บทที่ 13 ตอนที่ 13 เจ้านายป่วยกับเลขาคนโปรด
ตอนที่ 13 เจ้านายป่วยกับเลขาคนโปรด
พลอยไพลินมองภาพนั้นแล้วแอบยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้ามุมครัวเล็กๆ เธอใช้มือข้างที่ไม่เจ็บหยิบซองบะหมี่ ต้มน้ำร้อน ใส่เครื่องปรุง และตักใส่ชามแก้วอย่างระมัดระวัง ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที บะหมี่เกาหลีร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยก็เสร็จเรียบร้อย
“เสร็จแล้วค่ะ...”
พลอยไพลินยกชามบะหมี่มาวางไว้บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา แต่พอเงยหน้าขึ้นมองคนตัวโต หญิงสาวก็ต้องชะงักไปทันที
ทิศเหนือนอนหลับตาพริ้มไปแล้ว ร่างสูงโปร่งนอนตะแคงเอียงตัวอยู่บนโซฟานุ่ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ คิ้วเข้มที่มักจะขมวดเข้าหากันยามวางท่าเป็นเจ้านายดุๆ ตอนนี้คลายออก ใบหน้าคมเข้มยามหลับสนิทดูอบอุ่นและไร้พิษภัยอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ท่านประธานคะ... บะหมี่ได้แล้วนะ...” พลอยไพลินลองเอ่ยเรียกเสียงเบา
ทว่าไม่มีสัญญาณตอบรับจากร่างสูงแม้แต่ครึ่งคำ ชายหนุ่มหลับสนิทด้วยความเพลียสะสมจากการทำงานหนักและการไม่ได้นอนเมื่อคืน
หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู เธอเดินไปที่เตียงนอนของตัวเอง คว้าเอาผ้าห่มผืนนุ่มผืนโปรดเดินกลับมาที่โซฟา เธอค่อยๆ คลุมผ้าห่มลงบนร่างสูงใหญ่อย่างเบามือที่สุด จัดแจงดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดจนถึงระดับหน้าอก
คนตัวเล็กยืนมองใบหน้าคมเข้มยามหลับสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเสียงเบาพร้อมรอยยิ้มหวานๆ
“ปากบอกมาหาอะไรกิน แต่ที่จริงแอบมานอนพักชัดๆ เจ้านายปากแข็งเอ๋ย~”
พลอยไพลินมองชามบะหมี่เกาหลีบนโต๊ะที่เริ่มคลายความร้อนลงเรื่อยๆ หญิงสาวถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนที่จะตัดสินใจเดินไปหยิบจานมาครอบชามบะหมี่ไว้เพื่อไม่ให้เย็นชืดจนเกินไป แล้วค่อยๆ ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นห้องข้างๆ โซฟาตัวยาว
สายตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าคมเข้มของประธานบริหารหนุ่มอย่างพิจารณา ตอนที่ทิศเหนือหลับสนิท ไร้ซึ่งรังสีดุดันเผด็จการ เขาดูเหมือนเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังเหน็ดเหนื่อยจากการแบกรับภาระงานมากมายไว้บนไหล่กว้าง
คนตัวเล็กยื่นมือข้างที่ไม่เจ็บออกไปหมายจะปัดปอยผมดำสนิทที่ตกลงมาบดบังหน้าผากคมให้เขาอย่างเบามือ แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายผิวนิ้วสัมผัสโดนผิวหน้าผากเรียบเนียน หญิงสาวก็ต้องชะงักทันที
ความร้อนจากอุณหภูมิร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านปลายสัมผัสจนเธอสัมผัสได้อย่างชัดเจน
“เอ๊ะ!” พลอยไพลินขมวดคิ้วแน่น เธอใช้หลังมือแตะลงบนแก้มและลำคอหนาของทิศเหนือเบาๆ เพื่อความแน่ใจ “ตัวร้อนนิ มีไข้จริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย”
หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าอาการอิดโรย ดวงตาโรยรา และพฤติกรรมแปลกๆ ของเขาเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่เพราะความเพลียจากการทำงานอย่างเดียว แต่เจ้านายตัวดีของเธอกำลังโดนพิษไข้เล่นงานเข้าแล้ว
“สมน้ำหน้า...” พลอยไพลินเอ่ยบ่นเสียงเบา แต่ในนัยน์ตากลับฉายแววเป็นห่วงเป็นใย
เธอค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ หยิบกะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นพอดีและผ้าขนหนูผืนเล็กออกมา จากนั้นจึงเดินไปหยิบกล่องยาประจำบ้านมาเตรียมไว้
ร่างเล็กย่อตัวลงนั่งข้างโซฟาอีกครั้ง ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดๆ ค่อยๆ เช็ดไปตามใบหน้าคมเข้ม สันกรอบหน้า และลำคอของทิศเหนืออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุด
“อืม...”
สัมผัสความเย็นสบายจากผ้าชุบน้ำทำให้คนตัวโตครางประท้วงเบาๆ ในลำคอ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาร้อนผ่าวจะค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างยากลำบาก
“ทำอะไร” ทิศเหนือเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“เช็ดตัวให้ค่ะ” พลอยไพลินเอ่ยตอบ นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองเขาด้วยแววดุเล็กน้อย “ท่านประธานมีไข้สูงมากเลยนะคะ รู้ตัวหรือเปล่าเนี่ย? วันนี้ยังจะดื้อมาหาพลอยถึงที่นี่อีก”
ทิศเหนือปรือตามองหน้าเลขาตัวเล็กที่กำลังชุบผ้าซ้ำๆ ร่างสูงพยายามจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง
“ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่ปวดหัวนิดหน่อยเอง”
“นั่งลงไปเลยนะคะ!” พลอยไพลินใช้มือข้างที่ไม่เจ็บดันไหล่กว้างของเขาลงกับโซฟาทันที แม้แรงเธอจะน้อย แต่ด้วยพิษไข้ทำให้ทิศเหนือยอมทิ้งตัวนอนลงตามเดิมอย่างว่าง่าย
“อย่ามาทำเป็นเก่งนะคะ ตัวร้อนเหมือนไฟขนาดนี้ยังจะบอกว่าปวดหัวนิดหน่อยอีก ปากแข็งไม่มีใครเกินจริงๆ”
“พลอยไพลิน... คุณกล้าสั่งผมเหรอ?” ทิศเหนือแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงแหบพร่า นัยน์ตาดุดันจ้องมองเธอ แต่กลับไม่มีรังสีความน่ากลัวเลยสักนิด
“กล้าค่ะ! ตอนนี้คุณเป็นคนไข้ แล้วพลอยก็เป็นคนดูแล” พลอยไพลินเช็ดไล่ลงมาตามท่อนแขนที่พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นมา “งานที่บริษัทมันไม่หนีไปไหนหรอกค่ะท่านประธาน ถ้าคุณเป็นอะไรไปขึ้นมา แล้วบริษัทสิรินทร์กรุ๊ปจะทำยังไงคะ?”
“บริษัทไม่เป็นไรหรอก” ทิศเหนือจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจเช็ดตัวให้เขาอย่างไม่วางตา “แต่ถ้าไม่มีคุณไปทำงาน... มันน่ารำคาญมากกว่า”
ประโยคเรียบๆ ที่แฝงความหมายลึกซึ้งทำเอาพลอยไพลินชะงักมือเล็กน้อย ชายหนุ่มจ้องมองเธอด้วยสายตาเดาได้ยาก
“พูดจาเพ้อเจ้อเพราะพิษไข้แล้วค่ะ” พลอยไพลินเบือนหน้าหนีแก้มที่เริ่มร้อนผ่าว เธอวางผ้าขนหนูลงในกะละมัง แล้วรินน้ำอุ่นใส่แก้ว ยื่นส่งให้เขาพร้อมกับยาลดไข้สองเม็ด “ทานยาก่อนค่ะ จะได้นอนพักผ่อน”
ทิศเหนือยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงเบาะโซฟาอย่างช้าๆ เขามองเม็ดยาในมือเธอแล้วขมวดคิ้ว
“ผมไม่ชอบกินยา”
“ท่านประธานคะ!” พลอยไพลินทำเสียงดุๆ ถลึงตาใส่เจ้านายหนุ่ม “โตจนป่านนี้ เป็นถึงประธานบริหารบริษัทระดับประเทศ แต่มางอแงไม่ยอมกินยาเนี่ยนะ? กินเข้าไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ไม่งั้นพลอยจะโทรบอกคุณครามให้มาจัดการคุณจริงๆ ด้วย”
“คุณกล้าขู่ผมเหรอยัยแมวเจ็บ?” ทิศเหนือตวัดสายตามองเธออย่างไม่ยอมแพ้
“ไม่ได้ขู่ค่ะ ทำจริง!” หญิงสาวจี้แก้วน้ำอุ่นใส่แทบจะชิดริมฝีปากเขา “กินเถอะค่ะ... พลอยขอร้อง แขนพลอยก็เจ็บอยู่ อย่าให้พลอยต้องมานั่งเฝ้าคนป่วยดื้อๆ แบบคุณทั้งคืนเลยนะคะ”
เมื่อเจอสายตาเว้าวอนผสมความเป็นห่วงอย่างจริงใจจากเลขาตัวเล็ก มีหรือที่ประธานจอมเผด็จการจะทนไหว ทิศเหนือถอนหายใจออกมาฟึดฟัด ยอมรับเม็ดยาเข้าปาก แล้วกรอกน้ำอุ่นตามลงไปจนหมดแก้วอย่างจำนน
“กินแล้ว พอใจหรือยัง?” เขาส่งแก้วคืนให้เธอ น้ำเสียงประชดประชัน
“ดีมากค่ะ เป็นเด็กดีแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย” พลอยไพลินเผลอยิ้มออกมาแล้วเอ่ยชมเหมือนเขาเป็นเด็กเล็กๆ
“ผมไม่ใช่เด็กนะ” ทิศเหนือเอ่ย ใบหน้าคมขึ้นสีแดงระเรื่อ ไม่รู้เพราะพิษไข้หรือเพราะความเขินกันแน่
“ค่ะๆ ไม่ใช่เด็กก็ไม่ใช่เด็กค่ะ” หญิงสาวคลี่รอยยิ้มหวาน รับแก้วน้ำมาวางบนโต๊ะ “ทีนี้ก็นอนพักผ่อนได้แล้วค่ะ เดี๋ยวพลอยไปอุ่นบะหมี่ให้ร้อน แล้วทานสักหน่อย จะได้นอนยาวๆ”
“ผมไม่อยากกินบะหมี่แล้ว” ทิศเหนือเอ่ยขัดขึ้นเสียงแผ่ว ชายหนุ่มส่งสายตามองคนตัวเล็กที่กำลังจะลุกขึ้นยืน
“เอ้า? แล้วเมื่อกี้ใครคะที่เดินเข้ามาบอกว่าหิว จะมาหาอะไรกิน?”
“ตอนแรกหิว...” ทิศเหนือเอ่ยเบือนหน้าหนีสายตารู้ทัน “แต่ตอนนี้ปวดหัว ไม่อยากเคี้ยวอะไรทั้งนั้น”
พลอยไพลินมองท่าทางงอแงแบบผู้ใหญ่ป่วยของเขาแล้วนึกเอ็นดูอยู่ในใจ เธอถอนหายใจเบาๆ
“งั้น... พลอยไปต้มโจ๊กสำเร็จรูปอุ่นๆ ให้กินง่ายๆ สักถ้วยดีไหมคะ? ทานสักนิดก่อนยาออกฤทธิ์ จะได้ไม่กัดกระเพาะ”
ทิศเหนือนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ
“เอาแบบนั้นก็ได้”
ผ่านไปสิบนาที โจ๊กร้อนๆ กลิ่นหอมๆ ก็ถูกยกมาวางตรงหน้า ทิศเหนือนั่งพิงโซฟา มองถ้วยโจ๊กด้วยสายตาว่างเปล่า มือหนาแสร้งทำเป็นไม่มีแรงยกช้อนขึ้นมาตัก
พลอยไพลินที่นั่งอยู่ข้างๆ เห็นท่าทางนั้นก็รู้ทันทีว่าเจ้านายหนุ่มกำลังเล่นแง่กับเธอ
“ยกช้อนไม่ไหวเหรอคะท่านประธาน?”
“อืม... ปวดหัว มันมึนไปหมด ไม่มีแรง” ชายหนุ่มเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบ ใบหน้าคมเข้มราบเรียบไม่แสดงความรู้สึก แต่สายตาคมกลับแอบเหลือบมองเธออย่างคาดหวัง
“โอเคค่ะ” พลอยไพลินยิ้มมุมปาก หญิงสาวใช้มือข้างที่ไม่เจ็บตักโจ๊กขึ้นมาพอดีคำ แล้วเป่าลมเบาๆ จนอุ่น ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากหนา “อ้าปากค่ะ วันนี้ถือว่าเลขาป้อนคนป่วยเป็นกรณีพิเศษนะ”
ทิศเหนือชะงักไปเล็กน้อย ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ก่อนจะยอมอ้าปากรับโจ๊กคำนั้นเข้าปากอย่างว่าง่าย
“อร่อยไหมคะ?”
“ก็พอใช้ได้... รสชาติธรรมดา” ทิศเหนือเอ่ยตอบเสียงแข็ง วางท่าเหมือนเดิม
“ปากแข็งตลอดเลยนะคะ” พลอยไพลินหัวเราะคิกคัก แต่ก็ตั้งใจตักโจ๊กเป่าลม แล้วป้อนเขาทีละคำๆ อย่างใจเย็น
