บทที่ 2 คนที่ไม่คิดว่าจะเจอ

บทที่2

คนที่ไม่คิดว่าจะเจอ

คอนโดฟ้าใส

หญิงสาวกลับมาถึงคอนโดส่วนตัวเกือบเที่ยงคืนเธอเข้าไปอาบน้ำทำความสะอาดตามความเคยชินที่ไม่ว่าจะดึกขนาดไหนเธอก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเพราะเธอต้องใช้หน้าตาในการสร้างรายได้ในสายงานนี้

หลังจากออกมาจากห้องน้ำเธอก็เดินไปหยิบชุดนอนมาสวมใส่และเดินกลับมาที่เตียงขนาดใหญ่และล้มตัวลงนอนด้วยความมึนหัวนิดหน่อย

เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาเช็กตารางงานที่ผู้จัดการส่วนตัวอย่างพี่เอกกี้ส่งเข้ามาเมื่อพบว่าพรุ่งนี้เธอไม่มีคิวถ่ายงานที่ไหนทำให้เธอระบายยิ้มด้วยความดีใจเพราะเธอจะได้นอนให้เต็มอิ่มและช่วงบ่ายค่อยออกไปพบคนที่บิดานัดมาเพื่อดูตัวกัน

เพียงคิดถึงเรื่องนี้แววตาของเธอก็หงุดหงิดและเบื่อหน่ายขึ้นมาเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เธอจะหลุดพ้นจากวงจรตอบแทนผู้มีพระคุณสักทีทั้งๆที่อีกฝ่ายก็แค่เลี้ยงเธอไปตามหน้าที่ไม่ได้ให้ความรักความอบอุ่นกับเธอเหมือนลูกๆคนอื่นๆด้วยซ้ำ

ที่เธอตัดสินใจเข้าวงการในครั้งแรกเพราะเธออยากประชดบิดายิ่งอีกฝ่ายไม่ชอบอาชีพนี้เธอก็ยิ่งอยากทำเพราะเธออยากให้บิดารู้สึกเจ็บปวดเหมือนที่เธอรู้สึก

เธอรับงานถ่ายแบบแนวเซ็กซี่ขึ้นปกนิตยสารมากมายแต่เธอไม่ได้ถอดเสื้อผ้าจริงๆหรอกนะทั้งหมดเป็นการรีทัชแต่บิดาเธอไม่รู้เรื่องนี้และเขาคิดว่าเธอถอดจริง

เรื่องนี้แหละที่ทำให้บิดาของเธอโกรธมากเพราะมันทำให้เขาอับอายขายหน้าต่อบรรดาเพื่อนๆของเขาและคู่ค้าที่รู้ว่าเธอเป็นลูกสาวคนโตของเขาอีกคน

เขาถึงพยายามจับเธอให้ไปดูตัวจะได้รีบแต่งงานและเลิกทำอาชีพแบบนี้สักที

แต่สุดท้ายเธอดันรู้สึกชอบและสนุกที่ได้ทำงานด้านนี้จริงๆทำให้เธอเลิกประชดบิดาและกลับมาโฟกัสที่เป้าหมายของตัวเองแทน เธอมีเป้าหมายในการทำงานเก็บเงินเพื่อจะได้ออกมาอยู่คนเดียวไม่ต้องพึ่งพาอาศัยคนบ้านนั้นอีกแต่คนเหล่านั้นก็ยังไม่คิดปล่อยเธอไปยังคงหาทางเอาเปรียบและคิดหาผลประโยชน์กับเธอไม่เลิก

“น่าเบื่อ เมื่อไหร่จะต่างคนต่างอยู่สักที” ฟ้าใสบ่นออกมาก่อนจะเหลือบสายตาไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่ข้างหัวเตียงเป็นรูปมารดาที่ยิ้มด้วยความสดใส

เธอจ้องมองกรอบรูปนั้นอยู่นานจนกระทั่งจิตใจสงบลงถึงได้ผละสายตาและเงยหน้าเหม่อมองเพดานแทนด้วยความรู้สึกเหงาและว้าเหว่เธอมักจะเป็นแบบนี้เสมอเมื่อถึงวันเกิดของเธอเพราะมันทำให้เธอนึกถึงมารดาที่เสียไป

หญิงสาวหลับตาลงและพยายามขจัดปัญหาที่ว้าวุ่นในใจออกไปเพื่อจะได้นอนหลับพักผ่อนอย่างไม่ต้องคิดอะไรกระทั่งเธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุดเพราะความเหนื่อยล้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป...

วันต่อมา

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่มีลูกน้องยืนประกบอยู่ไม่ห่างสร้างความตื่นตระหนกให้ผู้พบเห็นไม่น้อยแต่ถึงแบบนั้นทุกคนก็ไม่กล้าที่จะจ้องมองเขานานเกินไปเพราะทุกคนรู้ดีว่าเขาเป็นใครและมีอิทธิพลมากแค่ไหน

ไนท์นั่งมองนาฬิกาข้อมือตัวเองด้วยใบหน้านิ่งเรียบแต่แววตากับรู้สึกหงุดหงิดเพราะตอนนี้เขาได้มานั่งรอคนที่บิดานัดให้มาทานข้าวกับเขาเรียบร้อยแล้วแต่อีกฝ่ายยังคงมาไม่ถึง

แม้ในใจอยากจะปฏิเสธมากแค่ไหนแต่ก็ทำไม่ได้เพราะครั้งนี้ข้อเสนอจากบิดามันน่าสนใจเกินกว่าที่เขาจะบอกปัดได้

ถ้าบิดาไม่ยื่นข้อเสนอว่าจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับธุรกิจของเขาอีกและจะไม่บังคับให้เขากลับไปช่วยธุรกิจที่บ้านเขาคงไม่มานั่งเสียเวลาอยู่ตรงนี้หรอก

“น่าเบื่อ” ไนท์สบถออกมาอย่างหัวเสียและตอนนี้เขาก็รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

ผู้หญิงที่ไม่รู้จักรักษาเวลาแบบนี้ต่อให้สวยขนาดนั้นเขาก็ไม่เสียเวลาพูดคุยด้วยนานหรอก

หญิงสาวเดินกรีดกรายเข้ามาภายในร้านด้วยท่าทีนิ่งเรียบ บุคลิกและท่าทางของเธอตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นได้ไม่ยากเพราะความสวยและโดดเด่นแม้คนไม่เคยดูละครของเธอก็ยังสามารถจดจำเธอได้จากงานถ่ายแบบและโฆษณาต่างๆอีกมากมาย

“นั่นคุณฟ้าใสนี่ ตัวจริงสวยมากเลยเนอะ”

ฟ้าใสส่งยิ้มบางๆให้กับคนที่นั่งอยู่โต๊ะอาหารตามมารยาทก่อนจะเดินเข้าไปยังโต๊ะด้านในสุดที่ให้ความเป็นส่วนตัวไม่น้อย

วันนี้เธอตั้งใจมาช้ากว่าเวลานัดเพราะอยากให้อีกฝ่ายหงุดหงิดไม่พอใจเพื่อที่เธอจะได้พูดคุยเรื่องยกเลิกการหมั้นหมายที่ผู้ใหญ่อยากให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆคงไม่มีใครชอบผู้หญิงไม่รู้จักตรงต่อเวลาหรอกจริงมั้ย

ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าจากทางด้านหลังทำให้ชายหนุ่มที่นั่งหน้าตึงอยู่ปรายสายตามองเพียงนิดก่อนจะกลับมานั่งกอดอกด้วยท่าทีเคร่งขรึมจนร่างบางที่กำลังเดินผ่านเพื่อไปนั่งยังฝั่งตรงข้ามถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

เธอหยุดมองรอบๆบริเวณโต๊ะอย่างสงสัยและในใจก็หวั่นเกรงขึ้นมาเพราะตอนนี้มีชายชุดดำสองคนยืนอยู่ใกล้ๆกับชายหนุ่มที่เธอมาพบเขาในวันนี้

ดูเหมือนว่าคนที่เธอมาพบวันนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้วแค่เพียงเห็นด้านข้างเธอก็หวาดกลัวขึ้นมาแต่สุดท้ายเธอก็เชิดหน้าขึ้นเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทีมั่นใจอีกครั้ง

“สวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะที่…คุณ!” ฟ้าใสเบิกตากว้างก่อนจะได้พูดจบประโยคและเธอไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะเป็นคนคนเดียวกับคนที่เธอไม่ได้เจอเขามานานมากและเธอก็นึกไม่ถึงว่าคนอย่างเขาจะยอมมาดูตัวอะไรแบบนี้ด้วย

สายตาที่เขามองมายังเธอในครั้งที่เธอกับเพื่อนไปฉลองเรียนจบที่ผับของเขายังติดอยู่ในความทรงจำของเธออยู่เลยมันทำให้เธอประหม่าและไม่เป็นของตัวเองจนกระทั่งเธอไม่กล้าที่จะไปดื่มที่ผับของเขาอีก เธอพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเจอเขามาโดยตลอดไม่คิดเลยว่าความพยายามของเธอที่ผ่านมาจะสูญเปล่า

ด้านไนท์เขาแสยะยิ้มก่อนจะหลุบตาลงซ่อนประกายความชั่วร้ายในดวงตาเอาไว้ เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าหญิงสาวที่ถูกนัดมาวันนี้จะเป็นเธอ

หญิงสาวที่เขาเคยจ้องจะงาบเมื่อสองปีก่อนเธอเป็นเพื่อนสนิทกับภรรยาของฟรานเพื่อนรักของเขาที่ไม่คิดเหมือนกันว่าโลกจะกลมขนาดนี้ เธอเป็นลูกสาวของเพื่อนบิดาและยังเป็นคนที่บิดาของเขาอยากให้หมั้นหมายด้วยสินะ

“หึ ไงสาวน้อย ดีใจมั้ยที่ได้เจอฉัน”

“คะ..คุณไนท์” น้ำเสียงราบเรียบของเขาทำเอาร่างบางตะกุกตะกักอย่างไม่เป็นตัวของตัวเองเพราะชายหนุ่มตรงหน้ายังคงหล่อเหลาและน่าเกรงขามไม่เปลี่ยน

แววตาของเขายังคงลุ่มลึกเจ้าเล่ห์เหมือนเดิมมันทำให้เธอหวาดระแวงและรู้สึกไม่ไว้ใจคนตรงหน้าเหมือนกับที่ได้เจอกันในครั้งนั้น

“นั่งสิ”

ฟ้าใสนั่งลงด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำจนต้องบีบมือตัวเองเอาไว้อย่างพยายามควบคุมสติ

เธอมาเพื่อพูดคุยเรื่องยกเลิกการหมั้นเธอจะมาหวั่นไหวและหวาดกลัวเขาไม่ได้

“คุณคงรู้ว่าวันนี้คุณกับฉันถูกนัดมาเพื่ออะไร” ร่างบางเปิดหัวข้อสนทนาอย่างไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้เพราะคนอันตรายแบบเขาเธอไม่ควรเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยจะดีที่สุด

“อืม” ไนท์พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากมาย

“ฉันอยากตกลงกับคุณเรื่องการหมั้นค่ะ”

“ว่ามาสิ” แววตาของเขานิ่งเรียบขึ้นจนฟ้าใสต้องตั้งสติและกลั้นใจพูดออกไปให้มันจบๆ

“ฉันคิดว่าการหมั้นระหว่างเราไม่ควรเกิดขึ้น ฉันรู้ว่าคุณเองก็ไม่ได้อยากหมั้นกับฉันเหมือนกัน” คนอย่างเขาไม่ชอบการถูกบังคับหรอกเพราะถ้าเขาอยากมีครอบครัวจริงๆคงไม่อยู่เป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้

“งั้นเหรอ…” ไนท์กระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“ฉันว่าเรามาตกลงกันให้มันจบๆไปเถอะค่ะ จะได้ไปบอกผู้ใหญ่ให้เลิกคิดจับฉันกับคุณหมั้นกันสักที”

“หึ อยากให้ยกเลิกมีอะไรมาแลกเปลี่ยนล่ะ ฉันไม่ทำอะไรให้ใครฟรีๆหรอกนะ”

“คุณหมายความว่าไงคะ” เธอคิดเอาไว้อยู่แล้วคนร้ายกาจอย่างเขาไม่ยอมตกลงกับเธอง่ายๆแน่

“เธอมีอะไรที่จะทำให้ฉันพึงพอใจ จนต้องยอมทำในสิ่งที่เธอร้องขอได้ล่ะ”

“คุณจะเอาอะไรคะ เงินเหรอ?” เธอไม่รู้จริงๆว่าเขาต้องการอะไรเพราะตัวเขาเองนั้นก็ร่ำรวยและมีอิทธิพลมากกว่าดาราตัวเล็กๆแบบเธอเป็นไหนๆ

“หึ ของพวกนั้นฉันไม่ต้องการหรอก” เธอคิดได้ยังไงว่าเขาจะต้องการของพวกนั้นช่างเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาเสียจริง

“แล้วคุณต้องการอะไรล่ะ” ร่างบางชักจะหงุดหงิดขึ้นมาเพราะถ้าเขายังขืนพูดจากวนประสาทเธออยู่แบบนี้เธอจะรู้ได้ยังไงว่าเขาอยากได้อะไรจากเธอ

“เธอลองคิดดูแล้วกัน ถ้าคิดออกแล้วก็ไปหาฉัน…คงรู้ใช่ไหมว่าจะเจอฉันได้ที่ไหน”

พรึบ!

“กลับ!” ร่างสูงลุกขึ้นยืนกระชับสูทที่สวมใส่เพราะวันนี้เขามีนัดคุยกับหุ้นส่วนคนสำคัญต่อและเขาไม่อยากมาเสียเวลากับอะไรพวกนี้อีกแล้วเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครและความต้องการของเธอคืออะไรแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

เขาก็แค่รอเวลาให้เหยื่อเดินเข้ามาหาโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น

“เดี๋ยวสิคะ ฉันไม่เข้าใจว่าคุณต้องการอะไรกันแน่!” ฟ้าใสรีบลุกขึ้นเพื่อยื้อเขาไว้เพราะดูเหมือนว่าการตกลงของเธอจะยังไม่ได้รับข้อสรุปและดูเหมือนว่ามันจะยากกว่าที่เธอคิดเอาไว้

“วันนี้ฉันเสียเวลารอเธอมานานเกินพอแล้ว ถ้าอยากคุยกับฉันอีก ก็ไปหาฉันที่ผับก็แล้วกัน” ร่างสูงก้าวขาเดินออกไปแววตาที่เคยนิ่งเรียบเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ในทันที

เขากระตุกยิ้มจนลูกน้องสองคนที่ติดตามไม่ห่างมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าเหตุใดเจ้านายถึงได้แผ่รังสีความชั่วร้ายออกมาขนาดนั้น…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป