ
“พ่อแม่แป้งตายหมดแล้ว พี่น้องก็ไม่มี ญาติที่เหลือก็ห่างๆ อยู่ต่างจังหวัดอีก จะไปอยู่ไหนได้วะ”
ชานนท์ไม่ได้โกรธเพื่อนไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำ แค่อยากระบายให้มันฟังมากกว่า
“เขาก็คงอยู่กับเพื่อนมั้ง”
ตอนแรกอธินคิดว่าไอ้ห่านี่ไม่ออกอาการสำนึกอะไร แต่เอาเข้าจริงมันก็ดูเนือยกว่าปกติ คำก็แป้งสองคำก็แป้ง
คนฟังอย่างเขาได้แต่เกาหัว
“ไหนมึงบอกอยากห่างกับน้องเขา พอได้ห่างจริงๆ เสือกวิ่งแจ้นกลับไปหาถึงบ้านอีก”
คนกลืนน้ำลายตัวเองเหลือบมองเพื่อนเล็กน้อยแต่ไม่ได้ยอมรับอะไร ยังสงสัยอยู่ว่าแค่เป็นห่วงในฐานะคนที่ยังไม่ได้เลิกกันหรือเปล่า
“ไม่กี่วันก่อนกูเห็นแป้งในสตอรีไอจี ไม่รู้ไปทำอะไรมาแต่เหมือนเขาจะเจ็บตัวว่ะ”
ก่อนหน้าที่เจอกันเขาจำได้ว่าแสนรักปกติดี ไม่รู้ว่าไปได้รับบาดเจ็บมาตอนไหน
“อยู่ด้วยกันมานานกูก็แค่จะไปถามไถ่ตามประสา”
“เออไอ้ควาย ตอนนั้นยังบ่นว่าอยู่ด้วยกันมานานแล้วชีวิตคู่มันจืดชืดมึงเลยเบื่อ”
ได้โอกาสเหมาะเหม็งทำไมอธินจะปล่อยให้หลุดมือ
พูดทับถมมันทุกอย่างจะได้รู้สึกผิดเยอะๆ ที่ทำกับแฟนตัวเองไว้ แบบนี้แหละมั้งที่เขาบอกไว้ว่าของที่อยู่ใกล้ตัวมักโดนเมินหรือโดนลดความสำคัญแบบไม่รู้ตัว
“แล้วไหนบอกว่าโดนน้องแป้งบล็อก มึงไปเห็นรูปเขามาจากไหน”
“ตอนแรกไม่ได้บล็อกไอจี สงสัยเห็นว่ากูเข้าไปส่อง” ตอนนั้นแหละถึงได้รู้ว่าแสนรักได้รับบาดเจ็บ
“ใจคอจะตัดขาดจากกูเลยหรือไง”
“ถ้ากูเป็นน้องแป้ง กูเลิกกับมึงไปนานแล้วไอ้หมื่น”
นาทีนี้อธินเริ่มขี้เกียจซ้ำเติม แต่ก็ยังอดไม่ได้เลยตอกย้ำมันไปอีกหนึ่งดอกใหญ่ๆ
“กูถึงบอกไงว่าถ้าไม่ใช่แป้งใครจะมาทนคนอย่างมึงได้”
“มึงลองโทรหาแป้งให้กูหน่อยดิ”
ชานนท์หน้าด้านมากพอที่จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ตอนนี้เขาอยากได้คำตอบที่ค้างคาใจมากกว่า
“แค่อยากรู้ว่าไปอยู่ไหน”
“แม่งขยันหาเหาใส่หัวให้กูจริงๆ” ปากก็ก่นด่าแต่ยอมปลดล็อกโทรศัพท์เลื่อนหาเบอร์โทรเมียเพื่อน กดโทรออกแล้วรออีกฝ่ายรับสาย
ทว่า...
“อะไรวะ แป้งตัดสายทิ้งเหรอ” ชานนท์ถามทั้งที่ยังมุ่นหัวคิ้ว แต่อธินกลับส่ายศีรษะพร้อมกับส่งสายตาระอาใจกึ่งสมเพชกลับมาให้กัน
“แป้งน่าจะบล็อกเบอร์กูเหมือนกันว่ะ”
หัวเสียแบบฉุดไม่อยู่ ชานนท์ได้แต่แค่นหัวเราะซ้ำๆ เกินสิบรอบเมื่อรู้ว่าแสนรักตั้งใจตัดความสัมพันธ์กันทุกช่องทาง แถมยังลามไปถึงคนรอบข้างของเขาอีก
ใจคอจะไม่ย้อนกลับมามองหน้ากันเลยมั้ง แสนรักทำแบบนี้เหมือนจะตัดขาดเขาออกจากชีวิตเธอให้ได้เลย
มันไม่เกินไปหน่อยหรือไง?
เพิ่งจะมีเวลาว่างเงยหน้าจากงานก็ตอนนี้
แสนรักปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวนไปกินข้าวข้างนอกเพราะเธออยากทำความสะอาดบ้านมากกว่าหลังจากปล่อยให้รกมาเป็นอาทิตย์
สรุปพวกมันก็เลยตกลงกันว่าหาสั่งของมานั่งกินแทน จะได้ช่วยทำความสะอาดด้วย มีแต่ได้กับได้แบบนี้เรื่องอะไรแสนรักจะปัดตก
“แกสั่งของเหรอแป้ง” เสียงมุกดาร้องถามดังมาจากหน้าบ้าน
“ของอะไรอะ ไม่ได้สั่งนะ”
แสนรักที่กำลังกวาดเศษใบไม้ถึงกับมุ่นหัวคิ้ว เพราะช่วงนี้งานเยอะเธอเลยแทบไม่มีเวลาดูแลบ้านเท่าไร วันนี้พวกมันมานอนที่บ้านด้วยเลยถือโอกาสให้ช่วยทำความสะอาดเสียเลย
“ไหนเอามาดู” สภาพผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายวัน แล้วเธอก็ไม่ทันได้สังเกตด้วยว่ามันถูกแขวนไว้นานแค่ไหนแล้ว
“มันคืออะไรวะ ฉันว่าแกทิ้งๆ ไปเลยดีปะ ไม่ต้องเปิดหรอกมันดูน่ากลัวอะ” มุกดาอดนึกไปถึงพวกโรคจิตไม่ได้ บางทีอาจจะมีพวกถ้ำมองเพราะเห็นเพื่อนเธออยู่บ้านคนเดียว
“เหมือนจะเป็นพวกหยูกยาอะ” ไปสะดุดกับกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เหมือนเริ่มเปื่อยเพราะโดนฝน แต่ถึงอย่างนั้นแสนรักก็ยังเห็นลายมือจากปากกาหมึกที่เริ่มซึมขยายเป็นวงกว้าง
‘คิ้วไปโดนไรมา จาก...คุณหมื่น’
“สรุปของผัว...เก่า แกเหรอวะ” มุกดาชะโงกหน้ามอง เกือบเติมท้ายคำว่าเก่าแทบไม่ทันเมื่อเจอกับสายตาของเพื่อนที่มองมา
“ก็น่าจะใช่”
แสนรักเลือกหยิบเฉพาะของในถุงออกมา ส่วนโน้ตรวมถึงถุงจัดการทิ้งใส่ถังขยะ
“อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้น ของมันยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ ส่วนอะไรที่ไม่มีประโยชน์ฉันก็ทิ้งจ้ะ”
“เออออ” มุกดาลากเสียงยาว “ก็ไม่ได้ว่าอะไร”
แสนรักไหวไหล่เบาๆ แต่พอหันหลังให้เพื่อนกลับลอบถอนหายใจ ไม่รู้หรอกว่าถุงนั้นมาแขวนตั้งแต่ตอนไหน ไม่เข้าใจด้วยว่าชานนท์จะยังมาถามกันเพื่ออะไร
