บทที่ 5 จุดจบตระกูลฟู่ และอ้อมกอดของราชา

เสียงฝีเท้าของจิ่งถิงโจวและกู้หว่านอีค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งให้ห้องประชุมใหญ่ของกู้กรุ๊ปกลายเป็นนรกขุมสุดท้ายสำหรับฟู่ซือเยว่

ร่างสูงของอดีตประธานฟู่กรุ๊ปนอนกองอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ เอกสารสัญญาโอนหุ้นที่เขาเพิ่งจรดปากกาเซ็นไปด้วยความสิ้นหวังยังคงวางหราอยู่บนโต๊ะ

"ลากตัวขยะสองชิ้นนี้ออกไปให้พ้นจากตึกกู้กรุ๊ป!" เฉินซิง เลขาหนุ่มคนสนิทของกู้หว่านอีออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด

รปภ. ร่างยักษ์สี่คนกรูกันเข้ามา หิ้วปีกฟู่ซือเยว่และป๋ายรั่วซีที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายราวกับหมูถูกเชือด ลากออกไปจากห้องประชุมอย่างไร้ความปรานี

"ซือเยว่! ช่วยฉันด้วย! ฉันเจ็บ!" ป๋ายรั่วซีกรีดร้อง ใบหน้าของเธอยังคงบวมเป่งจากฝ่ามือของกู้หว่านอีและฟู่ซือเยว่ที่ตบลงมาอย่างเต็มแรงก่อนหน้านี้

แต่ฟู่ซือเยว่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะหันไปมองหญิงแพศยาที่หลอกลวงเขาทุกอย่าง ดวงตาของเขาเหม่อลอยไร้จุดหมาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างมา... จบสิ้นลงแล้วจริงๆ

ตุ้บ! ตุ้บ!

ร่างของทั้งสองถูกโยนออกมาที่ริมฟุตบาทหน้าตึกระฟ้าของกู้กรุ๊ป ท่ามกลางสายตาของพนักงานและผู้คนที่เดินผ่านไปมา

ป๋ายรั่วซีตะเกียกตะกายลุกขึ้น เธอมองฟู่ซือเยว่ที่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพื้น ก่อนจะตัดสินใจว่าชายคนนี้ไม่มีประโยชน์กับเธออีกต่อไปแล้ว เธอเพิ่งเห็นกับตาว่าจิ่งถิงโจว มหาอำนาจที่แม้แต่ประธานาธิบดียังต้องเกรงใจ สั่งกวาดล้างตระกูลฟู่ให้สิ้นซาก

"ฟู่ซือเยว่! ในเมื่อนายหมดตัวแล้ว งั้นเราก็จบกันแค่นี้!" ป๋ายรั่วซีประกาศกร้าว ลืมคราบหญิงสาวขี้โรคผู้อ่อนแอไปจนหมดสิ้น "ฉันจะไม่ยอมไปกัดก้อนเกลือกินกับคนล้มละลายอย่างนายหรอก!"

พูดจบเธอก็หันหลังเตรียมจะวิ่งหนีไป แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นสามก้าว รถตู้สีดำทึบสองคันก็ขับมาจอดเทียบฟุตบาท ชายฉกรรจ์รอยสักเต็มตัวนับสิบคนกรูลงมาล้อมหน้าล้อมหลังเธอไว้

"จะรีบไปไหนจ๊ะ น้องป๋ายรั่วซี?" ชายหัวหน้าแก๊งทวงหนี้แสยะยิ้ม "เสี่ยอ้วนที่มาเก๊าล้มละลายไปแล้วก็จริง แต่หนี้การพนันสิบล้านหยวนที่เธอไปยืมมาหมุนตอนอยู่ต่างประเทศน่ะ... ดอกเบี้ยมันบานตะไทแล้วนะ!"

"ม... ไม่ใช่นะ! ฉันไม่มีเงิน! ไปเก็บที่ฟู่ซือเยว่สิ เขาเป็นประธานบริษัท!" ป๋ายรั่วซีหน้าซีดเผือด ชี้มือไปทางอดีตคนรัก

"ถุย! ไอ้หมอนั่นมันก็แค่หมาจนตรอกที่เพิ่งโดนยึดบริษัทไป เอาตัวมันไปขายยังได้ราคาไม่ถึงครึ่งหนี้ของเธอเลย!" ลูกน้องคนหนึ่งถ่มน้ำลาย "ลากตัวนังนี่ไป! ขายเข้าซ่องใต้ดินใช้หนี้ซะ!"

"ไม่นะ! ซือเยว่! ช่วยฉันด้วย! กรี๊ดดดด!"

ป๋ายรั่วซีถูกลากขึ้นรถตู้ไปอย่างรวดเร็ว เสียงกรีดร้องของเธอค่อยๆ หายไป ทิ้งไว้เพียงฟู่ซือเยว่ที่นั่งหัวเราะออกมาอย่างคนบ้าคลั่ง สมควรแล้ว... นี่คือจุดจบของผู้หญิงงูพิษที่หลอกลวงเขาทุกอย่าง

ณ หน้าคฤหาสน์ตระกูลฟู่

ฟู่ซือเยว่เดินโซซัดโซเซกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลฟู่ที่แถบชานเมือง แต่ภาพตรงหน้ากลับยิ่งตอกย้ำความวิบัติที่จิ่งถิงโจวและกู้หว่านอีมอบให้

ประตูรั้วคฤหาสน์ถูกปิดล็อกด้วยโซ่เส้นใหญ่และแปะป้าย 'ยึดทรัพย์โดยคำสั่งศาล' ที่หน้าประตูมีร่างท้วมของคุณนายฟู่นั่งกอดกระเป๋าใบเล็กๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้นถนน

"ซือเยว่! ซือเยว่ลูกแม่!" คุณนายฟู่เห็นลูกชายก็รีบคลานเข้าไปหา "เกิดอะไรขึ้นลูก! จู่ๆ พวกเจ้าหน้าที่ธนาคารก็บุกเข้ามาในบ้าน ไล่แม่ปัดๆ แถมยังยึดข้าวของแบรนด์เนมแม่ไปหมดเลย! ลูกต้องจัดการพวกมันนะ! ฟู่กรุ๊ปของเรายิ่งใหญ่จะตายไป!"

ฟู่ซือเยว่มองผู้เป็นแม่ด้วยสายตาว่างเปล่า "ฟู่กรุ๊ป... ไม่มีอีกแล้วครับแม่ ผมเพิ่งเซ็นโอนหุ้นทั้งหมดให้กู้กรุ๊ปไปแล้ว "

"อะไรนะ! แกทำบ้าอะไรลงไป!" คุณนายฟู่แผดเสียง "แล้วนังรั่วซีล่ะ! มันหาเงินมาช่วยเราได้ไหม! สัญญาต่างประเทศของมันล่ะ!"

"สัญญาของห่าวเทียนแคปปิตอล... เป็นฝีมือของหลินหว่านอีครับแม่ " ฟู่ซือเยว่ทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นถนน หยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลอาบแก้ม "และหลินหว่านอี... ก็คือคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ตัวจริง เธอเป็นคนสร้างฟู่กรุ๊ป และเธอก็เป็นคนทำลายมันด้วยมือของเธอเอง... ส่วนรั่วซี มันก็แค่นังแพศยาที่สวมหัวโขนมาหลอกปอกลอกผม ลูกในท้องก็ไม่ใช่ของผม! "

ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจคุณนายฟู่ หญิงวัยกลางคนอ้าปากค้าง นึกย้อนไปถึงตอนที่เธอด่าทอหลินหว่านอีว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำ และโยนเงินห้าแสนหยวนเป็นค่าตัวให้สะใภ้ที่ยอมเป็นคนใช้ซักกางเกงในมาสามปี

"ม... ไม่จริง... สะใภ้ที่ฉันไล่ตะเพิดไป... คือทายาทมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งงั้นเหรอ..."

คุณนายฟู่หน้ามืด ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น หมดสติไปทันที

ตระกูลฟู่... จบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครกล้าหยิบยื่นแม้แต่เศษข้าวให้พวกเขากิน ตามคำสั่งประกาศิตของจิ่งถิงโจว

ภายในขบวนรถโรลส์-รอยซ์ของจิ่งกรุ๊ป

ตัดภาพมาที่ขบวนรถหรูที่กำลังแล่นไปตามท้องถนนใจกลางเมือง

ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงบ จิ่งถิงโจว บุรุษผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร กำลังโอบกอดกู้หว่านอีไว้ในอ้อมแขนแกร่งอย่างหวงแหน

"พี่ถิงโจวคะ ท่านประธานจิ่งผู้ยิ่งใหญ่ ทิ้งการประชุมระดับชาติมาเพื่อจัดการขยะพวกนี้เนี่ยนะ ไม่กลัวบอร์ดบริหารบ่นเอาเหรอคะ?" กู้หว่านอีเงยหน้าขึ้นถามด้วยรอยยิ้มขบขัน แววตาของเธอไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้

จิ่งถิงโจวเชยคางมนของเธอขึ้นมา ก่อนจะจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากมน "ต่อให้ต้องทิ้งโลกทั้งใบ พี่ก็ไม่เสียดาย... หว่านหว่านของพี่หายตัวไปตั้งสามปี รู้ไหมว่าพี่พลิกแผ่นดินหาเธอแทบตาย พอรู้ว่าเธอไปตกระกำลำบากเป็นคนรับใช้ให้ไอ้สวะตระกูลฟู่ พี่แทบอยากจะควักหัวใจมันออกมาขยี้ทิ้งซะเดี๋ยวนี้"

กู้หว่านอีซุกใบหน้าลงกับแผงอกกว้าง "ฉันขอโทษที่ดื้อรั้นค่ะ ตอนนั้นฉันแค่หลงคิดว่าความดีจะชนะทุกอย่าง... แต่ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว หมาป่าตาขาวยังไงก็เป็นหมาป่าตาขาว "

"ไม่เป็นไรนะคนดี ต่อจากนี้ไป... จะไม่มีใครหน้าไหนในประเทศนี้กล้ารังแกเธอได้อีก แม้แต่รอยขีดข่วนเดียว พี่ก็จะไม่ยอมให้เกิดขึ้น" จิ่งถิงโจวกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ดวงตาคมกริบสีนิลฉายแววอันตราย "ว่าแต่... เรื่องฟู่กรุ๊ปที่เธอเข้าซื้อกิจการ จะให้พี่ส่งทีมบริหารของจิ่งกรุ๊ปไปช่วยจัดการโครงสร้างใหม่ไหม?"

กู้หว่านอียกยิ้มร้ายกาจ มุมปากปรากฏรอยยิ้มของมัจจุราช "ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันตั้งใจจะยุบฟู่กรุ๊ปทิ้ง แล้วเปลี่ยนตึกสำนักงานใหญ่นั่นให้เป็น 'โรงพยาบาลรักษาสัตว์' น่ะค่ะ... ถือซะว่าทำบุญให้พวกหมาลอบกัดอย่างตระกูลฟู่ก็แล้วกัน"

จิ่งถิงโจวหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดู "ตามใจภรรยาของพี่เลยครับ... แต่ตอนนี้ เรากลับไปทานข้าวที่คฤหาสน์ตระกูลกู้กันเถอะ คุณปู่ของเธอคงเตรียมบ่นพี่เรื่องที่มาแย่งตัวหลานสาวสุดที่รักไปแล้วแน่ๆ "

รถโรลส์-รอยซ์ขับเคลื่อนมุ่งหน้าสู่เส้นทางใหม่ ทิ้งอดีตอันแสนโง่เขลา และคราบน้ำตาไว้เบื้องหลัง นับจากนี้ไป 'กู้หว่านอี' จะไม่ใช่เพียงคุณหนูใหญ่ที่ถูกรังแก แต่จะเป็นนางพญาผู้ยืนหยัดเคียงข้างราชาแห่งโลกธุรกิจอย่างสง่างาม!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป