บทที่ 1 วันเกิดดาราสาว

บทที่1

วันเกิดดาราสาว

ผับหรูใจกลางเมือง

สถานที่แห่งนี้ช่างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำให้ผู้คนเพลิดเพลินและผ่อนคลายอารมณ์กันได้มากจริงๆ ดูจากนักท่องราตรีทั้งหลายที่ตอนนี้กำลังเคลื่อนไหวร่างกายไปมาตามเสียงเพลงและดื่มด่ำกับบรรยากาศกันอย่างผ่อนคลายและสนุกสนาน

ทว่าเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มเหล่านั้นไม่ได้ทำให้สาวสวยที่กำลังนั่งดื่มกับเพื่อนสนิทรู้สึกตื่นเต้นหรือสนุกไปกับมันอย่างที่ควรจะเป็น

เธอกำลังครุ่นคิดและอึดอัดใจกับสิ่งที่ครอบครัวยัดเยียดให้เธอทำและตอนนี้เธอก็กำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอดอีกครั้งเหมือนที่เธอสามารถเอาตัวรอดมาได้หลายครั้งแล้ว

“วันนี้วันเกิดแกนะ ทำหน้าให้มันดีๆหน่อย” วีน่าระบายยิ้มสดใสก่อนจะยกแก้วไปชนกับเพื่อนรักที่นั่งหน้าเครียดอยู่ข้างๆทำให้ฟ้าใสหลุดจากภวังค์และหันไปยกแก้วชนตอบก่อนจะกระดกเครื่องดื่มสีสวยที่เธอถืออยู่ดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว

ปึก! หญิงสาววางแก้วด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างระบายอารมณ์ที่กำลังดำดิ่งของตัวเอง

วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบยี่สิบสี่ปีของเธอแต่เธอก็รู้สึกว่ามันก็เหมือนกับวันๆหนึ่งที่ผ่านเข้ามาเดี๋ยวมันก็ผ่านไปไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร

เธอไม่ได้รู้สึกมีความสุขกับมันอย่างที่ใครหลายคนอาจจะรู้สึกดีเมื่อถึงวันเกิดของตัวเองเพราะใครหลายคนคงได้อยู่กับครอบครัวที่รักอยู่กับคนที่ให้กำเนิดและร่วมฉลองวันนี้ด้วยกันอย่างอบอุ่น

ส่วนเธอไม่ได้รู้สึกกับอะไรแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่มารดาเสียเมื่อหลายปีก่อนและชีวิตเธอก็ต้องเปลี่ยนไป เธอต้องเข้าไปอยู่บ้านใหญ่กับบิดาที่เธอเองก็พึ่งรับรู้ว่าอีกฝ่ายมีภรรยาอยู่แล้วแต่ยังมาลักลอบเลี้ยงดูมารดาของเธอเอาไว้ลับๆจนกระทั่งมีเธอแบบไม่ได้ตั้งใจ

หลังจากเธอเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นก็ไม่วายที่จะโดนดูถูกเหยียดหยามจากภรรยาของบิดาที่ด่าว่าเธอเป็นลูกเมียน้อยซ้ำยังเป็นกาฝากของบ้าน แล้วมันใช่ความผิดของเธอเหรอ

คำถามนี้เธอยังคงถามตัวเองซ้ำๆมาจนถึงทุกวันนี้เพราะถ้าหากเธอเลือกได้เธอก็ไม่อยากเกิดมาโดนดูถูกแบบนี้หรอกแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รักมารดาของเธออยู่ดีเพราะช่วงเวลาที่ได้อยู่กับมารดาเป็นช่วงเวลาที่เธอมีความสุขที่สุดแล้ว

เธอต้องทนกับอะไรแบบนี้มานานหลายปีจนกระทั่งเรียนจบเธอถึงออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองยึดอาชีพดารานักแสดงเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพเพราะเธอไม่อยากอยู่ภายใต้การดูแลของคนบ้านนั้นอีกแล้ว

แม้จะทำใจให้ชินกับคำต่อว่าเหล่านั้นแต่ใครจะรู้ว่าภายในใจลึกๆแล้วเธอยังคงรู้สึกเจ็บปวดกับคำดูถูกเหล่านั้นเสมอ

“คิดถึงยัยรัณเนอะ” ฟ้าใสส่งยิ้มให้กับเพื่อนรักที่เคียงข้างกันมาหลายปีและคนที่เธอพูดถึงก็คือดารัณเพื่อนรักของเธออีกคนที่ตอนนี้เจ้าตัวได้แต่งงานและย้ายไปอยู่กับสามีที่ประเทศฮ่องกงตั้งแต่พวกเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว

“อืม เดือนหน้ายัยรัณก็คลอดหลานแฝดพวกเราละ บินไปเยี่ยมหน่อยเป็นไง” วีน่าเสนอเพราะพวกเธอก็ไม่ได้เจอดารัณนานแล้วเหมือนกัน

“เอาสิ ฉันจะไม่รับงานช่วงนั้นก็แล้วกัน”

“หึ แกนี่นะ ทำตัวให้มันเหมือนดาราสาวชื่อดังหน่อย ไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์บ้างหรือไง” วีน่าว่ายิ้มๆก่อนจะมองไปรอบๆที่ตอนนี้ก็มีคนจ้องมองมายังพวกเธอกันมากทีเดียว

คงมีใครจำดาราสาวสวยแบบเพื่อนเธอได้บ้างแหละแต่อีกฝ่ายกับไม่เดือดร้อนหรือพยายามรักษาภาพลักษณ์เหมือนดาราคนอื่นๆที่แทบไม่กล้าออกมาเที่ยวในสถานที่แบบนี้ซ้ำยังนั่งดื่มแบบไม่ปิดบังหน้าตาอีก

“ฉันก็คนธรรมดาทั่วไปเนี่ยแหละ ชื่อเสียงพวกนั้นมันก็แค่เปลือกนอก ฉันก็แค่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองในการแสดงให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนแฟนคลับที่สนับสนุนและชื่นชอบฉันแค่นี้ก็พอแล้ว ส่วนเรื่องส่วนตัวฉันก็เป็นตัวของตัวเองแบบนี้แหละ ใครจะมองยังไงก็ช่างเถอะ ฉันไม่สนใจหรอก”

อีกอย่างภาพลักษณ์ของเธอที่ผ่านมาก็ไม่ได้ดีอะไรมากมายอยู่แล้ว ใครอยากจะเขียนข่าวหรือถ่ายรูปไปแชร์ต่อก็แล้วแต่เถอะเธอไม่คิดมากอยู่แล้วเพราะทุกวันนี้ก็เหนื่อยกับการที่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากันมากพอแล้ว

“ว่าก็ว่าเถอะ ฉันยังไม่อยากจะเชื่อว่าแกจะมายึดอาชีพนี้ ตอนเรียนแกดูไม่ชอบอะไรแบบนี้เท่าไหร่” วีน่ามองเพื่อนรักด้วยแววตาอ่อนลงเพราะเธอรู้ว่าสิ่งที่ฟ้าใสเป็นอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ตัวตนจริงๆของเธอหรอก

แท้จริงแล้วเพื่อนเธอคนนี้เป็นคนน่ารักสดใสและมีน้ำใจให้กับคนอื่นเสมอไม่ใช่คนที่นิ่งเงียบและดูไม่เป็นมิตรแบบนี้หรอกนะ

ฟ้าใสก็แค่สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากคนบางจำพวกที่จ้องจะหาผลประโยชน์กับเธอโดยเฉพาะครอบครัวของเธอที่แทบจะเร่ขายเธอเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจซึ่งเพื่อนของเธอก็เอาตัวรอดไปได้ทุกครั้งแต่ก็ต้องยอมเสียเงินเพื่อช่วยเหลือธุรกิจของครอบครัวมาโดยตลอด

วีน่ามองเพื่อนด้วยความเห็นใจเพราะตั้งแต่เรียนจบมาฟ้าใสดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก เธอทำงานอย่างหนักเพื่อจะได้มีเงินเก็บแบบไม่ต้องหวังพึ่งบิดาอีกและความฝันของเธอคือการได้ออกมาอยู่ข้างนอกด้วยตัวเองไม่อยากไปยุ่งวุ่นวายกับครอบครัวของบิดาอีกแล้ว

“มันเป็นอาชีพที่แม่ฉันรักนี่ อีกอย่างพอได้ทำแล้วมันก็สนุกดี” ฟ้าใสบอกเพื่อนรักด้วยรอยยิ้มเพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มารดาของเธอรักและหาเลี้ยงเธอในช่วงที่เธอยังไม่รู้ว่ามารดาเป็นภรรยาลับๆของบิดาจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เธอเสียมารดาไปตลอดกาล

มารดาเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตพร้อมกับนักแสดงชายที่ทำงานร่วมกันทั้งสองคนสนิทสนมกันจนบิดาคิดว่ามารดาของเธอลักลอบมีชู้และทั้งสองคนกำลังจะหนีไปด้วยกัน

ก่อนที่มารดาจะเสียท่านมีปากเสียงกันกับบิดาซึ่งตอนนั้นเธอยังอยู่ช่วงมัธยมคิดว่าผู้ใหญ่คงทะเลาะกันตามปกติ แต่หารู้ไม่นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เจอกับบิดากระทั่งมารดาเสียนั่นแหละบิดาถึงกลับมารับเธอไปอยู่ด้วยกันที่บ้านใหญ่และความจริงเรื่องทุกอย่างที่เธอไม่เคยรู้ก็กระจ่างที่นั่น เธอกลายเป็นลูกเมียน้อยโดยไม่รู้ตัว

แม้ว่าเธอจะเป็นพี่คนโตคงเพราะบิดากับมารดามีเธอก่อนที่ภรรยาตามกฎหมายจะมีลูกให้แต่น้องสาวต่างมารดาก็ไม่ได้ให้ความเคารพเธอหรอกนะเจ้าตัวตั้งแง่และดูถูกเธอไม่ต่างจากมารดาของเจ้าหล่อนเลย

ดีหน่อยที่น้องชายต่างมารดาไม่ได้แสดงท่าทีเหล่านั้นแต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันถึงขั้นรักใคร่กลมเกลียวอะไรกันขนาดนั้น ช่างเป็นครอบครัวที่วุ่นวายและน่าปวดหัวใช่ไหมล่ะ

“แล้วพรุ่งนี้ แกต้องไปดูตัวอีกแล้วเหรอ”

“อืม คราวนี้ฉันคงเลี่ยงไม่ได้ พ่อฉันจริงจังมากบอกว่าคนนี้เป็นลูกชายเพื่อนเขา” แม้จะเบื่อหน่ายและอยากปฏิเสธเหมือนทุกๆครั้งแต่ครั้งนี้คงยากเพราะบิดายื่นคำขาดอย่างจริงจังไม่อย่างนั้นเธอจะถูกบังคับให้กลับไปช่วยทำงานที่บริษัทที่ตอนนี้น้องชายที่พึ่งเรียนจบมาหมาดๆกำลังเรียนรู้งานอยู่

ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เธอไม่ชอบและไม่อยากทำเพราะเธอไม่อยากวุ่นวายกับครอบครัวบิดาอีก ทุกวันนี้แม่เลี้ยงของเธอก็จ้องจับผิดกลัวว่าเธอจะไปแย่งสมบัติของลูกๆเจ้าหล่อน

เธอเองก็อยากจะถามกลับเหมือนกันมีสมบัติอะไรให้เธอไปแย่งเหรอนอกจากบ้านหลังใหญ่ ครอบครัวบิดาก็ไม่มีอะไรแล้วเพราะตอนนี้ธุรกิจกำลังประสบปัญหา

ครอบครัวที่เคยอยู่ดีกินดีไม่เคยต้องลำบากถึงต้องมากดดันเธอให้รีบแต่งงานกับนักธุรกิจรวยๆเพื่อจะได้มาช่วยพยุงธุรกิจที่บ้านยังไงล่ะ

แล้วเธอต้องแคร์เหรอในเมื่อทุกคนไม่ได้หวังดีอะไรกับเธออยู่แล้ว เหตุใดเธอต้องช่วยเหลือทุกอย่างด้วยแค่ทุกวันนี้เธอต้องเสียเงินตัวเองไปอย่างเปล่าประโยชน์ก็เกินพอแล้ว

“แก โอเคใช่มั้ย”

“หึ ฉันก็ถูกบังคับอะไรแบบนี้มาโดยตลอด แกก็รู้หนิ”

“แล้วคราวนี้จะเอาไง”

“ก็คงไปตามนัด แต่ฉันไม่ยอมตกลงหมั้นง่ายๆหรอก ฉันจะตกลงกับฝ่ายนั้นเองเพราะเขาก็คงถูกบังคับมาเหมือนกัน” ฟ้าใสคิดว่าตัวเองน่าจะเอาตัวรอดได้และคงพูดคุยกับฝ่ายนั้นอย่างไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี

“อืม ฉันเอาใจช่วยแกนะ”

“น่าเบื่อชะมัด อุตส่าห์หนีออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองแล้ว ก็ยังไม่วายถูกบังคับเผื่อผลประโยชน์ของคนบ้านนั้นอีก” ฟ้าใสบ่นเบาๆก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มกระดกดื่มจนหมดอีกรอบ

“แล้วทำไมแม่เลี้ยงแก ไม่ให้ลูกสาวตัวเองแต่งงานกับคนรวยๆไปเลยวะ จะได้จบๆมาวุ่นวายจับคู่ให้แกทำไม” วีน่าชักสีหน้าอย่างไม่พอใจเช่นกันเพราะเธอรับรู้เรื่องราวของเพื่อนรักมาโดยตลอด

“ก็คงอยากให้ฉันออกจากบ้านแบบถาวรล่ะมั้ง ถ้าฉันแต่งงานกับคนอื่นฉันจะได้ไม่อยู่ขวางหูขวางตาและจะได้ไม่ไปยุ่งกับทรัพย์สมบัติที่มีแต่เปลือกของครอบครัวเขา”

“เฮ้อ คิดถึงน้องสาวต่างแม่แกแล้ว คันมือชะมัด งานการไม่รู้จักทำดีแต่รอผลาญเงินไปวันๆ”

“อืม อยากตบเหมือนกัน”

“หึ” หลังจากนั้นทั้งสองสาวก็หัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงกิ่งกาญน้องสาวต่างมารดาของฟ้าใสที่เจ้าหล่อนชอบลอยหน้าลอยตาทำตัวน่าหมั่นไส้ไปวันๆ

“เลิกคุยเรื่องเครียดๆดีกว่า วันนี้ฉันมีของขวัญมาให้แกด้วย” วีน่าบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องของขวัญมาวางไว้ตรงหน้าเพื่อนรัก

“อะไรเหรอ”

พรึบ! วีน่าแกะกล่องของขวัญออกและเลื่อนไปให้เพื่อนรักอีกที

“เฮ้ย นี่มันกระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่แบรนด์แกหนิ” เนื่องจากวีน่าเป็นเจ้าของแบรนด์รองเท้าชื่อดังและยังเป็นเจ้าของแบรนด์กระเป๋าที่เธอเองก็ได้มาหลายใบแล้ว ด้วยรูปทรงและการออกแบบอย่างดีทำให้แบรนด์ของวีน่าโด่งดังมากๆ

“ชอบมั้ย ฉันให้แกเป็นของขวัญ ดาราสวยแซ่บอย่างแกก็ต้องคู่กับกระเป๋าสวยๆสิ”

“งื้ออ ชอบสิ ขอบคุณแกมากน๊า” ฟ้าใสยิ้มและรีบขอบคุณเพื่อนด้วยท่าทีน่ารักน่าเอ็นดู

“หึ ฟ้าใสคนน่ารักกลับมาแล้วสินะ” วีน่าส่ายหน้าไปมาแต่เธอก็ยิ้มด้วยความดีใจที่เพื่อนรักชอบของขวัญวันเกิดที่เธอให้

“คิกๆ มีแต่แกกับยัยรัณเท่านั้นแหละที่จะเห็นฉันในโหมดนี้” ฟ้าใสยิ้มด้วยความสดใสเธอมองเพื่อนอย่างขอบคุณอีกครั้งก่อนเธอจะนึกไปถึงช่วงเรียนมหาวิทยาลัยที่เป็นอีกช่วงเวลานึงที่เธอมีความสุขมากเพราะเธอมีเพื่อนที่ดีและน่ารักอย่างวีน่าและดารัณอยู่เคียงข้างเสมอ

บทถัดไป