บทที่ 9 ภรรยาของผม
ตอนที่ 9 ภรรยาของผม
ภายในห้องประชุมใหญ่วีรดานั่งตำแหน่งหัวโต๊ะด้านในสุด สองข้างด้านซ้ายและขวามีเหล่าบรรดาผู้บริหารงานระดับกลางไปจนถึงระดับสูงนั่งตัวตั้งหลังตรง ตั้งใจฟังเนื้อหาการประชุม เรียกได้ว่าแทบไม่มีใครกล้ากะพริบตาเลยด้วยซ้ำ
“เอาล่ะ ทุกคนดำเนินการตามนี้ได้เลย” วีรดาซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมพยักหน้าอย่างพอใจ หลังจากนั่งฟังการพรีเซ็นต์โปรเจคใหญ่จากทุกส่วนงานผ่านไป เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
“คุณวีคะ ด้านนอกคุณชาติชายมารอพบค่ะ” เลขานุการส่วนตัวลุกจากเก้าอี้มากระซิบด้านข้างใบหู
“จะมาทำไมอีก ให้คนเชิญเขาออกไป”
“เชิญแล้วค่ะ แต่ว่าคุณชาติชายไม่ยอมไป บอกว่าจะรอพบคุณวี”
คนที่นั่งอยู่ตำแหน่งหัวโต๊ะลุกขึ้นยืน จากนั้นเดินออกจากห้องประชุมเป็นคนแรก ท่ามกลางสายตาทุกคน เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคู่รักที่ครั้งหนึ่งเคยสวีทหวาน กลับมาขมจนกลืนไม่ลง ยิ่งข่าวการเปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวแบบสายฟ้าแลบของวีรดา ทำให้ทุกคนยิ่งตระหนักรู้ว่าเจ้านายสาวสวยคนนี้เป็นคนเด็ดขาดเพียงใด
“วี ผมคิดว่าคุณจะไม่ออกมาหาผมแล้วซะอีก คุณยกโทษให้ผมแล้วใช่หรือเปล่า ดูสิผมซื้อดอกไม้มาง้อคุณด้วยนะ เรามาคืนดีกันนะครับ”
อดีตคู่หมั้นหนุ่มคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับชูช่อดอกไฮเดรนเยียร์สีชมพูหวานขนาดใหญ่มาให้ ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย วีรดาไม่แม้แต่จะชายหางตามอง เจ้านายสาวแสนสวยยังคงเชิดหน้ารักษาความสง่างามมั่นใจนั้นเอาไว้ได้อย่างไม่มีตกหล่น
“ฮึ คืนดีกัน อย่างนั้นหรือ” วีรดากระตุกยิ้มเย็นชาผ่านมาทางริมฝีปากซึ่งขยับยกเพียงข้างเดียว
“ดอกไฮเดรนเยียร์สีชมพู คุณเคยบอกว่าชอบมันมาก ถ้าผมทำอะไรผิดพลาดแค่เอามันมาง้อ คุณจะยกโทษให้ผมทั้งหมด วี...ยกโทษให้ผมนะ ผมรักคุณนะครับ อย่าให้เรื่องเล็กน้อยเท่านี้มาทำลายความรักของเราเลย” ร่างสูงนั้นขยับใช้หัวเข่าเดินเข้ามาหา
“ดูเหมือนคุณจะเป็นคนความจำสั้นกว่าที่ฉันคิด ครั้งก่อนฉันบอกคุณว่า อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” ช่อดอกไม้สีชมพูขนาดใหญ่ ถูกวีรดาจับขว้างลงไปบนพื้นอย่างไม่ไยดี กลีบดอกไม้อันบอบบางปลิดปลิวกระจัดกระจายไปทั่วพื้นอาคารสำนักงาน
“วี โกรธอะไรก็ให้มีขอบเขตบ้างสิ นี่ผมอุตส่าห์มาง้อคุณต่อหน้าทุกคนแล้วนะครับ” หัวเข่าที่เคยคู้ยอมนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ด้อยกว่าขยับยืนขึ้นมา สายตา เว้าวอนเริ่มกระด้างขึ้นมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ไว้หน้าตน
“ในเมื่อคุณมาง้อฉันต่อหน้าทุกคน อย่างนั้นลองตะโกนออกมาสิคะว่า คุณทำอะไรให้ฉันโกรธ”
“ผมบอกแล้วไงว่าผู้หญิงคนนั้นยั่วยวนผม แล้วตอนนี้ผมก็ย้ายเขาไปทำงานตำแหน่งอื่นแล้วด้วย ถ้าคุณยังไม่ไว้ใจผมไล่เขาออกได้นะ”
“คุณจะทำอะไรกับเธอ มันไม่เกี่ยวกับฉันอีกต่อไปแล้ว รปภ.ไล่เขาออกไป แล้วต่อไปนี้ถ้าใครปล่อยให้ผู้ชายคนนี้เข้าถึงตัวฉันอีกละก็ ฉันจะยกเลิกสัญญาจ้าง บริษัทรักษาความปลอดภัยทันที” สายตาเฉียบขาดแข็งกร้าวตวัดมองไปยังพนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนที่ยืนละล้าละลังไม่มั่นใจ เพราะยังจดจำภาพของชาติชายไว้ในฐานะคู่หมั้นเจ้าของบริษัท รวมถึงพนักงานคนอื่นที่ไม่คาดคิดว่าวีรดาจะตัดขาดความสัมพันธ์กับคู่หมั้นได้เด็ดขาดขนาดนี้
“วี คุณทำกับผมแบบนี้ไม่ได้นะ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะไม่มีเยื่อใยเหลือไว้ให้ผมเลย”
“ไอ้ชาติ!”
ร่างสะบัดตามแรงรั้งของคนที่ตกอยู่ภายใต้อารมณ์เคียดแค้น คนถูกหยามตวัดแขนเกี่ยวเอวอดีตคู่หมั้น มือกำบีบก้านคองัดใบหน้าสวยให้เงยขึ้นมาก่อนจะประกบปากลงไปจูบวีรดาต่อหน้าคนมากมาย
เพียงกลีบปากนุ่มถูกรุกรานล่วงล้ำ มือหยาบกำรวบปกเสื้อมาจากด้านหลัง แล้วกระชากรั้งดึงให้คนมารยาททรามผงะหงายมาจนหน้าหงาย กำปั้นแข็งส่งแรงเหวี่ยงหนัก ๆ ซัดเข้าไปยังสันกรามด้านข้าง ได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังไปทั่วทั้งสำนักงานใหญ่ เสียงกรีดร้องตกใจดังมาจากพนักงานสาว ๆ ซึ่งยืนมุงอยู่ด้านข้าง แต่ต่อเสียงเซ็งแซ่จะดังแค่ไหน ทว่ายังน้อยกว่าเสียงคำรามของการันต์
“อย่ามาแตะต้องภรรยาของผม”
“การันต์! คุณกล้าต่อยหน้าผมอย่างนั้นหรือ” เจ้าของกรามค้างยกมือขึ้นมากดสันกรามตัวเอง
“ผมกล้าทำมากกว่านี้ อีกถ้าหากคุณยังบังอาจมาแตะต้องล่วงเกิน หรือไม่ให้เกียรติภรรยาของผม” ร่างสูงขยับมายืนขวางกั้นตรงกลางระหว่างชาติชายและวีรดา ดวงตากร้าวดุดันเอาจริงเอาจังอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
“คุณการันต์” เสียงหวานมาพร้อมสัมผัสนุ่มจากมืออุ่น ๆ สอดเข้ามาเกาะกุมมือของเขา
“วีคุณ...โอเคใช่ไหม” หมัดแข็งคลายออกแตะปลายนิ้วไล้ลงไปบนกลีบปากนุ่มเบา ๆ
“โอเคค่ะ แต่ว่าเมื่อกี้นี้เขาจูบฉัน”
“ผมจูบทับ ซ้ำรอยของมันแล้ว” แทนคำพูดยืดยาวการันต์โน้มใบหน้าลงมาต่ำประกบปากมอบจูบหวานดูดดื่มนุ่มนวลให้แก่ศรีภรรยาต่อหน้าคนนับสิบ คนที่เป็นได้แค่อดีตคนรักถึงกับยืดกำหมัดแน่น
“ขอบคุณค่ะ”
