บทที่ 11 ขอโทษ
แพรไหมหยุดเดินกะทันหัน ทำให้คนเดินตามหลังชนหญิงสาวจนเธอถลาไปด้านหน้า
ดีที่เขาคว้าเอวไว้ทัน แพรไหมตกใจหน้าถอดสี เอกสารที่ถือแนบอกตกเกลื่อนพื้น
“ขอโทษค่ะอาเจ” แพรไหมละล่ำละลักกล่าวขอโทษ
“ใจเหม่อลอยถึงใครนะ” เจษฎากระซิบข้างใบหู กลิ่นเนื้อนางความหอมตรึงตราใจยิ่งนัก เขายังคงสวมกอดเอวบางไม่คลาย
“หนูไม่ได้ใจลอยถึงใครซะหน่อย”
ระหว่างที่ เจษฎากำลังจะพูดต่อมีอันต้องหยุด เพราะเสียงของคนมาใหม่ดังขึ้น แพรไหมหันตามเสียง
“อุ๊ย คุณแพรกลับมาแล้วเหรอคะ” น้าสาวซึ่งเป็นพี่เลี้ยงหญิงสาวเดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี
“ค่ะ แพรพึ่งมาถึงพอดีค่ะ” เธอตอบโดยไม่ได้มอง ว่าแขนหนายังโอบกอดเอวเธออยู่
“เอ่อ แล้ว” น้าสาวพลางชี้นิ้ว ส่งสัญญาณเหมือนต้องการคำตอบ ว่าอีกคนนั้นคือใคร แพรไหมนึกขึ้นได้รีบบอกชายหนุ่มท่าทีลนลาน
“อาเจคะ ปล่อยหนูได้แล้วค่ะ”
แพรไหมหน้าขึ้นสีระเรื่อเขินอาย ต่อคนที่พบเห็น
“จะให้รีบปล่อยไปไหนครับ ตอนเด็ก ๆ ยังร้องไห้ให้อาอุ้มอยู่เลยนี่ครับ” เจษฎาแกล้งหญิงสาว ใบหน้าคมยิ้มกริ่ม
“แพรโตแล้วค่ะ อีกอย่างคนอื่นเห็นมันดูไม่ดีค่ะ อาเจช่วยปล่อยแพรด้วยค่ะ” แพรไหมพยายามดึงแขนชายหนุ่มออก แต่เหมือนมันจะรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ดูเหมือนยื้อยุดกันอย่างไรอย่างนั้น
“ว้าย ลูกแพร” คุณเนตรนภาเดินลงบันไดมาเจอบังเอิญ รีบเดินมาหาลูกสาว สายตาเพ่งมองชายหนุ่มที่ทำรุ่มร่ามกับลูกสาว ครั้นเพียงได้เห็นถึงกับตาลุกวาว
“คุณแม่” แพรไหมหน้าถอดสี
ทางเจษฎาปล่อยแขนออกจากเอวบางแทบไม่ทัน โดยยืนข้าง ๆ หลานสาว เขาเอ่ยทักพี่สะใภ้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทักเขา
“สวัสดีครับพี่เนตร”
“คุณเจ สวัสดีค่ะ คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” คุณเนตรนภายิ้มอย่างดีใจ เธอมองชายหนุ่ม เขาเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน แม้เค้าหน้าตา หุ่น ท่าทาง เขาเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ดูดีมาก ๆ
“พี่เนตรสบายดีนะครับ” เจษฎาเห็นพี่สะใภ้มัวแต่ยืนอึ้ง
“พี่สบายดีค่ะ คุณเจสบายดีนะคะ คุณหายไปนานหลายปี จนพี่จำแทบไม่ได้ ดีนะที่ลูกแพรโทรมาบอก ไม่งั้นพี่คงแปลกใจมากกว่านี้”
เจษฎาพึ่งรู้จากพี่สะใภ้ว่าแพรไหมโทรศัพท์บอกคนที่บ้าน และไม่แปลกใจเลยที่เธอขอร้องให้เขากลับบ้านวันนี้
“เอ่อ ลูกแพร หนูเอาของไปเก็บแล้วรีบลงมาทานข้าวกันดีกว่าลูก”
“ค่ะ คุณพ่อล่ะคะคุณแม่” แพรไหมไม่เห็นคนเป็นพ่อ
“ทำธุระในห้อง เดี๋ยวลงมาจ้ะ”
ลับสายตาแพรไหม คุณเนตรนภาจึงชวนเจษฎาไปนั่งที่โต๊ะรับแขก ประจวบเหมาะกับคุณพิเชษฐ์ผู้เป็นสามีลงมาพอดี เขาขยับแว่นตาเพื่อมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามภรรยา
“คุณเจ กลับมาแล้วค่ะคุณพี่” ภรรยารีบเข้าพยุงสามี
“แก กลับมาได้แล้วหรือ” พี่ชายซึ่งนั่งตรงข้าม
“ครับ ผมกลับมาได้เกือบอาทิตย์ละครับ”
เจษฎามองพี่ชาย ไม่คิดว่าพี่ชายเขาจะเปลี่ยนไปเลยอะ อาจเพราะอาการเจ็บป่วย ทำให้ดูทรุดโทรมบ้าง แต่ยังดูดีไม่เปลี่ยน
“แกไม่กลับบ้าน ไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรตอนนี้” คุณพิเชษฐ์ถามไถ่
“ผมพักที่คอนโดมิเนียม พึ่งเข้าทำงานที่โรงพยาบาลวันนี้วันแรก” ชายหนุ่มบอกตรง ๆ ไม่คิดปิดบัง
“ยังดีที่มาทำงานที่โรงพยาบาล” พี่ชายแอบดีใจที่น้องชายยังมีจิตสำนึก ที่ยังมาช่วยดูแลคนไข้
แพรไหมเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง เสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้น เธอเดินมาข้างล่างก่อนเดินเลี่ยงเข้าครัว เธอไม่อยากรบกวนผู้ใหญ่
สายตาของเจษฎาเหลือบมองตามหลังหญิงสาว จนเธอเดินหายไปในครัว ไม่นานแพรไหมก็เดินไปหาคนทั้งสาม
“คุณแม่คะ ตั้งโต๊ะเลยไหมคะ คุณพ่อเลยเวลาทานยามาหลายชั่วโมงแล้วค่ะ” แพรไหมนั่งพับเพียบที่พื้น เพราะความเคยชิน
“ตั้งเลยค่ะลูกแพร”
“ค่ะ”
การกลับมาของน้องชาย ทำให้คุณพิเชษฐ์สบายใจเขารอคอยวันนี้มานาน ลึก ๆ เขาดีใจ ปลื้มปีติมาก
เจษฎาดูเป็นคนนิ่ง สุขุม เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เขาเองจะได้หมดห่วงถึงเวลาอำลาวงการ ให้น้องชายสานต่อโรงพยาบาลต่อจากเขา
เวลาตีหนึ่งกว่า ๆ
แพรไหมเดินลงมาหาน้ำกินในห้องครัว เธอยกแก้วน้ำกินหมดแก้ว เธออ่านหนังสือแล้วเกิดหิวน้ำขึ้นมา แก้วน้ำถูกนำไปล้างก่อนจะถูกนำไปคว่ำบนชั้น
“ว้าย…” แพรไหมไม่ได้สังเกตจึงชนเข้ากับใครบางคน จนเธอเกือบหงายหลังล้ม แขนแกร่งเกี่ยวรัดเอวเธอไว้
สองมือบางรีบไขว่คว้าหาที่จับ ก่อนจะดึงแขนเสื้อของอีกคน แต่มันช้าไปเสียแล้ว แพรไหมหงายหลังลงโต๊ะวางของในห้องครัว เธอหลับตาปี๋ด้วยความตกใจกลัว
ตามด้วยร่างหนาทาบทับลงมา กลิ่นเหล้าอ่อน ๆ ลอยติดจมูก ก่อนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง
“อาเจ” แพรไหมเรียกชื่อชายหนุ่ม
เจษฎายังคงอยู่ในท่าเดิม เขามองแพรไหมอย่างหลงใหล เรือนร่างนุ่มนิ่ม เต้าอวบชนกับแผงอกเขาจนสัมผัสได้ถึงขนาด เขายกมือขึ้นปัดปอยผมออกจากใบหน้าแพรไหม สิ่งที่ไม่คาดคิดเมื่อเขาฝังจมูกลงบนหน้าผากมน
“อาเจ” แพรไหมเผลอเรียกชื่อ
“ทำไมยังไม่นอนครับ” เจษฎามองหน้าหญิงสาว
“แพร แพรอ่านหนังสือ คอแห้งเลยลงมาหาน้ำดื่มค่ะ” แพรไหมเลื่อนสายตาต่ำลง เธอเห็นแผงอกหนากำยำ เธอกลืนน้ำลายอย่างลืมตัว
“น้องแพรได้ดื่มน้ำหรือยังครับ” เจษฎาพูดใกล้ใบหู ลมหายใจรดต้นคอจนแพรไหมต้องหดคอ มันรู้สึกแปลก ๆ
“ดื่ม แล้วค่ะ” เสียงขาดหายเมื่อปากหยักปิดปากหญิงสาว เขาจูบหลานสาวตัวเอง
แพรไหมถึงกับตาเบิกโพลง ไม่คาดคิดอาหนุ่มจะทำกับเธอแบบนี้ เหมือนชายหนุ่มจะรู้ตัวเขาถอนจูบออก ก่อนถอยห่างหลานสาว
“อาขอโทษ” แพรไหมใช้มือยันแผงอกถอยห่างและลุกขึ้นยืน ขอตัวขึ้นห้องนอน
ระหว่างที่ขึ้นบันได เธอยกมือจับริมฝีปากตนเอง ความคิดสับสนยุ่งเหยิงในสิ่งที่เกิดขึ้น
เธอแทบไม่ได้นอน มัวแต่คิดเรื่องที่อาหนุ่มทำกับเธอ
