บทที่ 9 บทที่ 8 ครั้งแรก NC+++
บทที่ 8 ครั้งแรก NC+++
จากสองอาทิตย์ในวันนั้นเข้าสู่หนึ่งเดือนเต็มในวันนี้ จรัสพงศ์อาสามารับเกลวลินที่คอนโดตั้งแต่ฟ้าสว่าง
วันนี้เราจะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันเป็นครั้งแรก กระเป๋าของเธอใบไม่ใหญ่เท่าไหร่นัก แต่เขาก็ยังอุตส่าห์เดินลงจากรถยนต์มาช่วยถือ
“เกลไม่คิดว่าพี่เจคขับคันนี้มาเลยไม่ได้เดินมาหาค่ะ”
จรัสพงศ์ยิ้มกว้างก่อนที่ฝ่ามือหนาจะแตะลงมาบนสะโพกเธอ
“คันใหม่ค่ะ พี่เพิ่งได้มาเมื่อสองวันก่อน สวยไหมคะ?”
ไม่ต้องมีคำตอบก็รู้ว่ารถคันนี้ถูกใจหญิงสาวหรือไม่เพราะนัยน์ตาพราวระยับคู่ตรงหน้าบ่งบอกความในใจทั้งหมดแล้ว
รถยนต์คันงามสัญชาติยุโรปแบบเปิดประทุน เพียงแค่ร่างเล็กเข้าไปนั่งเขาก็บริการปิดประตูให้อย่างดี
ก่อนจะเดินกลับไปประจำที่นั่งคนขับและกดปุ่มบางอย่างแถวคอนโทรลด้านหน้า หลังคาผ้าใบสีแดงสดก็ถูกเปิดออกซึ่งมันสร้างความตื่นตาให้กับเกลวลินมาก
“สวยค่ะ มันเหมาะกับพี่เจค” เขายิ้มกว้างก่อนจะใช้นิ้วชี้เคาะปลายจมูกเธอ
“มันเหมาะกับเกลด้วยค่ะ เดินทางกันดีกว่าจะได้ถึงก่อนดูพระอาทิตย์ตกดินกัน”
เราเดินทางมาถึงพัทยาช่วงบ่าย แวะรับประทานข้าวกันที่ร้านอาหารชื่อดังติดริมทะเล วิวแบบมองเห็นพระอาทิตย์ตกได้ในตอนเย็น แม้ลมทะเลจะทำให้เกลวลินเหนียวตัว แต่เธอก็ยิ้มสู้กล้องในทุกท่วงท่า
หญิงสาวเป็นคนขี้อาย แต่รู้ว่ายามใดที่จะหยิบเอาเสน่ห์ตัวเองมาใช้อย่างเช่นตอนนี้…
“น่ารักมากกกก”
“หันซ้ายหน่อยได้ไหมคะ”
จรัสพงศ์ชมไม่ขาดปากในขณะที่รัวชัตเตอร์บนกล้องดิจิทัลที่เตรียมมา ชายหนุ่มไม่เบื่อเลยที่จะต้องยืนถ่ายรูปให้เกลวลินในขณะที่อากาศก็ร้อนอบอ้าว
เพราะแม้ว่าเกลวลินจะเป็นผู้หญิงที่ดูจะเรียบ ๆ แต่การที่เธออยู่ในชุดคล้องคอผ้าพลิ้วลายมัดย้อมซึ่งเข้ากันกับเสื้อที่เขาใส่
จรัสพงศ์ไม่นึกเสียใจที่ตัวเองยอมใส่เสื้อตัวละไม่เกินสามร้อยบาทคู่กันกับเธอ
“พี่เจคมาถ่ายด้วยกันไหมคะ” เธอตะโกนถามขณะเดินย่ำผืนทรายเข้ามาใกล้เขา สีหน้าและแววตาสดใสจนเขาตาพร่าท่ามกลางอากาศร้อนจัดขนาดนี้
“แก้มแดงหมดแล้ว” เกลวลินยกหลังมือขึ้นแตะแก้มข้างหนึ่งของตัวเองก็พบว่ามันร้อนเพราะโดนแดด แต่กว่าจะคิดอะไรทันสองเท้าของเธอก็ลอยขึ้นเหนือพื้นทราย
“ไม่ให้ตากแดดแล้วทั้งหาดมีแต่คนมองเกล…” จรัสพงศ์ขยับแว่นตาที่ตนเองสวมใส่ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งรวบเอวบางและยกเธอลุยหาดทรายร้อนระอุกลับเข้ามาในฝั่ง
“พี่เจคไม่หนักเหรอคะ” เขาส่ายหน้า ไม่ได้รู้สึกหนักอะไรเลยเพียงแต่ไม่อยากให้ผิวขาว ๆ ต้องโดนแดดเลียจนผิวเสีย
เมื่อวางเธอลงกับพื้นปูนริมหาดแล้วก็ใช้ฝ่ามือหยาบกร้านปัดทรายที่เปรอะตามกระโปรงหญิงสาว
การกระทำอันใส่ใจของจรัสพงศ์กระแทกหัวใจของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เกลวลินจึงใช้อ้อมแขนเล็ก ๆ ของเธอโอบเอวหนากลับคืนไปเช่นกัน
“พี่ตัวเปียกเหงื่อไปหมดไม่เหม็นเหรอคะ?” จรัสพงศ์มั่นใจในกลิ่นกายของตัวเองอยู่แล้ว แต่เขาก็แค่อยากจะหยอกเย้าหญิงสาวร่างเล็กก็เท่านั้นก่อนจะโอบเอวบางกลับไปเช่นกัน
“อืม…ยังหอมอยู่เลยค่ะ” ปลายจมูกโด่งเล็กสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นกับคอปกเสื้อของเขา
จรัสพงศ์หลุดหัวเราะก่อนจะยื่นใบหน้าที่สวมใส่แว่นตากันแดดเข้ามาใกล้ใบหน้ากลมเกลี้ยงที่ไม่น่าเชื่อว่าแค่เพียงทาลิปบาล์มเปลี่ยนสีที่ริมฝีปากก็ทำให้เรียวปากกระจุ๋มกระจิ๋มนั่นน่ารักน่าเอ็นดู
“ลองดมดี ๆ หอมแน่หรือเปล่าครับ” ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าการได้อยู่กับเกลวลินสองคนในสถานที่ตากอากาศเช่นนี้ก็ไม่ได้แย่
จากที่คิดว่ายิ่งเด็กจะยิ่งเอาแต่ใจ แต่หญิงสาวไม่ได้น่าเบื่ออย่างเช่นผู้หญิงคนอื่นที่เคยเจอมา
สองหนุ่มสาวหน้าตาดี ผู้ชายก็หล่อเหลาราวเทพบุตร ส่วนผู้หญิงก็จิ้มลิ้มน่ารักน่าทะนุถนอม
คนทั้งสองประคองกันกลับเข้าไปในร้านอาหารท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่มองมาด้วยความรู้สึกตาร้อน
หลังจากรับประทานข้าวกันเสร็จเขาก็บอกแพลนต่อไปซึ่งทำให้หญิงสาวตื่นตาตื่นใจหนักกว่าเดิม
“ไปขับรถรับลมเย็น ๆ ริมทะเล เสร็จแล้วพี่จะพาเกลไปล่องเรือดูพระอาทิตย์ตกด้วยกัน” เกลวลินมองหน้าเขาก่อนจะก้มหน้าลงซ่อนยิ้ม
“คนดีสนใจไหมเอ่ย...ไปดูพระอาทิตย์ตกกับพี่ไหมคะ?”
จรัสพงศ์ขยับเข้ามาใกล้และกระซิบถาม ท้องนิ้วของเขาเขี่ยแก้มใสข้างหนึ่งของเธอ เกลวลินช้อนสายตาขึ้นไปมองเขาก่อนจะก้มหน้าลงและพยักหน้า
“เด็กดี มาชาร์จพลังหน่อยเร็วค่ะ” พอเขากางแขนออกเท่านั้นเกลวลินก็เข้าไปซุกซบอกอุ่นในทันที
“เกลไม่คิดว่าพี่เจคจะมีเวลาว่างให้เกลด้วย” หญิงสาวขมุบขมิบปากพูดและก็ได้เป็นการโดนดึงแก้มนุ่มกลับมาแทน
ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาจรัสพงศ์ยุ่งมาก เราจึงได้แต่พูดคุยกันผ่านข้อความทางมือถือและสายโทรศัพท์เพียงเท่านั้น
“คนดีไม่งอนนะพี่ทำงานยุ่งมากค่ะ พี่ก็กำลังชดเชยให้เกลทั้งศุกร์และเสาร์อยู่นี่ไงคะ” จรัสพงศ์เอ่ยปากพูดก่อนจะจับมือนุ่มนิ่มทั้งสองข้างไปกุม อีกทั้งยังแนบชิดเข้ามาใกล้จนเราสองคนแทบจะหลอมรวมเป็นคนคนเดียวกันแล้ว
“พี่ทิ้งงานทิ้งร้านมาอยู่กับเกล พาเกลมาทะเลที่อยากไปเพราะรู้ว่าอีกไม่กี่วันก็วันเกิดเกลแล้ว พี่ไม่อยากให้ปีนี้เกลต้องเป่าเค้กคนเดียวอีก…”
เรื่องเล่าในวันที่เสียใจเกลวลินก็ไม่คิดว่าเขาจะจดจำมันได้ แค่ประโยคเดียวของเขาก็ทำเอาหัวใจของเธออุ่นร้อนขึ้น
มือบางบีบกระชับมือหนาของเขาคืนไป ในหัวใจของเธอตอนนี้มันเอ่อล้นไปด้วยความสุข
“เกลไม่ได้งอนพี่เจคนะคะ เกล...แค่รู้สึกคิดถึงเฉย ๆ” พอได้ยินคำตอบของหญิงสาว เขายิ้มก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“พี่ก็คิดถึงเกลนะคะถึงรีบมาหาหนูนี่ไง” นิ้วโป้งมือของเขาถูหลังมือของเธอ สุดท้ายเกลวลินจึงพลิกมือออกจากการจับกุมและใช้สองมือโผเข้ากอดลำคอหนา
“ขอบคุณค่ะพี่เจค พี่ดีกับเกลมากเลย” เกลวลินสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ลูบลงมาบนศีรษะเธอ
“พี่จะดีกับเกลมากกว่านี้อีก…ขอแค่เกลเป็นเด็กดีเชื่อฟังพี่นะคะ” หญิงสาวพยักหน้าโดยไม่ต้องคิด เพราะไม่ว่าเรื่องอะไรเธอก็จะเชื่อฟังและเป็นเด็กดีของผู้ชายตรงหน้าคนเดียวเท่านั้น
“ค่ะ…เกลจะเชื่อฟังพี่เจค” จรัสพงศ์พยักหน้าพึงพอใจในคำตอบอย่างที่สุด เขากอดร่างบอบบางก่อนจะกดริมฝีปากจูบลงไปบนหน้าผากที่มีหยาดเหงื่อเล็ก ๆ ซึมออกมาอย่างไม่นึกรังเกียจ
ไม่นานหลังจากนั้นเราก็เช็กบิลและไปรอขึ้นเรือกันที่ท่าเรือด้านข้างเพื่อเตรียมตัวสำหรับคืนนี้
เสียงคลื่นซัดสาดกับเรือยอชต์ลำใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ กับความรู้สึกหลากหลายที่กำลังประเดประดังเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว หลังจากที่การสนทนาของเราจบลง
“เกลยังไม่พร้อมค่ะ”
“เกลไม่พร้อมหรือรังเกียจพี่”
หญิงสาวส่ายหน้าก่อนที่มือบางจะยกขึ้นแตะริมฝีปากแดงช้ำจากการถูกปล้นจูบอย่างหนัก เธอยังไม่พร้อมจริง ๆ แค่ใส่ชุดว่ายน้ำลงไปเล่นน้ำทะเลกับผู้ชายนี่คือครั้งแรกในชีวิตเธอแล้ว
“นี่คือเกลไม่ได้รู้สึกดีกับพี่อย่างที่บอกจริง ๆ” จรัสพงศ์ไม่เคยโดนปฏิเสธ แต่กับเกลวลินเขาแทบจะหมดปัญญา
“ถ้าเกลอยากกลับบ้าน พี่จะไปส่ง…” ท่าทีของเขาจริงจังมากและในขณะที่ร่างสูงกำลังจะหยัดกายลุกขึ้นเธอก็คว้ามือของเขาไว้
“เกลไม่ได้…อื้อออ!!” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคดีด้วยซ้ำปากร้อนประกบปากจูบเธอในทันที
หัวสมองของเกลวลินขาวโพลน กว่าจะรู้ตัวก็พบว่าสาบเสื้อคลุมอาบน้ำแยกออกจากกันแล้ว ด้านในเธอสวมใส่แค่ทูพีชสีดำสุดเซ็กซี่ที่มันแทบจะปกปิดอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
หัวใจของเธอตื่นกลัวมากเมื่อมือหนาสอดเข้ามาขยุ้มขยำเนื้อตัวของเธอ
ความรุ่มร้อนที่เอ่อล้นขึ้นมาจากกลางกายมาพร้อมกับความรู้สึกที่ไหลบ่าอยู่อย่างท่วมท้นตรงส่วนนั้น มันกระตุกและสั่นระรัวเมื่อโดนปลายนิ้วมือของเขาเฉียดเข้ามาใกล้
โลกของเธอคล้ายคว่ำหงายก่อนที่จะโดนรวบพลิกตัวมานั่งอยู่บนตักเขา
ท่ามกลางทะเลที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ภาพตรงหน้าไม่ชัดเจนเลย มีเพียงแสงของดวงจันทร์กับดวงดาวที่อยู่ในระยะสายตา
“ถ้าเกลไม่พร้อมพี่ก็จะไม่บังคับ…” ปลายจมูกโด่งสันสูดดมกลิ่นหอมจากหลังกกหูเธอก่อนจะไล่ปากหยักไซ้ลงไปกดริมฝีปากร้อนจัดกับลำคอเธอ
“พะ พี่เจคคะ…” แววตาคมกริบจดจ้องเธออยู่ เกลวลินหลุบสายตาลงต่ำแต่ปลายคางก็โดนเขาจับให้เงยหน้าขึ้นไปสบตา และก็ไม่มีคำใดหลุดออกจากปากของเราทั้งคู่อีก
จุมพิตอ่อนหวานพาเธอสั่นระทวยไปทั้งร่าง จรัสพงศ์กำลังขีดเขี่ยกองไฟพิศวาสที่หญิงสาวไม่เคยพานพบเจอให้ลุกฮือขึ้น
เขากระตุ้นไฟปรารถนาจากความสามารถเหนือชั้นของเขา
“ถ้าเกลไม่โอเค…” จรัสพงศ์พูดทิ้งไว้แค่นั้นแต่ฝ่ามือหนาของเขาสอดมาจากทางด้านหลัง และขยับล้วงเข้าไปในบราว่ายน้ำของเธอ
ฝ่ามือหยาบกร้านที่บีบเคล้นเต้าอวบอิ่มพร้อม ๆ กับริมฝีปากร้อนจัดที่ซุกไซ้ลำคอ ฟันคมขาวสะอาดขบกัดตามลาดไหล่เปลือยเปล่าอย่างรู้สึกมันเขี้ยว
จรัสพงศ์กอดรัดเธอแน่นมาก เขาสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำตัวสั้น ส่วนเธอในตอนนี้เหลือเพียงแพนตี้ตัวจิ๋วที่ยังคงสวมใส่อยู่
“เกลรังเกียจพี่เหรอครับ…” เพราะเธอยกสองมือขึ้นกอบกุมทรวงอกอวบอิ่ม ก้มหน้าก้มตาเม้มปากไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองกันแม้สักนิด
“กะ เกลไม่ได้รังเกียจพี่ค่ะ แต่…นี่มันกลางทะเล” เกลวลินไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ของไวน์แดงชั้นดีที่ดื่มเข้าไปหรือเป็นเพราะคนที่กำลังจับเธอพลิกตัวให้คร่อมร่างเขามองตากันอยู่
“มันมีใครที่ไหนคะ ต่อให้เกลร้องดังกว่านี้ก็ไม่มีใครได้ยิน”
เธอจะร้องทำไม…เธอไม่ร้องไห้อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าร้องของเขากับร้องของเธอมันเป็นคำคนละความหมายกัน
ฝ่ามือหนาประคองใบหน้ากลมเกลี้ยงก่อนจะกดริมฝีปากชุ่มชื้นประกบปากจูบเข้ามา เรียวลิ้นสากตวัดเข้ามาในโพรงปากอ่อนนุ่ม กลิ่นแอลกอฮอล์จากลมหายใจคนสองคนตีกันจนมึนเมาและทำให้เกิดความรุ่มร้อนเพิ่มขึ้น
ความเคียดแข็งบางอย่างที่ดุนดันเป้ากางเกงว่ายน้ำของเขามันเสียดสีเนื้อตัวของเธอ ตอนที่จรัสพงศ์ประกบปากจูบเขาก็ตบสะโพกเธอและรั้งดันร่างเล็กให้ขยับเข้ามาหา
“พะ พี่เจคคะ” เพราะความคัดแข็งที่ดันกลางกายสาวของเธอ เกลวลินไม่ได้ใสซื่อถึงขนาดไม่รู้ว่ามันคืออะไร หน้าตาเธอตื่นตระหนกและร่างกายก็สั่งให้ตอบสนองด้วยการทำตัวแข็ง
ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ มันน่าแปลกจากที่ไม่เคยชอบ แต่พอเป็นเขากลับกลายเป็นว่าเธอนึกชอบมันแล้ว
“กลับบ้านกันคืนนี้ดีไหม?” น้ำเสียงของเขาแข็งขึ้นส่วนดวงตาแข็งกร้าวก็จ้องมองเธออย่างไม่พอใจ
หัวใจของเกลวลินตกลงไปที่ตาตุ่มทันที
“กลับบ้านไหมคะ?!” เขาถามย้ำอีกครั้งท่าทางจริงจังกว่าครั้งแรก เธอจึงส่ายหน้าและค่อย ๆ ปลดฝ่ามือที่กอบกุมทรวงอกอิ่มให้ปรากฏแก่สายตาของเขา
ปากร้อนจัดก้มลงไปตะโบมดูดดุนปลายถันอมชมพูของเธอในทันที ปลายลิ้นที่ระรัวละเลงจนเกิดเสียงน้ำลายฉ่ำแฉะ
จรัสพงศ์ดูดเม้มจนเกลวลินเผลอแอ่นกายรับความเสียวซ่านที่ไม่เคยพบพานมาก่อน
ความอ่อนนุ่มของส่วนปทุมถันเริ่มแข็งคัดเป็นไต ยิ่งเขาบีบเคล้นตวัดลิ้นเลียเร็ว ๆ หญิงสาวจึงจิกเล็บลงไปกับบ่ากว้าง ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ
“พี่เจคคะ…” เสียงเว้าวอนคงไม่เท่ากับดวงตาพราวระยับราวดาวนับพันตรงนี้
จรัสพงศ์ปล่อยปากก่อนจะอุ้มยกพลิกตัวเธอนอนลงไปกับพื้นเรือยอชต์ แผ่นหลังเธอติดพื้น ส่วนตรงหน้าคือเขา บนศีรษะของเรามีดวงจันทร์เป็นพยาน
เสียงคลื่นซัดสาดลมทะเลที่พัดผ่านและมันไม่ได้เหนียวตัวแบบเมื่อตอนเย็นแล้ว
“เกลไม่เคยมีแฟนใช่ไหม?” จรัสพงศ์ถามออกมาด้วยใจสั่น ๆ
เพราะกิริยาของหญิงสาวฟ้องออกมาทุกอย่าง แม้กระทั่งจูบยังไม่เป็น หน้าอกก็คัดแข็งมาก เนื้อตัวสั่นเทาและผวาตกใจทุกครั้งเวลาที่โดนเขากอดหรือจูบ
“มะ ไม่เคยค่ะ” ไม่รู้ว่าเธอตอบออกไปเสียงดังแค่ไหน แต่หญิงสาวเหมือนจะหาเสียงตัวเองไม่เจอ
จรัสพงศ์ก้มลงมาจูบเธออีกแล้ว เธอกำลังถูกหลอมจนเนื้อตัวละลายกลายเป็นของเหลว
