บทที่ 9 เลี้ยงดูราชาตกอับ และการปรากฏตัวของจักรพรรดิมืด
ภายในห้องโดยสารสุดหรูของรถโรลส์-รอยซ์ แฟนทอม
บรรยากาศภายในรถเงียบสงบ แตกต่างจากพายุอารมณ์ที่เพิ่งพัดโหมกระหน่ำในคฤหาสน์ตระกูลจิ่งอย่างสิ้นเชิง
กู้หว่านอีเอนศีรษะพิงไหล่กว้างของจิ่งถิงโจว ชายหนุ่มผู้ซึ่งบัดนี้กลายเป็น 'คนตกงาน' ที่เพิ่งถูกริบตำแหน่งประธานบริหารจิ่งกรุ๊ปและถูกตัดออกจากกองมรดกมูลค่าล้านล้านหยวนหมาดๆ แต่ทว่าบนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเขากลับไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อย เขากลับเอาแต่ลูบไล้เส้นผมของเธออย่างทะนุถนอมราวกับได้ครอบครองสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในโลกแล้ว
"พี่ถิงโจวคะ" กู้หว่านอีเอ่ยทำลายความเงียบ เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือแบรนด์เนม ก่อนจะหยิบ 'แบล็คการ์ด' (บัตรเครดิตระดับซูเปอร์วีไอพีที่ไม่จำกัดวงเงิน) ลายเซ็นของกู้กรุ๊ปออกมา แล้วยัดใส่มือหนาของเขา
"นี่อะไรครับ หว่านหว่าน?" จิ่งถิงโจวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มอย่างขบขัน
"ก็ค่าขนมของคุณไงคะ" กู้หว่านอีเชิดคางขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทีน่ารัก "ในเมื่อคุณยอมทิ้งตำแหน่งประธานจิ่งกรุ๊ปเพื่อฉัน ตอนนี้คุณก็เป็นแค่ผู้ชายตกอับไม่มีเงินติดตัวแล้วนี่นา... รับไปเถอะค่ะ ถือซะว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้คนนี้ จะยอมลดตัว 'เลี้ยงดู' คุณเอง อยากได้รถสปอร์ตหรือนาฬิการุ่นลิมิเต็ดกี่เรือน ก็รูดเอาได้เลยนะคะ"
จิ่งถิงโจวมองบัตรแบล็คการ์ดในมือ ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เป็นเสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่มีใครในแวดวงธุรกิจเคยได้ยินมาก่อน
"ฮ่าๆๆ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับคุณหนูใหญ่กู้" จิ่งถิงโจวรวบเอวบางเข้ามากอดแน่น ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเซ็กซี่ "ในเมื่อภรรยาเปย์หนักขนาดนี้... คืนนี้พี่คงต้อง 'ปรนนิบัติ' เธอให้สมกับค่าเลี้ยงดูสักหน่อยแล้วล่ะ"
กู้หว่านอีหน้าแดงซ่าน ตีเข้าที่แผงอกกว้างเบาๆ "คนบ้า! ฉันหมายถึงค่าขนมจริงๆ ย่ะ!"
รถโรลส์-รอยซ์ขับเคลื่อนฝ่าความมืดมิดของเมืองหลวงไปพร้อมกับเสียงหยอกล้อและรอยยิ้ม โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า คลื่นใต้น้ำลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่งในแวดวงธุรกิจ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ แวดวงธุรกิจเมืองหลวง
ตู้ม!!
ข่าวใหญ่หน้าหนึ่งของทุกสำนักพิมพ์และสื่อดิจิทัลทุกสำนักพาดหัวตัวไม้เบ้อเริ่ม ทลายทุกสถิติการค้นหาในอินเทอร์เน็ตจนเซิร์ฟเวอร์แทบจะล่ม!
[ช็อกวงการ! จิ่งถิงโจว สละตำแหน่งประธานจิ่งกรุ๊ป! คุณหญิงย่าจิ่งประกาศตัดหางปล่อยวัด พร้อมแต่งตั้ง 'เซี่ยอวี่ฉิน' ทายาทตระกูลเซี่ยแห่งยุโรป ขึ้นรักษาการแทน!]
[มรสุมลูกใหญ่ของกู้กรุ๊ป! ตระกูลเซี่ยประกาศร่วมทุนกับจิ่งกรุ๊ป พร้อมกดดันระงับเส้นทางการค้าของกู้กรุ๊ปในทวีปยุโรปทั้งหมด!]
ข่าวนี้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งประเทศ ไม่มีใครคาดคิดว่าจิ่งถิงโจวจะยอมทิ้งอำนาจล้นฟ้าเพื่อกู้หว่านอีจริงๆ และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ การที่มังกรเฒ่าอย่างคุณหญิงย่าจิ่ง จับมือกับกลุ่มทุนต่างชาติอย่างตระกูลเซี่ย เพื่อหวังจะบดขยี้กู้กรุ๊ปให้แหลกเป็นผุยผง เป็นการสั่งสอนหลานชายตัวดีให้คลานเข่ากลับไปอ้อนวอน!
ณ สำนักงานใหญ่ กู้กรุ๊ป
ภายในห้องประชุมบอร์ดบริหารระดับสูง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด หุ้นส่วนและผู้บริหารหลายคนหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นรายงานผลประกอบการที่ถูกแทรกแซงจากต่างประเทศ
"คุณหนูใหญ่ครับ! สินค้าส่งออกของเราที่ท่าเรือในยุโรปถูกสั่งระงับการนำเข้าทั้งหมด! แถมพาร์ทเนอร์ฝั่งตะวันตกหลายรายก็ขอยกเลิกสัญญาอ้างว่าถูกกดดันจาก 'เซี่ยกรุ๊ป' ครับ!" ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
กู้หว่านอีในชุดสูทผู้บริหารสีขาวสะอาดยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามอยู่ที่เก้าอี้ประธาน แววตาของเธอเยือกเย็นและไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ข้างกายของเธอคือจิ่งถิงโจว ที่มาในฐานะ 'ผู้ติดตามส่วนตัว' ของประธานกู้
"ดูเหมือนว่าคุณหญิงย่ากับคุณหนูเซี่ยจะร้อนรนกว่าที่คิดนะคะ ผ่านไปแค่คืนเดียวก็รีบแว้งกัดเราซะแล้ว" กู้หว่านอีเหยียดยิ้ม
ปัง!!
ยังไม่ทันที่การประชุมจะดำเนินต่อ บานประตูห้องประชุมก็ถูกเตะเปิดออกอย่างแรง!
บอดี้การ์ดของจิ่งกรุ๊ปในชุดสูทสีดำนับสิบคนบุกเข้ามาเคลียร์พื้นที่ ตามมาด้วยร่างเพรียวบางของ 'เซี่ยอวี่ฉิน' ในชุดเดรสสีแดงสดราวกับนางพญา เธอสวมแว่นกันแดดแบรนด์เนมและเดินเชิดหน้าเข้ามาด้วยความหยิ่งยโส โดยมีชายชาวต่างชาติวัยกลางคนสามคนเดินตามหลังมาติดๆ
"ไงจ๊ะ แม่ม่ายตระกูลกู้! หุ้นตกจนหน้าซีดเลยล่ะสิ!" เซี่ยอวี่ฉินถอดแว่นกันแดดออก ก่อนจะหัวเราะเยาะเสียงแหลม "อ้าวๆ ดูสิว่าใครนั่งอยู่ตรงนั้น... อดีตประธานจิ่งผู้ยิ่งใหญ่นี่เอง พอตกงานแล้วก็ต้องมารับจ๊อบเป็นบอดี้การ์ดเกาะชายกระโปรงผู้หญิงกินสินะ น่าสมเพชจริงๆ!"
บรรดาผู้บริหารกู้กรุ๊ปต่างขบกรามแน่นด้วยความโกรธ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก เพราะรู้ดีว่าตระกูลเซี่ยมีอิทธิพลมหาศาลในตลาดยุโรป
กู้หว่านอีปรายตามองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ "รปภ. ของกู้กรุ๊ปสงสัยจะหย่อนยานไปหน่อย ถึงปล่อยให้สุนัขบ้าเข้ามากัดคนถึงในห้องประชุมได้... คุณหนูเซี่ย มีธุระอะไรไม่ทราบคะ?"
เซี่ยอวี่ฉินหน้าตึงทันทีที่ถูกด่าว่าเป็นสุนัขบ้า แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าเป็นแสยะยิ้มเหนือกว่า "ฉันไม่ได้มาเพื่อเถียงกับแก นังชั้นต่ำ! ฉันมาเพื่อยื่นข้อเสนอสุดท้ายให้แกต่างหาก!"
เซี่ยอวี่ฉินดีดนิ้ว ชายชาวต่างชาติทั้งสามก็ก้าวออกมาข้างหน้า
"นี่คือประธานจาก 'สมาพันธ์การค้ายูโรโกลบอล' (Euro-Global Trade Union) ซึ่งตระกูลเซี่ยของฉันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่" เซี่ยอวี่ฉินประกาศก้อง "ฉันได้สั่งแช่แข็งบัญชีและเส้นทางการค้าของกู้กรุ๊ปในยุโรปทั้งหมดแล้ว! ภายในเจ็ดวัน ถ้าแกหาเงินทุนหมุนเวียนไม่ได้ กู้กรุ๊ปจะต้องล้มละลาย!"
"และข้อเสนอของฉันก็คือ..." เซี่ยอวี่ฉินชี้นิ้วไปที่กู้หว่านอี "คุกเข่าลงตรงนี้! โขกศีรษะขอโทษฉันสามครั้ง แล้วเซ็นใบหย่าขาดจากพี่ถิงโจวซะ! แล้วฉันจะเมตตาคืนเส้นทางการค้าให้กู้กรุ๊ปของแก!"
จากนั้นเธอก็หันไปมองจิ่งถิงโจวด้วยแววตาหลงใหล "พี่ถิงโจวคะ... พี่เห็นหรือยังว่าผู้หญิงคนนี้มันไร้ประโยชน์ขนาดไหน มันปกป้องบริษัทตัวเองยังไม่ได้เลย! แต่ถ้าพี่กลับมาหาฉัน กลับไปคุกเข่าขอโทษคุณป้า... ฉันจะคืนตำแหน่งประธานจิ่งกรุ๊ปให้พี่ แล้วเรามาครอบครองโลกธุรกิจนี้ด้วยกันเถอะค่ะ!"
ทั้งห้องประชุมเงียบกริบ ผู้บริหารทุกคนต่างหันไปมองกู้หว่านอีและจิ่งถิงโจว อำนาจของตระกูลเซี่ยในยุโรปนั้นคือของจริง หากพวกเขาปิดประตูการค้า กู้กรุ๊ปจะสูญเสียรายได้ไปกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์ทันที!
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่ความหวาดกลัว...
กู้หว่านอีหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ใสกระจ่างทว่าแฝงไปด้วยความเวทนาสุดขีด
"สมาพันธ์การค้ายูโรโกลบอลงั้นเหรอคะ?" กู้หว่านอีส่ายหน้าช้าๆ "คุณหนูเซี่ย... คุณใช้ชีวิตอยู่แต่ในกะลาของตระกูลตัวเอง จนไม่รู้เลยสินะคะว่าโลกใบนี้มันกว้างใหญ่แค่ไหน"
"แกหมายความว่ายังไง!" เซี่ยอวี่ฉินตวาด
จิ่งถิงโจวที่นั่งเงียบมาตลอด ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงที่โดดเด่นและรังสีความกดดันที่แผ่ซ่านออกมา ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมหนักอึ้งราวกับภูเขาถล่มทับ ชายชาวต่างชาติทั้งสามคนถึงกับเหงื่อตกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบสีนิลนั้น
"เซี่ยอวี่ฉิน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำของจิ่งถิงโจวเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "เธอคิดจริงๆ เหรอว่า อำนาจของฉัน... มีแค่ 'จิ่งกรุ๊ป' ที่ย่าของฉันประทานให้น่ะ?"
เซี่ยอวี่ฉินขมวดคิ้ว "พ... พี่หมายความว่ายังไง? พี่ถูกไล่ออกจากตระกูลแล้ว พี่ไม่มีอะไรเหลือแล้ว!"
จิ่งถิงโจวไม่ตอบ เขาล้วงโทรศัพท์มือถือเครื่องสีดำสนิทที่ดูเรียบง่ายแต่มิอาจประเมินค่าได้ขึ้นมา กดหมายเลขเพียงตัวเดียวแล้วยกขึ้นแนบหู
"ลูคัส... ถึงเวลาเก็บกวาดขยะในยุโรปแล้ว จัดการ 'ตระกูลเซี่ย' ให้หายไปจากแผนที่การเงินภายในสิบห้านาที"
ติ๊ด.
เขากดตัดสายอย่างรวดเร็วและเรียบง่าย ท่ามกลางความงุนงงของเซี่ยอวี่ฉิน
"ฮ่าๆๆๆ! พี่บ้าไปแล้วเหรอคะพี่ถิงโจว!" เซี่ยอวี่ฉินระเบิดหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "โทรศัพท์ไปสั่งใครให้มาถล่มตระกูลเซี่ยเนี่ยนะ! ตระกูลของฉันมีสินทรัพย์นับแสนล้านยูโร เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจยุโรป! ต่อให้เป็นประธานาธิบดีก็ไม่กล้าแตะต้องตระกูลฉัน!"
แต่เสียงหัวเราะของเซี่ยอวี่ฉินก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อจู่ๆ โทรศัพท์มือถือของประธานชาวต่างชาติทั้งสามคนที่เธอกำลังภูมิใจนักหนา... ดังขึ้นพร้อมกัน!
Rrrr! Rrrr! Rrrr!
ฝรั่งทั้งสามคนรีบกดรับสายด้วยความแปลกใจ แต่เพียงแค่ได้ยินประโยคแรกจากปลายสาย ใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผาก ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บๆ จนยืนแทบไม่อยู่
"พ... พระเจ้าช่วย! เป็นไปไม่ได้! กองทุนวอลล์สตรีทและธนาคารสวิสทุกแห่ง... ปฏิเสธการทำธุรกรรมกับตระกูลเซี่ย!?" หนึ่งในประธานชาวต่างชาติอุทานออกมาเป็นภาษาอังกฤษด้วยความช็อกสุดขีด
"หุ้นของเซี่ยกรุ๊ปดิ่งลงเหวเก้าสิบเปอร์เซ็นต์! มีเม็ดเงินมหาศาลที่ไม่ทราบที่มาเข้ามากว้านซื้อและเทขายทิ้ง! ตระกูลเซี่ย... ตระกูลเซี่ยล้มละลายแล้ว!!" อีกคนหนึ่งตะโกนเสียงหลง
"อะไรนะ!?" เซี่ยอวี่ฉินเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า เธอรีบล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะพบว่ามีสายเรียกเข้าจากบิดาของเธอที่ยุโรปนับร้อยสาย!
เมื่อเธอกดรับสาย เสียงตะโกนร้องไห้อย่างสิ้นหวังของบิดาก็ดังทะลุลำโพงออกมา
(อวี่ฉิน! แกไปทำบ้าอะไรลงไป!! แกไปล่วงเกินใครเข้า!! ตอนนี้ 'วิคตอเรีย แคปปิตอล' กองทุนลึกลับที่กุมอำนาจตลาดมืดและเศรษฐกิจโลก ได้สั่งระงับสายป่านของเราทั้งหมด! บัญชีของตระกูลเซี่ยถูกอายัด! เราล้มละลายแล้ว! เราหมดตัวแล้วแกได้ยินไหม!!)
เพล้ง!
โทรศัพท์มือถือราคาแพงร่วงหล่นจากมือของเซี่ยอวี่ฉิน กระแทกพื้นจนหน้าจอแตกกระจาย ร่างบางทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้องประชุมอย่างไร้เรี่ยวแรง วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง
"ว... วิคตอเรีย แคปปิตอล... กองทุนที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก... ขุมอำนาจที่แม้แต่ราชวงศ์ยุโรปยังต้องก้มหัวให้..." ประธานชาวต่างชาติทั้งสามคนพึมพำอย่างคนเสียสติ ก่อนที่พวกเขาจะเงยหน้าขึ้น และฉุกคิดอะไรบางอย่างได้
ดวงตาของชาวต่างชาติทั้งสามเบิกกว้างสุดขีด พวกเขาหันขวับไปมองจิ่งถิงโจวที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทีสบายๆ แต่กลับแผ่รังสีของจักรพรรดิผู้ครองโลกออกมาอย่างชัดเจน
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ประธานฝรั่งทั้งสามคนคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย และโขกศีรษะลงกับพื้นห้องประชุมกู้กรุ๊ปเสียงดังสนั่น!
"ท่านลอร์ด!! ได้โปรดอภัยให้พวกเราด้วย! พวกเราไม่ทราบจริงๆ ว่าผู้หญิงโง่เขลาคนนี้ไปล่วงเกินนายหญิงของท่าน!!"
คำว่า 'ท่านลอร์ด' (Lord) ที่หลุดออกจากปากของประธานระดับโลก ทำเอาผู้บริหารกู้กรุ๊ปและเซี่ยอวี่ฉินช็อกจนตาค้างแทบหยุดหายใจ!
กู้หว่านอีลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอเดินเข้าไปคล้องแขนจิ่งถิงโจวด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ ก่อนจะก้มลงมองเซี่ยอวี่ฉินที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นราวกับสุนัขข้างถนน
"คุณหนูเซี่ยคะ..." น้ำเสียงของกู้หว่านอีหวานใสแต่กรีดลึกลงไปในจิตใจคนฟัง "ดูเหมือนคุณจะเข้าใจอะไรผิดไปนิดหน่อยนะคะ... จิ่งกรุ๊ปน่ะ เป็นแค่งานอดิเรกที่พี่ถิงโจวทำแก้เบื่อเพื่อเอาใจคุณหญิงย่าเท่านั้นแหละค่ะ"
จิ่งถิงโจวก้มลงมองอดีตว่าที่คู่หมั้นด้วยสายตาเย็นเยียบไร้ความปรานี "ทรัพย์สินของตระกูลจิ่ง มีไม่ถึงหนึ่งในสิบของสินทรัพย์ส่วนตัวที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยซ้ำ... เซี่ยอวี่ฉิน เธอคิดจะเอาเศษเงินของตระกูลเธอ มาข่มขู่ภรรยาของ 'ประธานกองทุนวิคตอเรีย แคปปิตอล' งั้นเหรอ? ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย"
เปรี้ยง!!
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกะโหลก! เซี่ยอวี่ฉินหน้ามืดวูบ
ผู้ชายที่เธอคิดว่าตกอับและไร้อำนาจ... แท้จริงแล้วคือ จักรพรรดิมืด ผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจโลกตัวจริง!! เขาไม่ได้พึ่งพาตระกูลจิ่ง... แต่ตระกูลจิ่งต่างหากที่อยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้เพราะบารมีของเขา!
"ม... ไม่จริง... ไม่จริงงงง!!" เซี่ยอวี่ฉินกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอสูญเสียทุกอย่าง ฐานะ เงินทอง และความเย่อหยิ่ง ภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที!
"โยนขยะพวกนี้ออกไป" จิ่งถิงโจวสั่งเสียงเรียบ "แล้วส่งข่าวไปบอกคุณหญิงย่าด้วยว่า... ถ้ายังกล้าส่งคนมารังแกหว่านหว่านของฉันอีก เป้าหมายต่อไปที่จะหายไปจากแผนที่... คือตระกูลจิ่ง!"
การตบหน้าครั้งประวัติศาสตร์จบลงด้วยความพินาศของตระกูลเซี่ย มังกรเฒ่าอย่างคุณหญิงย่าจิ่งกำลังจะได้รับบทเรียนที่สาสม ว่าการกระตุกหนวดจักรพรรดิที่กำลังปกป้องยอดรัก... มีจุดจบที่น่าสยดสยองเพียงใด!
