บทที่ 12 ตอนที่ 12 รำคาญ

ตอนที่ 12 รำคาญ

กลิ่นน้ำหอมฉุนบวกกับสัมผัสจากมือเรียวที่พยายามลูบไล้ไปตามท่อนแขน ทำให้ความโกรธที่ทิศเหนือพยายามสะกดข่มไว้ตั้งแต่โดนเพื่อนหลอก ระเบิดทะลักออกมาในเสี้ยววินาที

สายตาคมเข้มฉายแววไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชัง ชายหนุ่มสะบัดแขนออกอย่างแรงจนร่างของหญิงสาวเซปะทะกับขอบโต๊ะกระจกอย่างจัง

“ออก ไป” ทิศเหนือกดเสียงต่ำ ใบหน้าคมเข้มเริ่มจะไม่สบอารมณ์

“โอ๊ย! คุณคะ... ทำไมใจร้ายแบบนี้ล่ะคะ” หญิงสาวทำหน้าออดอ้อน เอื้อมมือมาเอียงซบแขนเขาอีกรอบอย่างไม่เกรงกลัว พลางทำปากจู๋ออเซาะ หวังให้คนตัวโตเห็นใจ “ฉันแค่อยากนั่งเป็นเพื่อนดื่ม แก้เหงาให้คุณแค่นั้นเองนะ...”

“กูบอกว่าอย่ามาโดนตัว!” ทิศเหนือตวาดลั่น เสียงดุๆ ของเขาดังแทรกผ่านเสียงเพลงในผับ จนคนที่นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กอดอกมองต่ำลงมายังหญิงสาวที่กำลังนั่งตาโตด้วยความตกใจ ใบหน้าคมเข้มฉายแววขยะแขยง

“ฟังภาษาคนไม่ออกหรือไง ถ้านอนน้อยจนสมองไม่ประมวลผล ก็ไสหัวกลับบ้านไปนอนซะ! อย่ามาทำตัวเป็นเกะกะสายตาแถวนี้”

“คุณ!! ทำไมพูดจาหมาๆ แบบนี้ล่ะ” หญิงสาวหน้าเสียด้วยความอับอาย เธอรีบลุกขึ้นยืนชี้หน้าทิศเหนือทันที “ฉันเห็นคุณนั่งอยู่คนเดียว นึกว่าเป็นผู้ชายมีมารยาท ที่ไหนได้... ปากเสีย! ถ่มน้ำลายใส่หน้าคนอื่น”

“กูจำเป็นต้องมีมารยาทกับคนที่ไร้มารยาทด้วยเหรอ?” ทิศเหนือเหยียดยิ้มเย็นชา นัยน์ตาคมดุเพ่งมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาหยามหยัน “แล้วตาบอดหรืออะไร มองไม่เห็นไอ้เหี้ยสองตัวนี้หรือไง”

เขาหันไปมองอีกสองตัวที่นั่งนิ่งส่งยิ้มมาให้อย่างกวนประสาท

“อีกอย่าง เดินเซเข้ามาซบผู้ชายที่ไม่รู้จัก ทำตัวเสนอหน้า ไร้ราคาขนาดนี้ ยังกล้ามาถามหามารยาทจากกูอีกเหรอ ไปไกลๆ ก่อนที่กูจะสั่งการ์ดอุ้มมึงโยนออกไปนอกผับ”

“อร๊ายยย! ไอ้บ้า! ไอ้คนไม่มีหัวใจ” หญิงสาวกรีดร้องด้วยความอับอาย ก่อนจะกระทืบส้นสูงเดินหนีออกจากโซนVIP ไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับสิบที่มองตามด้วยความขบขัน

ครามกับโรมที่นั่งดูละครฉากใหญ่จบลง ถึงกับหลุดหัวเราะลั่นออกมาพร้อมกัน

“ฮ่าๆๆ ไอ้เหนือ! มึงนี่มันดุเป็นหมาบ้าเหมือนเดิมจริงๆ” ครามหัวเราะจนน้ำตาไหล “สวยเดินเข้ามาเสนอตัวให้ถึงที่ มึงกลับด่าเขาเหมือนเขาเป็นขยะเทศบาล!”

“เออ! ปากจัดไม่มีใครเกินจริง” โรมยกยิ้มมุมปาก พร้อมยกเครื่องดื่มขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี “สงสารแม่สาวชุดแดงเลยว่ะ คงนึกว่ามึงจะเล่นด้วย ที่ไหนได้ เจอประธานสิรินทร์กรุ๊ปสับแหลกจนหน้าเหลือสองนิ้ว”

“พวกมึงสนุกมากใช่ไหม?” ทิศเหนือเลื่อนสายตามองเพื่อนสองตัวอย่างกินเลือดกินเนื้อ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาเช่นเดิม ปัดเสื้อเชิ้ตตรงแขนข้างที่ถูกสัมผัสด้วยความหงุดหงิด “รำคาญ! กลิ่นน้ำหอมเหม็นมาก กลิ่นเหมือนน้ำยาฆ่าเชื้อผสมน้ำยาล้างห้องน้ำ กูจะอ้วก!”

“อยากจะแหม~~ กลิ่นน้ำหอมเขาออกจะแพง” ครามแซวยิ้มๆ “หรือว่ามึงชินกับกลิ่นหอมละมุนของเลขาซื่อบื้อของมึงจนทนกลิ่นอื่นไม่ได้แล้ววะ?”

“ไอ้คราม... มึงอยากปากแตกก่อนกลับบ้านไหม?” ทิศเหนือตวัดสายตาเขียวปึดใส่เพื่อนสนิททันที “กูแค่ไม่ชอบให้ใครมาโดนตัว ไร้สาระ!”

“เออๆ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ” โรมขัดขึ้น พร้อมกับเอนหลังพิงเบาะ “แล้วนี่มึงจะเอายังไงต่อ? จะนั่งดื่มต่อ หรือจะรีบกลับไปเฝ้าเลขา”

“กูจะกลับบ้าน!” ทิศเหนือคว้า นาฬิกาเรือนหรูบนโต๊ะมาสวมใส่ที่ข้อมืออย่างรวดเร็ว “พวกมึงหลอกกูมาเสียเวลาเปล่าๆ กูน่าจะนอนพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่ามานั่งฟังเสียงดนตรีหนวกหูแถวนี้”

“โธ่~~ ทำเป็นบ่น” ครามเอ่ยกลั้วหัวเราะ “กูละอยากรู้นัก ถ้าวันไหนน้องพลอยหายเจ็บแขน แล้วมีหนุ่มๆ ในบริษัทมึง หรือลูกค้าหล่อๆ มาจีบ มึงจะทำหน้าดุใส่เขาเหมือนที่ทำใส่แม่สาวชุดแดงเมื่อกี้ไหมวะ?”

ทิศเหนือชะงักมือที่กำลังจะใส่นาฬิกาทันที

“ใครจีบ?” น้ำเสียงของทิศเหนือต่ำเย็นจนน่าขนลุก “เลขาผม... มีหน้าที่ทำงานให้ผมคนเดียว ใครกล้าเข้ามาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของเธอในเวลางาน หรือนอกเวลางานก็ตาม... กูจะเด้งมันออกจากบริษัทให้หมด!”

“โอ้โฮ... โคตรเผด็จการ!” ครามยกมือยอมแพ้ “กูไหว้ละครับท่านประธาน หวงขนาดนี้ เลิกเรียกเขาว่าเลขา แล้วเปลี่ยนเป็นเมียเหอะกูขอร้อง ปากแข็งอยู่ได้!”

“กูไม่ได้หวง!” ทิศเหนือสวนเสียงแข็ง ใบหน้าคมเข้มเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ “กูแค่ปกป้องบุคลากรในบริษัท พวกมึงหยุดเพ้อเจ้อ แล้วก็จ่ายค่าน้ำดื่มคืนนี้ด้วย กูไม่จ่าย!”

ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินออกจากโซนVIP ไปทันที ไม่สนใจเสียงหัวเราะกวนประสาทของเพื่อนสนิททั้งสองคนที่ดังไล่หลังมา

เวลา 00:00 น.

รถสปอร์ตคันหรูของทิศเหนือเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในลานจอดรถของ คอนโดมิเนียมเดิมอีกครั้ง

ใช่แล้ว เขาไม่ได้ขับกลับบ้านตัวเองอย่างที่ปากพูดกับเพื่อน แต่กลับหมุนพวงมาลัยตรงกลับมาที่คอนโดของพลอยไพลินอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

ชายหนุ่มถอนหายใจยาวๆ ยืนมองขึ้นไปบนชั้นห้องพักของเธอ นึกหงุดหงิดตัวเองในใจ ‘มึงเป็นบ้าอะไรวะไอ้เหนือ? ขับรถกลับมาทำไมป่านนี้?’

ทิศเหนือนั่งถอนหายใจยาวๆ อยู่หลังพวงมาลัยรถสปอร์ต นัยน์ตาคมกริบเหม่อมองขึ้นไปบนชั้นห้องพักของพลอยไพลิน ชายหนุ่มสบถออกมาเบาๆ กับตัวเองด้วยความหงุดหงิด

“กูเป็นบ้าอะไรวะ ขับมาทำไมป่านนี้ ป่านนี้ยัยนั่นหลับไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”

เขาสะบัดศีรษะไล่ความสับสนในหัว ก่อนจะตัดใจสตาร์ทรถแล้วหมุนพวงมาลัยมุ่งตรงกลับคอนโดหรูของตัวเองทันที

พอมาถึงคอนโด เขาก็รีบอาบน้ำชำระร่างกายกลิ่นน้ำหอมฉุนออกจนหมด แล้วทุ่มตัวเองลงบนเตียงนอน แต่ตลอดทั้งคืน เขากลับพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ ภาพของเลขาตัวเล็กที่แขนเจ็บลอยเข้ามาในหัวไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งเช้าวันใหม่เข้ามาเยือน

เช้าวันใหม่

ทิศเหนือนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในห้องทำงานใหญ่ เขาอยู่ในชุดสูทสีเข้ม แต่ดวงตาคมเข้มกลับมีร่องรอยความล้าอย่างเห็นได้ชัด มือหนาหยิบปากกาตวัดเซ็นเอกสารกองโตอนุมัติงานอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายชั่วโมงตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มไม่อนุญาตให้ตัวเองหยุดพัก เพราะถ้าหยุดเมื่อไหร่... สมองเจ้ากรรมมันจะแวบไปคิดถึงคนเจ็บที่นอนพักอยู่คอนโดทันที

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ขออนุญาตค่ะท่านประธาน” วิภาเดินถือแฟ้มเอกสารชุดสุดท้ายเข้ามา “เอกสารส่วนนี้เป็นงบประมาณส่วนกลางค่ะ ถ้าท่านประธานเซ็นเสร็จแล้ว ช่วงเที่ยงนี้ไม่มีประชุมแล้วนะคะ”

“อืม...” ทิศเหนือเอ่ยตอบเสียงเรียบ ตวัดเซ็นชื่ออย่างรวดเร็วก่อนส่งคืน “ขอบใจมาก  บ่ายนี้ถ้าไม่มีเรื่องด่วนจริงๆ ไม่ต้องโทรตามผมนะ”

“รับทราบค่ะท่านประธาน” เลขาสาวถอยออกจากห้องไปทันที

ทิศเหนือยกนาฬิกาที่ข้อมือหนาขึ้นดูเวลา นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงตรงพอดิบพอดี ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ร่างสูงเอนหลังพิงเก้าอี้ พลางนวดขมับตัวเองเบาๆ ความเพลียจากการไม่ได้นอนบวกกับความเครียดเรื่องงานทำให้อาการปวดหัวเริ่มเข้ามาเล่นงานเขา

เขาคว้ากุญแจรถสปอร์ต เดินออกจากห้องทำงาน มุ่งหน้าไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อของนิดหน่อย แล้วตรงดิ่งไปยังคอนโดของเลขาตัวเล็กทันที

คอนโด

พลอยไพลินกำลังนั่งไถโทรศัพท์เล่นอยู่บนโซฟาในชุดสบายๆ ชิลๆ แขนข้างที่โดนกาแฟลวกเริ่มมีอาการดีขึ้น แต่ผ้าพันแผลยังคงพันไว้อย่างเรียบร้อย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้เจ้าของห้องอย่างเธอต้องขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ก่อนที่จะรีบเดินไปเปิดดูว่าใครมา

“ท่านประธาน...?” พลอยไพลินเอ่ยทัก นัยน์ตาคู่สวยฉายแววประหลาดใจ “มาอีกแล้วเหรอคะ”

“อืม” ทิศเหนือเอ่ยตอบสั้นๆ เดินมาวางเสื้อสูทไว้บนพนักโซฟา แล้วทุ่มตัวลงนั่งทันที

“แล้วมาทำไมคะ งานที่บริษัทหมดแล้วเหรอคะ?” หญิงสาวเอียงคอถาม พร้อมจ้องมองใบหน้าคมเข้มที่ดูเพลียอย่างเห็นได้ชัด “แล้วทำไมหน้าตาดูเหนื่อยๆ เพลียๆ ขนาดนั้นล่ะคะ เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือไง”

“ยุ่งจริง” ทิศเหนือตอบกลับน้ำเสียงกวนๆ เบือนหน้าหนีสายตาจับผิดของเธอ “ผมมาหาอะไรกินต่างหาก ออฟฟิศไม่มีอะไรน่ากิน”

“มาหาอะไรกิน คอนโดพลอยเป็นร้านอาหารตามสั่งเหรอคะท่านประธาน? แล้วอีกอย่าง พลอยยังไม่ได้ทำอะไรกินเลยค่ะ”

“ก็ทำสิ! ผมหิว คุณเป็นเลขา มีหน้าที่ดูแลเจ้านายไม่ใช่หรือไง?”

“พลอยเป็นเลขาค่ะ ไม่ใช่แม่ครัว!” พลอยไพลินเอ่ย แต่พอเห็นนัยน์ตาคมเข้มที่ดูอ่อนล้าจริงๆ ความสงสารก็แล่นจับใจ หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ “งั้น... ต้มบะหมี่เกาหลีแบบเมื่อวานไหมคะ? พลอยทำแป๊บเดียว ใช้มือข้างเดียวทำได้ค่ะ”

“อืม... เอาตามนั้นแหละ” ชายหนุ่มตอบเสียงเบา พิงหัวลงกับพนักโซฟาแล้วหลับตาลงอย่างหมดแรง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป