บทที่ 6 เด็กดีของอาเจ
“หนูคงฝึกที่โรงพยาบาลของคุณพ่อค่ะ ปกติว่างหนูก็แวะไปดูงานบ้างค่ะ ช่วงนี้หนูต้องไปบ่อยค่ะ” เธอพูดไปพลางยิ้มไป
“คุณอาเจ ขา กลับไทยเถอะนะคะ เห็นแก่คุณพ่อที่ท่านไม่สบาย หนูอยากให้ท่านได้พักผ่อนเต็มที่ นะคะคุณอา”
แพรไหมออดอ้อนหวังให้ชายหนุ่ม มาดูแลสานต่อโรงพยาบาล เธอรู้ว่าคุณพ่อรักโรงพยาบาลนี้มากแค่ไหน ขนาดไม่สบายยังคงต้องไปคอยดูแล ให้กำลังใจแก่บุคลากร จนเป็นภาพคุ้นชินของใครหลาย ๆ คนที่ได้พบเห็น
เจษฎายังคงนิ่งเงียบ นั่งไขว่ห้างในห้องทำงาน เหมือนใช้ความคิดบางอย่าง ภาพในหัวมีแต่หลานสาวผู้สดใส วนเวียนไปมา เขาจินตนาการถึงริมฝีปากจิ้มลิ้ม ขณะเอื้อนเอ่ยกับเขา
จู่ ๆ รอยยิ้มก็ปรากฏแก่ใบหน้าชายหนุ่ม
“คุณ คุณอา ขา” เมื่ออีกคนเงียบ หญิงสาวจึงเรียกชายหนุ่ม
(“ครับ อาขอเวลาคิดก่อนนะครับ เดี๋ยวอาให้คำตอบ”)
เอาจริงเขาเองก็อยากกลับ ตั้งแต่ได้ยินเสียงออดอ้อนของหลานสาว แต่เขาต้องทำเรื่องลาออกก่อน
“ค่ะ หนูจะรอคุณอาเจกลับมาค่ะ ขอบคุณ คุณอาเจมาก ๆ ค่ะ” หญิงสาวดีใจที่ได้ยินผู้เป็นอาบอกเช่นนี้
(“ทำไมถึงไม่โทรหาอาบ้างน้องแพร”) อยู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนประเด็น
“หนู หนูเกรงใจแฟนคุณอาค่ะ”) ไหน ๆ ก็บอกตรง ๆ เธอเคยโทรศัพท์หาชายหนุ่ม แต่พอดีมีหญิงสาวอีกคนอ้างว่าเป็นแฟนของอา และสั่งห้ามไม่ให้เธอติดต่อไปอีก จากนั้นยาหยีก็ไม่คิดจะโทรศัพท์หาอีกเลย
(“หือ แฟน รู้ด้วยเหรอว่าอามีแฟน ฮึ” เขาสงสัยทำไมหญิงสาวถึงรู้
“แฟนคุณอาบอกหนูเองค่ะและสั่งห้ามไม่ให้หนูโทรหาคุณอาอีกค่ะ”
(“น้องแพรมีแฟนหรือคบกับใครอยู่ไหมตอนนี้”) เจษฎาใคร่รู้ว่าหญิงสาวจะตอบตรงกับที่เขารู้หรือเปล่า
“เอ่อ ยังไม่มีค่ะ” เธอมีแค่คนคุยคนเดียว
(“จริงเหรอ ไม่ได้โกหกอาใช่ไหม”)
แม้รู้ว่าหลานสาวโกหก แต่ก็แกล้งทำเหมือนไม่รู้
“ค่ะ…” เธอไม่อยากให้รายละเอียดมากมาย
ครั้งแรกที่ได้โทรศัพท์คุยกันนานนับชั่วโมงสองชั่วโมง เสียงหาวนอนของแพรไหมเล็ดลอดให้ชายหนุ่มได้ยิน แม้เธอจะยกมือปิดปากก็แล้ว
หญิงสาวมองดูเวลามันล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่
ปกติเธอจะนอนไม่เกินห้าทุ่ม แต่วันนี้พิเศษกว่าทุกวัน เธอดีใจที่ได้คุยกับคุณอา
(“น้องแพรครับ ที่นั่นคงดึกมากแล้ว หนูพักผ่อนเถอะครับ พรุ่งนี้จะได้ไปเรียน”) คำตอบที่ได้ทำให้ใจเขาเดือดพล่าน แต่ต้องข่มอารมณ์ไว้ เดี๋ยวเขากลับไทยก็จะรู้เอง มีแฟนหรือไม่มี
“ค่ะ งั้นแพรวางสายนะคะ คุณอา ขา”
(“ครับ…มีอะไรครับคนสวย”) แม้จะผ่านมาหลายปี เขายังคงจำได้เสมอ คำพูดที่ใช้พูดกับหลานสาว
“หนูรักคุณอาเจนะคะ รีบ ๆ กลับมานะคะคุณพ่อคุณแม่ท่านรอคุณอาอยู่ค่ะ” ความเคยชินเมื่อครั้งยังเยาว์ที่เคยบอกคุณอา กลับมาทำให้เขาได้ยินอีกครั้ง
(“ฝันดีนะครับ เด็กดีของอาเจ”)
“ฝันดีค่ะอาเจ”
เจษฎาผู้อ่อนไหวให้กับหลานสาวเพียงแต่ผู้เดียว หลังจากที่วางสาย เขาหลับตา สองมือประสานกอดอก สองเท้าเหยียดยาวพาดขอบโต๊ะทำงาน เหมือนครุ่นคิดบางอย่าง
แต่แล้วต้องยิ้มกริ่ม ในที่สุดคนที่ห่วงและหวงยอมโทรศัพท์หาเขาสักที ไม่มีใครรู้ได้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรกันแน่ หรือเขาคิดไม่ซื่อกับหลานสาวตัวเอง
หากเป็นเช่นนั้นมันไม่ดีแน่นอน คงไม่มีใครรับได้หรอกนะ หากแต่ชายหนุ่มจะฉีกกฎนั้นเสียเอง อะไรก็ห้ามเขาไม่ได้ เพราะคนอย่างเจษฎาสามารถที่จะทำมันได้อยู่แล้ว หากหัวใจของเขามันเรียกร้องซะอย่าง
เช้าวันใหม่อันสดใส
แพรไหมในชุดนักศึกษา กระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า นั่งทานมื้อเช้ากับพ่อแม่ วันนี้เธอตื่นสายกว่าทุกวัน เพราะคุยกับคนทางไกล ข้าวต้มอุ่น ๆ ถูกตักใส่ปากอย่างช้า ๆ
สายตาพลันมองพ่อกับแม่สลับไปมา เธอนั่งกินเงียบโดยไม่พูดอะไร คุณพ่อพิเชษฐ์ดูสดชื่นกว่าเมื่อวาน
มือเรียวยาวสมกับนายแพทย์ เปิดหนังสือพิมพ์คอยดูข่าวสารต่าง ๆ
“คุณพ่อคะ เป็นยังไงบ้างคะ” แพรไหมถามอาการเพื่อความแน่ใจ
“หือ ดีขึ้นมากแล้วลูก” ปากบอกแต่สายตาชำเลืองมองดูลูกสาวที่ตักข้าวต้มกิน พลางยิ้ม
“นี่คุณอารมณ์ดีจริงนะ นั่งมองลูกแล้วยิ้มน่ะ มีอะไรจะพูดกับลูกเหรอคะ” เมื่อภรรยาจับได้ แพรไหมเงยหน้ามองอย่างสงสัย
“มีอะไรจะพูดกับหนูเหรอคะคุณพ่อ”
“ไม่มีหรอกลูก แค่หนูโตขึ้นเยอะเลย”
ฟังดูเหมือนผิวเผิน แต่ในใจใครจะรู้ว่าคิดอะไร
“คุณพ่ออย่าลืมทานยาด้วยนะคะ” แพรไหมคอยเตือนพ่อเป็นประจำ
หญิงสาวทานข้าวต้มหมดถ้วย จึงยกน้ำขึ้นดื่ม ก่อนขอตัวไปเรียน โดยมีคนขับรถรออยู่ด้านนอก สองมือพนมไหว้พ่อกับแม่ เหมือน ทุก ๆ วันที่เคยทำ
พอลูกสาวลับสายตา สองสามีภรรยาจึงได้พูดคุยเกี่ยวกับ ชายหนุ่มทางไกลอีกครั้ง ภรรยาเป็นห่วงสามีกลัวอาการทรุด จึงรีบหายาให้ทานหลังจากทานข้าวเสร็จ ช่วงนี้สามีดูเครียด ๆ ถามอะไรก็ไม่ค่อยจะพูด ภรรยาได้แต่ภาวนาให้เจษฎารีบกลับไทยเสียที
“ให้เนตรโทรหาคุณเจไหมคะ”
“อย่าเลยคุณ ผมขอร้องมันตั้งหลายหนหลายครั้งมันยังไม่มา” คุณพิเชษฐ์เข้าใจความหมายของภรรยาดี ถึงจะพูดไปน้องชายเขาก็คงยังไม่มาตอนนี้หรอก
“หรือให้ลูกแพร ลองโทรหาเอาไหมคะคุณ เผื่อคุณเจจะยอมใจอ่อนเห็นแก่หลาน” เมื่อสมองผุดนึกขึ้นได้
“อื้อ” เหมือนสามีจะชั่งใจ
“ให้ลูกกลับมาจากเรียนก่อน ค่อยว่ากัน” คนเป็นภรรยายิ้มอย่างมีความหวัง
“ถ้าลูกแพร สามารถเกลี้ยกล่อมมันได้ถือว่าเป็นเรื่องดีนะคุณ” คุณพิเชษฐ์เริ่มจะมีความหวังอีกครั้ง
“มันต้องได้ผลสิคะ คุณเจหลงลูกแพรจะตาย เชื่อเนตร คุณเจต้องกลับมาค่ะ”
“อื้อ ขอให้เป็นอย่างที่คิด”
“แน่นอนคุณ เชื่อใจลูกแพรของเราได้”
คุณเนตรนภาเชื่อว่าลูกสาวเป็นเพียงคนเดียว ที่จะเปลี่ยนใจน้องชายสามี ให้กลับมาสานต่อโรงพยาบาลได้ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมน้องชายสามีถึงไม่อยากกลับไทย หรือเขามีแฟนใหม่ที่นั่น
“เอาน่าคุณ คุณเองก็อย่าคิดมากน่า ถ้าคุณเจไม่กลับมา ก็ให้ลูกแพรดูแลต่อ หากคุณเจไม่สงสารหลาน ก็ให้มันรู้ไป”
คุณเนตรนภาพูดทีเล่นทีจริง
