บทที่ 7 7

หลังจากวางสายไปไม่ถึงห้านาที ป้าอบก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาพร้อมกับอุปกรณ์ปฐมพยาบาลครบครัน หญิงชรามองร่างของพริมาที่นอนอยู่บนเตียงของคุณชายด้วยสายตาสับสนระคนแปลกใจ เพราะปกติกานต์ธรเป็นคนที่หวงพื้นที่ส่วนตัวมากและไม่เคยอนุญาตให้ใครเหยียบย่างเข้ามาในห้องนอนนี้เด็ดขาด โดยเฉพาะคนรับใช้

​            "ให้ป้าดูแลพริมเองค่ะคุณชาย คุณชายไปพักผ่อนเถอะค่ะ"

​ป้าอบเสนอตัวดูแลด้วยความสุภาพ

​"ไม่ต้อง ผมจัดการเอง ป้าไปทำธุระส่วนตัวเถอะ"

​กานต์ธรตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ไม่มีใครกล้าขัดใจ

​ป้าอบน้อมรับคำสั่งก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้กานต์ธรอยู่กับร่างอันไร้สติของพริมาเพียงลำพัง ชายหนุ่มนั่งลงบนขอบเตียง นำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาบิดจนหมาดแล้วค่อยๆ บรรจงเช็ดใบหน้าและตามเนื้อตัวของหญิงสาวอย่างเบามือ ทุกสัมผัสช่างดูขัดกับภาพลักษณ์อันเยือกเย็นและดุดันของเขาอย่างเชิงประจักษ์

​ยามที่ผ้าชุบน้ำเย็นสัมผัสผิวกาย พริมาครางเครือออกมาในลำคอด้วยความหนาวสั่น เธอขยับกายเข้าหาความอบอุ่นรอบข้างโดยไม่รู้สึกตัว สองมือบางเอื้อมไปกวาดคว้าเอาข้อมือหนาของกานต์ธรมากุมไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายในชีวิต

​            "แม่คะ พริมเหนื่อยเหลือเกิน พริมเจ็บไปหมดแล้วแม่"

​            พริมาละเมอพึมพำออกมาน้ำตาสีใสไหลซึมจากหางตาชะล้างความเจ็บช้ำในห้วงนิทรา

​            คำพูดละเมอที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและความเจ็บปวดของเด็กสาวตรงหน้าบดขยี้กำแพงทิฐิในใจของกานต์ธรลงไปชั่วขณะหนึ่ง ชายหนุ่มมองมือบางที่กุมข้อมือของเขาไว้แน่น เขาไม่สามารถสลัดมือของเธอออกได้เลย ไม่ใช่เพราะไม่มีเรี่ยวแรง ทว่าเพราะหัวใจของเขากลับสั่งให้ยอมรับการยึดเหนี่ยวนี้เอาไว้เงียบๆ

​            "เธอต้องอดทนขนาดไหนถึงยอมแลกศักดิ์ศรีและความสุขของตัวเองเพื่อคนอื่นได้ขนาดนี้พริม"

​กานต์ธรเอ่ยพึมพำกับตัวเองในความมืดสลัว แววตาของเขาอ่อนแสงลงอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

​            ทว่าความอ่อนโยนชั่วข้ามคืนก็มักจะถูกทำลายลงด้วยพายุแห่งความเป็นจริงเสมอ เช้าวันต่อมา พริมาลืมตาตื่นขึ้นด้วยอาการปวดศีรษะที่ทุเลาลงไปบ้างแล้ว เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ของคุณกานต์ หญิงสาวสะดุ้งตัวลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าสามีของเธอยืนกอดอกมองอยู่ตรงปลายเตียงด้วยสายตากลับมาเยือกเย็นและดุดันตามเดิม ราวกับว่าความอบอุ่นในค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น

​"ตื่นแล้วก็รีบไสหัวออกไปจากห้องของฉันได้แล้วพริม อย่าคิดว่าฉันช่วยเธอไว้เมื่อคืนแล้วจะทำให้ฐานะของเธอเปลี่ยนไปนะ การที่ฉันช่วยอุ้มเธอเมื่อคืนมันก็แค่การปฐมพยาบาลตามมารยาทเท่านั้น อย่าเอาเรื่องนี้ไปเพ้อเจ้อให้แม่ฉันฟังเด็ดขาด"

​กานต์ธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นและไร้ความปราณี

​พริมาก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาอีกครั้ง เธอกระชับเสื้อผ้าของตัวเองแล้วรีบก้าวเท้าลงจากเตียงนอนหลังใหญ่เพื่อก้าวออกจากห้องพักส่วนตัวของเขาช้าๆ

​"พริมขอบคุณมากนะคะคุณกานต์ที่ช่วยพริมไว้ พริมขอโทษที่ทำให้คุณต้องเสียเวลาและพื้นที่ส่วนตัวค่ะ"

​พริมาเอ่ยขอบคุณเบาๆ ก่อนจะรีบหมุนตัวเปิดประตูเดินออกจากห้องของเขาไปโดยไม่หันกลับไปมองชายหนุ่มใจร้ายอีกเลย

​            กานต์ธรจ้องมองประตูที่ปิดลงด้วยความรู้สึกว่างเปล่าและหงุดหงิดใจขึ้นมาอีกครั้ง เขาทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังลั่นเพื่อระบายความสับสนในใจ ชายหนุ่มเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่ยอมละทิ้งทิฐิไปชั่วคราวเพื่อดูแลผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าเป็นปลิง และเขาก็เกลียดสายตาคู่นั้นของพริมาที่ทำให้ดวงตาของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทุกครั้งยามที่ได้สบประสานกัน

​ชะตากรรมในคฤหาสน์ธนกิจโกศลยังคงดำเนินต่อไปดั่งวงล้อที่หมุนวนลงสู่ก้นเหวแห่งความเจ็บปวด พริมายังคงก้มหน้าก้มตาทำงานรับใช้ทุกคนโดยปราศจากข้อโต้แย้ง ศักดิ์ศรีที่เธอมีถูกเหยียบย่ำจนเกือบจะสิ้นสูญ ทว่าความเด็ดเดี่ยวในหัวใจของเธอกลับยิ่งกล้าแกร่งขึ้นพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ของกานต์ธรและความร้ายกาจของคุณหญิงรัศมีในแต่ละวันที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เพื่อรักษาชีวิตของมารดาอันเป็นที่รักยิ่งของเธอไว้ให้ยาวนานที่สุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป