บทที่ 4 กระชากหน้ากากหญิงแพศยา และการคุกเข่าของสุนัขจนตรอก

ปึก!

แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำมันขลับถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าฟู่ซือเยว่ เสียงนั้นดังสะท้อนไปทั่วห้องประชุมที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ทุกตัวอักษรบนหน้ากระดาษคือคำพิพากษาประหารชีวิตฟู่กรุ๊ปที่เขาปั้นมาด้วยมือ

"เซ็นซะ ฟู่ซือเยว่" น้ำเสียงของกู้หว่านอีราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกใดๆ "อ้อ... ก่อนเซ็น อย่าลืมคุกเข่ากราบขอโทษฉันด้วยล่ะ ถือซะว่าฉันทำบุญให้เด็กตาดำๆ ในท้องของผู้หญิงแพศยาคนนั้นก็แล้วกัน"

คำพูดที่ถูกส่งคืนให้แบบคำต่อคำ ราวกับฝ่ามือที่ตบฉาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของฟู่ซือเยว่จนชาดิก เขาเงยหน้ามองอดีตภรรยาที่ตนเคยมองข้ามมาตลอดสามปี บัดนี้เธอสวมชุดสูทชาแนลสั่งตัดพิเศษ สวมสร้อยคอเพชรสีชมพูเม็ดเป้งที่ประเมินค่าไม่ได้ รัศมีแห่งความสูงส่งและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจนเขาแทบไม่กล้าสบตา

"ไม่จริง! แกโกหก!"

เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูของป๋ายรั่วซีทำลายความเงียบ หญิงสาวที่เคยแสร้งทำเป็นอ่อนแอราวกับดอกไม้ขาว บัดนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและไม่อาจยอมรับความจริงได้ เธอพุ่งตัวเข้าไปหาโต๊ะทำงาน หวังจะปัดแฟ้มเอกสารนั้นทิ้ง

"แกมันก็แค่นังเด็กกำพร้า! แกแอบอ้างชื่อกู้กรุ๊ปมาข่มขู่ซือเยว่! รปภ.! ลากนังบ้าคนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้!"

เพียะ!!!

ยังไม่ทันที่ป๋ายรั่วซีจะแตะถึงตัวแฟ้ม ฝ่ามือเรียวสวยของกู้หว่านอีก็ฟาดลงบนแก้มของเธออย่างเต็มแรง แรงตบนั้นมหาศาลจนร่างบางของป๋ายรั่วซีกระเด็นล้มลงไปกองกับพื้น เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากทันที

"รั่วซี!" ฟู่ซือเยว่อุทานด้วยความตกใจ แต่ขาทั้งสองข้างของเขากลับหนักอึ้งจนลุกไม่ขึ้น

กู้หว่านอีหยิบผ้าเช็ดหน้าไหมพรมที่เฉินซิงยื่นให้มาเช็ดมืออย่างรังเกียจ ก่อนจะโยนทิ้งลงบนตัวของป๋ายรั่วซี "มือของฉันมีค่ามากกว่าทรัพย์สินทั้งหมดที่ตระกูลฟู่เคยมีเสียอีก การที่ฉันยอมลดตัวลงไปตบหมาลอบกัดอย่างเธอ ถือว่าเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตเธอแล้ว ป๋ายรั่วซี"

"แก... นังสารเลว!" ป๋ายรั่วซีกุมแก้มที่บวมเป่ง น้ำตาไหลพราก "ซือเยว่! คุณดูมันสิ มันกล้าตบฉัน! ฉันกำลังท้องลูกของคุณอยู่นะ!"

"ท้องลูกของฉัน?" ฟู่ซือเยว่พึมพำ ดวงตาของเขาเริ่มสับสนและเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เมื่อความจริงเรื่องฐานะของหลินหว่านอีถูกเปิดเผย ความเชื่อมั่นที่เขามีต่อป๋ายรั่วซีก็เริ่มพังทลายลงทีละน้อย

กู้หว่านอีแค่นหัวเราะในลำคอ เธอพยักหน้าให้เฉินซิง เลขาหนุ่มหยิบแฟ้มอีกสองเล่มออกมาจากกระเป๋าเอกสาร และโยนมันลงตรงหน้าฟู่ซือเยว่

"ลองเปิดดูสิ อดีตสามี" กู้หว่านอีเหยียดยิ้ม "ในเมื่อฉันอุตส่าห์เรียกเก็บ 'เศษเงิน' ของฉันคืนแล้ว ฉันก็ควรจะเปิดตาที่มืดบอดของคุณให้สว่างเสียที จะได้รู้ว่าสามปีที่ผ่านมา... คุณมันโง่เง่าดักดานขนาดไหน"

มือที่สั่นเทาของฟู่ซือเยว่ค่อยๆ เอื้อมไปเปิดแฟ้มเล่มแรก...

รูปถ่ายนับสิบใบปรากฏแก่สายตา มันคือภาพของป๋ายรั่วซีในชุดรัดรูปสุดเซ็กซี่ กำลังนัวเนียอยู่กับ 'เสี่ยอ้วน' หัวล้านในคลับวีไอพีที่ต่างประเทศ วันที่และเวลาที่ระบุในภาพ คือช่วงเวลาเดียวกับที่เธอบอกว่ากำลัง 'วิ่งเต้น' หาสัญญาลงทุนจากห่าวเทียนแคปปิตอลมาให้เขา!

"นี่มัน... อะไรกัน..." ฟู่ซือเยว่คอแห้งผาก

"ห่าวเทียนแคปปิตอลคือบริษัทในเครือกู้กรุ๊ป สัญญาฉบับนั้นฉันเป็นคนสั่งให้เลขาเอาไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณเอง" กู้หว่านอีอธิบายเสียงเย็น "ส่วนผู้หญิงของคุณ... ตอนนั้นกำลังยุ่งอยู่กับการปีนเตียงเสี่ยเฒ่าที่มาเก๊า แต่บังเอิญเสี่ยคนนั้นล้มละลาย เธอเลยต้องซมซานกลับมาหา 'ควาย' ที่หลอกง่ายอย่างคุณไงล่ะ"

"ไม่จริงนะซือเยว่! ภาพพวกนั้นมันตัดต่อ! นังนี่มันใส่ร้ายฉัน!" ป๋ายรั่วซีตะเกียกตะกายเข้ามาเกาะขาฟู่ซือเยว่ หน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด

"งั้นลองดูแฟ้มที่สองสิ" กู้หว่านอีพยักพเยิดหน้า

ฟู่ซือเยว่เปิดแฟ้มเล่มที่สองอย่างรวดเร็ว มันคือ ประวัติการรักษาและใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ชื่อคนไข้: ป๋ายรั่วซี อายุครรภ์: 12 สัปดาห์ (3 เดือน)

ฟู่ซือเยว่เบิกตากว้าง เลือดในกายเย็นเฉียบ... สามเดือน? เขาจำได้ดีว่าในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เขาหมกมุ่นอยู่กับการแก้ปัญหาบริษัทและทำงานหามรุ่งหามค่ำ เขาแทบไม่ได้กลับคฤหาสน์ตระกูลฟู่ด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าเขาไม่เคยมีอะไรกับป๋ายรั่วซีเลยตั้งแต่เธอแอบกลับมาจากต่างประเทศเมื่อเดือนก่อน!

"สามเดือน..." ฟู่ซือเยว่หันขวับไปมองป๋ายรั่วซี ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้นที่ถูกสวมเขา "เด็กในท้อง... ไม่ใช่ลูกของฉัน!?"

ป๋ายรั่วซีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก "ซือ... ซือเยว่... ฉันอธิบายได้..."

"อธิบายอะไร!! นังแพศยา!!"

เพียะ!!!

คราวนี้ไม่ใช่ฝ่ามือของกู้หว่านอี แต่เป็นฝ่ามือหนาของฟู่ซือเยว่ที่ฟาดลงบนแก้มอีกข้างของป๋ายรั่วซีอย่างรุนแรงจนร่างของเธอล้มกลิ้งไปกับพื้น เขาตระหนักได้แล้ว... ตระหนักได้อย่างแจ่มแจ้งว่าผู้หญิงที่เขาปกป้องและทะนุถนอม คือนางงูพิษที่หลอกลวงเขาทุกอย่าง! และผู้หญิงที่เขาทอดทิ้ง... คือสมบัติล้ำค่าที่คอยอุ้มชูเขามาตลอด!

"หว่านอี..." ฟู่ซือเยว่รีบคลานเข่าเข้าไปหากู้หว่านอี น้ำตาแห่งความสำนึกผิด (ที่มาสายเกินไป) ไหลอาบแก้ม "ผมผิดไปแล้ว! ผมมันตาบอด! ผมมันโง่เองที่โดนนังแพศยานี่หลอก! หว่านอี คุณให้อภัยผมเถอะนะ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะ ผมจะหย่า... ไม่สิ ผมจะไล่มันออกจากบ้านเดี๋ยวนี้! บริษัทฟู่กรุ๊ปผมยกให้คุณหมดเลยก็ได้ ขอแค่คุณกลับมา..."

กู้หว่านอีมองชายที่กำลังคุกเข่าร้องไห้กอดขาเธอด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสงสารหลงเหลืออยู่

"ฟู่ซือเยว่... คุณคิดว่าคุณค่าของฉันเทียบเท่ากับบริษัทกระจอกๆ ที่กำลังจะล้มละลายของคุณอย่างนั้นเหรอ?" กู้หว่านอีสะบัดขาออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง "ตอนที่คุณโยนใบหย่าใส่หน้าฉันท่ามกลางสายฝน ตอนที่คุณปล่อยให้แม่ของคุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน... ความรักสามปีที่ฉันมีให้คุณ มันตายไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้ว!"

"เซ็นเอกสารซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่รับซื้อขยะ แล้วปล่อยให้คุณและแม่ของคุณต้องไปนอนข้างถนนพร้อมกับหนี้สินหมื่นล้าน!"

ฟู่ซือเยว่ตัวสั่นเทา เขารู้ดีว่ากู้หว่านอีไม่ได้ขู่ อำนาจของตระกูลกู้สามารถบดขยี้เขาให้เป็นผุยผงได้ภายในพริบตา มือที่สั่นเทาของเขาเอื้อมไปหยิบปากกา และจรดลายเซ็นลงบนเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดด้วยหัวใจที่แตกสลาย

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างมา... จบสิ้นลงแล้ว

ปัง!

ทันใดนั้น บานประตูห้องประชุมก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามา บรรยากาศภายในห้องที่กดดันอยู่แล้ว พลันหนาวเยือกและหนักอึ้งขึ้นเป็นทวีคูณ ราวกับมีราชาผู้ทรงอำนาจเสด็จลงมาประทับ

"ดูเหมือนว่าที่นี่... จะมีขยะที่ยังไม่ได้เก็บกวาดอยู่นะ"

น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น ทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังแทบอยากจะคุกเข่าลงกราบ ดังก้องขึ้น

ฟู่ซือเยว่และป๋ายรั่วซีหันไปมองยังผู้มาใหม่ ก่อนที่ดวงตาของพวกเขาจะเบิกกว้างสุดขีดด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด

บุรุษร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทตัดเย็บประณีต ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติราวกับเทพเจ้าแกะสลัก ทว่าดวงตาคมกริบสีนิลนั้นกลับเย็นชาและอันตรายยิ่งกว่าใบมีด เขาคือผู้ชายที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในประเทศนี้...

'จิ่งถิงโจว' (Jing Tingzhou) ประธานบริหารแห่ง 'จิ่งกรุ๊ป' มหาอำนาจที่ครอบครองเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจทั้งหมด และเป็นผู้ชายที่แม้แต่ประธานาธิบดียังต้องเกรงใจ!

ฟู่ซือเยว่แทบหยุดหายใจ ทำไมบุคคลระดับตำนานที่เขาไม่เคยแม้แต่จะมีสิทธิ์ได้เข้าพบ ถึงมาปรากฏตัวที่นี่!?

จิ่งถิงโจวไม่แม้แต่จะปรายตามองฟู่ซือเยว่ที่คุกเข่าอยู่บนพื้น เขาก้าวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้าไปหากู้หว่านอี แววตาที่เคยเย็นชาและโหดเหี้ยม พลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและอบอุ่นราวกับแสงตะวันในฤดูใบไม้ผลิ

ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศค่อยๆ ถอดเสื้อโค้ทตัวยาวของตนออก แล้วคลุมลงบนไหล่บางของกู้หว่านอีอย่างทะนุถนอม

"หว่านหว่านของฉัน... ออกมาเล่นสนุกกับพวกมดปลวกพวกนี้จนลืมเวลาทานข้าวกลางวันแล้วรู้ไหม?" จิ่งถิงโจวเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนจะรั้งเอวบางของกู้หว่านอีเข้ามากอดไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

ฟู่ซือเยว่มองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ผู้ชายที่น่ากลัวที่สุดในประเทศ... เรียกอดีตภรรยาของเขาว่า 'หว่านหว่านของฉัน' อย่างนั้นเหรอ!?

กู้หว่านอีช้อนสายตาขึ้นมองจิ่งถิงโจว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก "ก็แค่มาทวงของเล่นชิ้นเก่าคืนนิดหน่อยค่ะ พี่ถิงโจว"

จิ่งถิงโจวไล้ปลายนิ้วไปตามพวงแก้มของเธอ ก่อนจะตวัดสายตาที่คมกริบราวกับมัจจุราชลงมามองฟู่ซือเยว่ที่สั่นเป็นลูกนก

"ของเล่นที่ทำร้ายจิตใจเธอ... ไม่มีค่าพอให้เก็บไว้หรอก" จิ่งถิงโจวเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "เฉินซิง... ส่งคนของจิ่งกรุ๊ปไป 'ดูแล' ตระกูลฟู่ซะ ทำให้แน่ใจว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ในเมืองหลวงนี้จะไม่มีใครกล้าหยิบยื่นแม้แต่เศษข้าวให้พวกมันกิน!"

"รับทราบครับท่านประธานจิ่ง!" เฉินซิงรับคำอย่างแข็งขัน

ฟู่ซือเยว่ทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้นห้องอย่างสมบูรณ์ ความสิ้นหวังขั้นสูงสุดถาโถมเข้าใส่จนหน้ามืด เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า เขาไม่ได้แค่สูญเสียภรรยาที่แสนดีและบริษัทยักษ์ใหญ่ไป แต่เขาได้อวดดีไปกระตุกหนวดมังกรสองตัวที่น่ากลัวที่สุดในประเทศเข้าให้แล้ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป