บทที่ 7 ธุระสำคัญ

บทที่7

ธุระสำคัญ

คอนโดฟ้าใส

หญิงสาวกลับมาถึงคอนโดด้วยสภาพจิตใจที่หนักอึ้งทั้งสมองและร่างกายของเธอมันอ่อนล้าไปหมดเพราะตอนนี้เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงต่อไปดี

ได้แต่รอให้เพื่อนรักอย่างวีน่ามาถึงคอนโดเพราะระหว่างทางกลับมาที่นี่เธอได้โทรบอกให้วีน่ามาหาเพื่อที่เธอจะได้มีคนช่วยคิดหาทางออกกับเรื่องนี้

เธอไม่สามารถที่จะพูดคุยหรือปรึกษาใครได้นอกจากเพื่อนของเธอ วีน่าคือคนที่เธอไว้ใจที่สุดแล้วอีกอย่างเรื่องนี้เป็นก็เรื่องใหญ่การที่เธอจะตัดสินใจคนเดียวและทำอะไรวู่วามคงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่

ออด~ เสียงออดหน้าประตูทำให้ฟ้าใสรีบลุกจากโซฟาไปเปิดประตูเพราะเธอรู้ว่าคนที่มาหาเธอต้องเป็นวีน่าอย่างแน่นอน

แกรก!

“ตกลงแกมีเรื่องอะไร ฉันใจคอไม่ดีนะ” ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาภายในห้องของเพื่อนวีน่าก็ยิงคำถามทันทีเพราะตอนที่ฟ้าใสโทรบอกมีเรื่องสำคัญจะปรึกษาน้ำเสียงของเพื่อนดูไม่ดีเอาซะเลย

เธอรีบจับจูงฟ้าใสไปนั่งพูดคุยกันที่โซฟาห้องรับแขกซึ่งฟ้าใสก็ได้แต่ทำสีหน้าไม่สบายใจออกมาแต่ยังคงไม่พูดอะไร

“สรุปว่าแกมีเรื่องอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

“วีน่าคือ...ฉันท้อง” ฟ้าใสบอกออกไปในที่สุดเพราะเธอเองก็ทนกักเก็บความอัดอั้นในใจเอาไว้ไม่ไหวอย่างน้อยเธอเชื่อว่าเพื่อนของเธอต้องหาทางออกช่วยเธอได้แน่ๆ

“ฮะ! กะ..แกว่าไงนะ” วีน่าที่ไม่ทันตั้งตัวกับเรื่องอะไรแบบนี้ถึงกับช็อกไปเลยทีเดียว

“ฉันท้อง” ฟ้าใสย้ำคำพูดอีกครั้งสีหน้าและแววตาของเธอทำเอาวีน่าถึงกับพูดไม่ออก

“เรื่องจริงใช่มั้ย”

“จริง นี่เอกสารการตรวจ” ฟ้าใสหันไปหยิบเอกสารการตรวจร่างกายของเธอให้เพื่อนรักดูซึ่งวีน่าก็รับเอาไปอ่านดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เมื่อพบว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงวีน่าก็หันหน้ามองเพื่อนรักอีกครั้งและเธอต้องการรู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ทำไมฟ้าใสถึงท้องได้

“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแกถึงท้อง แล้วแกท้องกับใครเล่ามาให้หมดเลยนะ” แม้จะรู้สึกตกใจแต่พอเห็นสีหน้าเครียดๆและไม่สบายใจของเพื่อนทำให้เธอเอื้อมมือไปกุมมือเพื่อนรักเอาไว้อย่างให้กำลังใจว่าเธอพร้อมที่จะรับฟังและพร้อมจะอยู่เคียงข้างเสมอ

ฟ้าใสที่รับรู้ถึงกำลังใจและความอบอุ่นของเพื่อนเธอจึงเริ่มเล่าเรื่องทุกอย่างให้วีน่าฟังเริ่มตั้งแต่ที่ครอบครัวให้เธอไปทานข้าวและเธอได้เจอกับผู้ชายคนนั้นจนไปถึงเรื่องที่เธอทำข้อตกลงเพื่อจะได้ยกเลิกการหมั้นกับเขา

วีน่าที่รับฟังเรื่องราวทุกอย่างจนหมดเธอถึงกับช็อกไปอีกรอบเพราะไม่คิดว่าผู้ชายที่เพื่อนไปดูตัวล่าสุดจะเป็นคนที่พวกเธอเคยเจอเมื่อสองปีก่อนและเขายังเป็นเพื่อนกับสามีของดารัณเพื่อนของพวกเธอด้วย

“โลกกลมไปมั้ย เป็นคุณไนท์จริงๆเหรอ”

“อืม เป็นเขาจริงๆ”

“ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ แล้วนี่แก...ยังชอบคุณเขาอยู่หรือเปล่า”

“ถามอะไรแบบนั้น ฉันไม่ได้ชอบเขาสักหน่อย ตอนนั้นก็แค่หวั่นไหวไปกับหน้าตาของเขาเท่านั้น” เธอยอมรับว่าเมื่อสองปีก่อนรู้สึกประหม่าและหวั่นไหวกับแววตาของเขาที่มองมายังเธอแต่ตอนนี้เธอโตพอที่จะรู้ว่าสิ่งไหนควรเข้าใกล้และสิ่งไหนที่เธอไม่ควรเอาตัวเองเข้าไปเฉียดใกล้

ซึ่งคนเจ้าเล่ห์แบบเขาก็จัดอยู่ในหมวดหลังควรอยู่ให้ห่างน่าจะดีที่สุด อีกอย่างเขาก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับเธอก็แค่ถูกใจร่างกายของเธอเท่านั้นก็เหมือนกับของเล่นชิ้นนึงที่เขาถูกใจก็คงจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา พอได้ตามความต้องการแล้วเขาก็ไม่คิดสนใจมันอีก

“หึ ให้มันจริงเถอะ” วีน่าหรี่ตาอย่างจับผิดแต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของเพื่อนทำให้เธอเลิกเย้าแหย่และกลับมาตั้งสติคิดหาทางออกช่วยเพื่อนรักต่อ

“เฮ้อ แกว่าฉันควรทำไงดี”

“แกจะเก็บเด็กไว้ใช่มั้ย”

“ใช่ ฉันไม่เคยคิดที่จะเอาออกอยู่แล้ว ต่อให้เด็กจะเกิดมาจากความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจฉันก็จะรักเขาเพราะเขาเป็นลูกของฉันและฉันไม่อยากให้เขาเป็นเหมือนฉันด้วย”

เธอไม่อยากให้ลูกรู้สึกขาดความรักความอบอุ่นแบบเธอ เด็กที่เกิดมาโดยที่ไม่เป็นที่ต้องการของใครมันเจ็บปวดมากนะเพราะฉะนั้นเธอจะดูแลลูกของเธอให้ดีที่สุดและจะมอบความรักที่เธอเคยขาดหายไปให้ลูกของเธอแทน

“ฉันดีใจนะที่แกคิดแบบนี้ ยังไงหลานฉันก็มาเกิดในท้องแกแล้ว เราก็ช่วยกันเลี้ยงก็แล้วกัน แต่ตอนนี้สิ่งที่แกควรหนักใจคือจะบอกนักข่าวและบรรดาแฟนคลับแกยังไง ไหนจะงานของแกอีก”

“นั่นแหละที่ฉันเครียด”

“บอกพี่เอกกี้ดีมั้ย บางทีเจ้อาจจะมีคำแนะนำดีๆหรือช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้ได้”

“ยังบอกเจ้ตอนนี้ไม่ได้ หากบอกไปก็ต้องโดนถามอีกว่าใครเป็นพ่อเด็กและถ้าต้องแถลงข่าวก็คงจะโดนโจมตีหนักหาว่าฉันทำตัวเหลวแหลกท้องไม่มีพ่ออีก คงเขียนข่าวกันสนุกเลยล่ะ ที่สำคัญฉันไม่อยากให้เจ้เอกกี้ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย”

กว่าเธอจะโด่งดังมาได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยและสิ่งหนึ่งที่เธอรู้สึกเครียดไม่ใช่แค่เรื่องงานแต่มันยังมีรายละเอียดยิบย่อยมากมายทั้งคนที่หวังดีกับเธออย่างพี่เอกกี้ ผู้ใหญ่ทางช่องที่เคยให้โอกาสอีกทั้งแฟนคลับที่ติดตามเธอมาโดยตลอดเธอไม่อยากทำให้คนเหล่านี้ผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของเธอ

“งั้นมีวิธีเดียว”

“อะไรเหรอ”

“แกต้องไปคุยกับคุณไนท์ ให้เขารับผิดชอบแก อย่างน้อยก็ช่วงระยะเวลานึงหรือจนกว่าแกจะคลอดเพราะฉันคิดว่าถ้าแกเปิดเผยว่าคุณไนท์เป็นพ่อของเด็กเรื่องทุกอย่างมันจะง่ายขึ้น พ่อของลูกแกเขาธรรมดาที่ไหน ใครจะกล้าเสี่ยงเขียนข่าวแย่ๆ จริงมั้ย” ฟ้าใสครุ่นคิดตามคำพูดของเพื่อนเพราะสิ่งที่วีน่าพูดมามันคือความจริงทุกอย่างและมันก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้แต่เธอก็ไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะยอมรับลูกในท้องของเธอหรือเปล่าเพราะเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้เด็กเกิดมา

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเธอคิดว่าเขาเองก็ควรจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดนี้ร่วมกันจะทิ้งให้เธอเผชิญหน้ากับปัญหาคนเดียวไม่ได้

“อืม ฉันจะลองดู มันคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว”

“คิดแล้วก็เหมือนฝัน เดือนที่แล้วยัยรัณพึ่งจะคลอดหลานแฝด มาวันนี้เป็นแกอีกคนที่มีหลานให้ฉัน ฉันคงต้องหาของรับขวัญหลานเอาไว้แล้วสินะ” วีน่าว่ายิ้มๆ เธอจับมือเพื่อนเอาไว้แน่นอย่างให้กำลังใจเพราะไม่ว่าหลานเธอจะเกิดมาแบบไหนเธอก็จะรักหลานคนนี้อยู่ดีและเธอจะช่วยเพื่อนรักดูแลหลานในท้องให้ดีที่สุดด้วย

“ขอบใจแกมากนะ ที่ช่วยฉันคิดหาทางออกจนได้”

“เอาน่า อย่าคิดมากเลย เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แกควรทำใจยอมรับและดูแลตัวเองกับหลานฉันให้ดีที่สุด”

“อืม งั้นเย็นนี้ฉันจะไปคุยกับคุณไนท์เลยจะได้จบๆไป ถ้าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ฉันถึงจะบอกเจ้เอกกี้ให้ช่วยจัดงานแถลงข่าว”

“ฉันเป็นกำลังใจให้แกนะ ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดี”

หมับ!

“ฉันรักแกที่สุดเลยวีน่า” ร่างบางโผเข้ากอดเพื่อนด้วยความซาบซึ้งใจกว่าจะปล่อยก็ทำเอาวีน่าแทบหายใจไม่ออก

ทั้งสองคนพูดคุยและปรึกษากันจนกระทั่งกินเวลาไปนานพอสมควรวีน่าก็จำต้องขอตัวกลับก่อนเพราะมีพนักงานโทรตามบอกว่าลูกค้าที่วีน่านัดเอาไว้มาถึงร้านแล้ว

ฟ้าใสเดินออกมาส่งเพื่อนยังหน้าประตูและเมื่อร่ำลากันเสร็จเรียบร้อยเธอก็เดินกลับเข้ามาภายในห้องไปหยิบเอกสารการตรวจร่างกายของเธอใส่กระเป๋าเตรียมเอาไว้

ก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่รอเวลาไปพบชายหนุ่มอีกคนที่เธอพยายามที่สุดแล้วเพื่อไม่ต้องเจอเขาอีก แต่สุดท้ายก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลกกับเธอทำให้เธอต้องวนกลับไปเจอเขาอีกจนได้...

ผับหรู T-Night

ฟ้าใสยืนทำใจอยู่ทางเข้าผับเป็นเวลานานพอสมควรจนกระทั่งผู้คนเริ่มทยอยเข้าไปภายในผับทำให้เธอหลบเลี่ยงเพราะกลัวจะมีคนจำได้

โชคดีที่พอเธอเข้ามาแล้วด้านในผับค่อนข้างมืดอีกทั้งเธอยังใส่หมวกและแมสปิดหน้าเอาไว้ด้วยทำให้เธอพอจะอำพรางตัวเองเข้าไปจนถึงตัวเจ้าของผับได้

เดินเข้าไปยังโซนวีไอพีที่เธอเคยมาเมื่อคราวก่อนและพยายามสอดส่องสายตาหาลูกน้องของเขาเพื่อที่เธอจะได้เข้าไปพบง่ายๆและเมื่อพบแล้วเธอก็ไม่รอช้าที่จะเดินตรงเข้าไปหา

“สวัสดีค่ะ”

ทิมและไทป์หันหน้ามามองหญิงสาวที่เดินเข้ามาทักด้วยความมึนงงก่อนจะมองสำรวจคนตรงหน้าด้วยท่าทีจับผิดและไม่ไว้ใจเพราะบริเวณตรงนี้เป็นเขตหวงห้ามไม่ใช่ใครจะเข้ามาเดินเพ่นพ่านได้

“เธอเป็นใคร” ไทป์กอดอกถามด้วยท่าทีนิ่งเรียบ

พรึบ!

“ฉันเองค่ะ ฟ้าใส” เธอถอดหน้ากากอนามัยออกก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆบุคคลทั้งสองเพราะกลัวว่าคนอื่นจะสังเกตเห็นเธอเข้า

“คุณฟ้าใส!” คราวนี้เป็นทิมที่ตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเจอดาราในดวงใจอีกครั้งเขาเป็นแฟนคลับของเธอซ้ำยังดูละครที่เธอเล่นทุกเรื่องที่เห็นคราวก่อนว่าสวยแล้ววันนี้ได้มองใกล้ๆยิ่งโคตรสวยจนไม่สามารถที่จะเก็บอาการตื่นเต้นเอาไว้ได้เหมือนครั้งที่แล้ว

“คุณมีธุระอะไรครับ” ไทป์ดึงเพื่อนให้หลบไปเพราะขืนปล่อยทิมซักถามคงไม่รู้เรื่องกันพอดีเพราะดูเหมือนว่าวันนี้เพื่อนของเขาจะเก็บอาการไม่อยู่เสียแล้ว

เป็นถึงมือขวามาเฟียกลับมาเสียอาการเพราะดาราในดวงใจเนี่ยนะลูกน้องคนอื่นๆรู้เข้าคงได้หัวเราะเป็นแน่

“ฉันมาหาคุณไนท์ค่ะ พอดีมีธุระสำคัญจะคุยกับเขา”

“ถ้างั้นคุณฟ้าใสรออยู่ตรงนี้ก่อน ผมขอไปแจ้งนายก่อนครับ”

ฟ้าใสพยักหน้ารับอย่างไม่เรื่องมากเพราะเธอรู้ดีว่าการจะเข้าพบเจ้าของผับไม่ใช่เรื่องง่ายคงต้องให้เจ้าตัวอนุญาตก่อน

เมื่อสองหนุ่มเดินหายเข้าไปในห้องรับรองเธอจึงหยิบหน้ากากขึ้นมาสวมใส่อีกครั้งและหาที่นั่งรอด้วยใจที่เต้นแรงอย่างหนักเพราะเธอทั้งรู้สึกเครียดและเป็นกังวลกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับผิดชอบเธอ

อีกด้าน

“นายครับคุณฟ้าใสมาขอพบ” ไนท์ขมวดคิ้วเพราะเขาคิดว่าระหว่างเขากับเธอไม่มีอะไรที่ต้องพูดคุยกันอีกแล้ว

สิ่งที่เธอต้องการเขาก็ทำให้แล้วตอนนี้ก็ควรต่างคนต่างอยู่หรือว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมจบกับเขางั้นเหรอเพราะถ้าเป็นแบบนั้นเธอก็ไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆที่ชอบทำตัวน่ารำคาญพูดจาไม่รู้เรื่องซึ่งเขาไม่ชอบอะไรแบบนี้เลยสักนิด

“ไล่กลับไป ไม่เห็นเหรอว่ากูกำลังคุยธุระอยู่” ไนท์บอกปัดอย่างไม่ใส่ใจซึ่งท่าทีของเขาได้ตกอยู่ในสายตาของเพื่อนรักทั้งสองคนที่เข้ามาดื่มและพูดคุยกันตามประสาคนที่ไม่ค่อยได้เจอกันและพวกเขาก็ไม่ได้มีเรื่องงานมาพูดคุยกันอย่างที่ไนท์บอกกับลูกน้องด้วย

“แต่เธอบอกว่ามีธุระสำคัญนะครับ ดูเธอเครียดๆ” ทิมเป็นฝ่ายบอกเจ้านายอีกครั้งเพราะเขาเห็นท่าทีของหญิงสาวที่รออยู่ข้างนอกเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ

“แล้วกูต้องสนใจงั้นเหรอ” ไนท์ตวัดสายตามองลูกน้องอย่างไม่พอใจ

“ฟ้าใส กูคุ้นชื่อมาก ใช่เพื่อนเมียไอ้ฟรานเปล่า” เจฟที่นั่งดื่มเงียบๆถามขึ้นเพราะเห็นสีหน้าท่าทางของเพื่อนดูหงุดหงิดชอบกล

“อืม” ไนท์พยักหน้านิ่งๆ

“ก็ให้เธอเข้ามาสิ บางทีเธออาจจะมีเรื่องสำคัญจริงๆก็ได้ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้ามาหามึงถึงที่นี่หรอก” เจฟวิเคราะห์ไปตามสิ่งที่คิดเพราะการที่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงกล้ามาหาเพื่อนของเขาอย่างไม่กลัวอะไรแบบนี้ เรื่องที่เธออยากคุยด้วยก็น่าจะสำคัญพอสมควร

“เออ งั้นก็ให้เธอเข้ามา” ไนท์กระแทกเสียงบอกอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เพราะเกือบสองเดือนที่เขายอมปล่อยเธอไปมันทำให้จิตใจเขาว้าวุ่นไม่น้อย

เขายอมรับว่าคิดถึงร่างกายของเธอถึงแม้ว่าจะได้เชยชมแค่ครั้งเดียวแต่มันก็ติดอยู่ในใจจนอยากจะทำซ้ำๆอีกหลายๆครั้ง เขาถึงหงุดหงิดที่ต้องเห็นหน้าเธออีกไงล่ะ

แกรก~ เสียงเปิดประตูเข้ามาอีกครั้งและครั้งนี้ก็เป็นหญิงสาวที่ขอเข้าพบเธอมองสำรวจไปรอบๆห้องด้วยความหวาดหวั่นเพราะตอนนี้คนที่เธออยากพูดคุยด้วยเขาไม่ได้อยู่ลำพังแต่กลับมีเพื่อนของเขาอีกสองคนนั่งดื่มกันเงียบๆ

ซึ่งมันทำให้บรรยากาศภายในห้องดูหนาวเย็นจนเธอขนลุกซู่ไปหมด

“เธอมีธุระอะไรก็รีบๆพูดมา” ไนท์บอกเสียงเรียบเขาปรายตามองเธอเพียงนิดเท่านั้น

“ฉันอยากคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวค่ะ” ฟ้าใสบีบมือตัวเองเอาไว้แน่นเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาจากเขาเธอรู้สึกหวาดหวั่นในใจแต่ก็ยังคงควบคุมสติตัวเองได้ดี

“หึ ถ้าอยากคุยก็คุยตอนนี้ ฉันไม่มีความลับอะไรกับเพื่อนฉันอยู่แล้ว”

แต่แล้วท่าทีไม่ทุกข์ร้อนและดูไม่ใส่ใจกับธุระของเธอมันทำให้เธอนึกฉุนขึ้นมาบ้างเรื่องอะไรที่เธอจะยอมให้เขาหงุดหงิดใส่เธออยู่ฝ่ายเดียว

ถ้าอยากให้เธอพูดตรงนี้ก็ได้ เดี๋ยวเธอจะพูดให้เสียงดังฟังชัดจนเพื่อนทั้งสองคนของเขาได้ยินไปด้วยเลย

“ฉันท้อง!”

คราวนี้ทั้งสามหนุ่มหันหน้ามามองเธอเป็นตาเดียวโดยที่พ่อของลูกยังคงทำสีหน้านิ่งเฉยไม่ได้ตกใจอะไรกับสิ่งที่เธอบอกไป เขาดูไม่ทุกข์ร้อนจนเธอรู้สึกหมั้นไส้และโมโห

“แล้วมาบอกฉันทำไม”

“ก็คุณเป็นพ่อของเด็กในท้องฉันไง” ฟ้าใสถึงกับกำหมัดแน่นเอาไว้อย่างพยายามควบคุมอารมณ์

“พูดอะไรของเธอวะ มันใช่เรื่องที่เธอจะเอามาล้อเล่นกับฉันเหรอ”

“ฉันก็ไม่ได้ล้อเล่นนี่คะ” ฟ้าใสเหยียดยิ้มเมื่อคราวนี้อีกฝ่ายดูจะสนใจและหัวเสียขึ้นมาบ้าง

“เอ่อ กูว่ากูขอกลับก่อนดีกว่า พอดีเมียกูใกล้คลอดแล้วไม่อยากทิ้งเธอไว้คนเดียวนานๆ”

เครย์ตันรีบขอตัวออกจากสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าก่อนใครเพื่อนเพราะเขาคิดว่าเพื่อนรักคงต้องการเวลาในการจัดการปัญหาตัวเองและเรื่องที่ว่ายังเป็นเรื่องใหญ่ซะด้วย

เอาไว้เพื่อนเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยเขาค่อยกลับมาเสือกก็แล้วกัน

“กูกลับด้วย มีธุระเหมือนกัน” เจฟเองก็ลุกขึ้นด้วยสีหน้านิ่งเรียบแต่มุมปากกลับหยักโค้งขึ้นเพราะไม่คิดว่าอยู่ๆเพื่อนรักที่ไม่คิดจะมีครอบครัวกลับเจอแจ็คพอตใหญ่และกำลังจะได้เป็นพ่อคนซะงั้น…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป