บทที่ 3 ตอนที่ 3 อย่าล้ำเส้นคนของผม

ตอนที่ 3 อย่าล้ำเส้นคนของผม

หลังจากที่ดีลธุรกิจพันล้านกับนักลงทุนฮ่องกงผ่านพ้นไปด้วยดี ชื่อเสียงความสามารถของพลอยไพลินเลขาหน้าห้องประธานยิ่งเป็นที่เลื่องลือในบริษัท แต่ความโดดเด่นมักมาพร้อมกับความริษยาเสมอ

#เช้าวันต่อมา

พลอยไพลินกำลังคีย์ข้อมูลรายงานการประชุมลงระบบ ทว่าอยู่ๆ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นกระเบื้องก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หญิงสาวร่างเพรียวในชุดกระโปรงรัดรูปผ่าสูงสีแดง เธอคือ รินรดา หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์คนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากสาขาย่อย ท่าทางเชิดหน้าชูตาและมั่นใจในความสวยของตัวเอง

“คุณพลอยไพลินใช่ไหมคะ?” รินรดาเอ่ยถามเสียงสูง พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะของพลอยไพลิน “นี่เป็นเอกสารของโครงการโปรโมตบริษัทค่ะ ฉันต้องการให้ท่านประธานเซ็นอนุมัติด่วนที่สุดภายในห้านาทีนี้”

พลอยไพลินเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้รินรดาตามมารยาท

“ขออภัยด้วยนะคะคุณรินรดา ตอนนี้ท่านประธานกำลังตรวจงบประมาณไตรมาสอยู่ค่ะ สั่งไว้ว่าห้ามใครรบกวนเด็ดขาด รบกวนฝากเอกสารไว้ที่พลอยก่อนนะคะ ถ้าท่านประธานว่างแล้ว พลอยจะรีบนำเสนอให้ทันทีค่ะ”

“ฝากไว้ที่คุณ? ถ้านานเกินไปจนงานฉันล่าช้า คุณจะรับผิดชอบไหวเหรอคะ เป็นแค่เลขาหน้าห้อง อย่าทำตัวเป็นกำแพงกั้นระหว่างท่านประธานกับหัวหน้างานสิคะ” รินรดาจิกตาใส่คนตัวเล็กทันที

ยังไม่ทันที่พลอยไพลินจะได้เอ่ยตอบโต้อะไร ประตูห้องทำงานใหญ่ก็ถูกเปิดออกมาเสียก่อน ทิศเหนือเดินออกมาจากห้องทำงาน ใบหน้าหล่อเหลาดูเคร่งขรึมตึงตามปกติของเขา

“เสียงดังอะไรกันหน้าห้องผม” ทิศเหนือเอ่ยถามเสียงต่ำ

ทันทีที่รินรดาเห็นทิศเหนือเดินออกมา ใบหน้าที่เคยจิกกัดพลอยไพลินก็เปลี่ยนเป็นอ่อนหวานในพริบตา เธอรีบถลาเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทันที กลิ่นน้ำหอมฉุนโชยเข้าจมูกทิศเหนือจนเขาแอบขมวดคิ้วเข้ม

“ท่านประธานคะ! ดีใจจังค่ะที่ท่านประธานออกมาพอดี” รินรดาบีบเสียงสอง พลางส่งสายตาเย้ายวน “คือรินเอาเอกสารโครงการด่วนมาให้เซ็นค่ะ แต่คุณเลขาคนเก่งของท่านประธานน่ะสิคะ กักตัวรินไว้ไม่ยอมให้เข้าพบ แถมยังพูดจาไม่ดีใส่รินด้วยค่ะ รินกลัวว่างานจะพังเพราะความล่าช้าของเลขาหน้าห้อง รินเลยต้องเถียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทค่ะ”

พลอยไพลินนั่งนิ่งๆ มองการละครฉากใหญ่ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิด

“คุณบอกว่าเลขาผมทำงานล่าช้า?” ทิศเหนือหรี่ตาลง มองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาไร้ความปรานี

“ใช่ค่ะท่านประธาน” รินรดาได้ใจ รีบขยับเข้าไปใกล้ ยื่นมือไปแตะแขนเสื้อสูทของทิศเหนือเบาๆ “วันๆ เห็นเอาแต่ทำตัวเป็นคุณหนู จัดแจงนั่นนี่ช้าไปหมด รินว่าท่านประธานควรจะพิจารณาหาเลขาคนใหม่ที่กระฉับกระเฉงกว่านี้ อย่างเช่นริน ดีไหมคะ? รินพร้อมจะดูแลท่านประธานทุกเรื่องเลยค่ะ”

พลอยไพลินลอบถอนหายใจเบาๆ แอบคิดในใจว่า 'แม่คุณเอ๊ย~ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ'

พรึ่บ!

ทิศเหนือสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของรินรดาทันที จนหญิงสาวร่างเพรียวเกือบเสียหลักล้ม ใบหน้าของทิศเหนือตอนนี้มืดครึ้มราวมหาสมุทรยามมีพายุรุนแรง

“คุณรินรดา” ทิศเหนือเรียกชื่อเสียงต่ำจนน่าขนลุก “คุณเพิ่งย้ายมาใหม่ คงยังไม่รู้กฎของที่นี่สินะ”

“คะ...ค่ะ? กฎอะไรเหรอคะท่านประธาน” รินรดาเริ่มหน้าซีด

“กฎข้อแรก... อย่าเอามือสกปรกของคุณมาแตะต้องตัวผม ถ้าไม่อยากโดนตัดมือทิ้ง” ทิศเหนือเอ่ยตอบกลับอย่างไร้ความปรานี ทำเอารินรดาหน้าชา “และกฎข้อที่สอง ซึ่งเป็นกฎที่สำคัญที่สุดในตึกนี้...”

ชายหนุ่มขยับก้าวเข้าไปหารินรดา สายตาคมกริบซัดใส่จนรินรดาแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

อย่ามาล้ำเส้นเลขาของผม!” ทิศเหนือประกาศกร้าวเสียงดังลั่นบริเวณหน้าห้องทำงาน

“ท่านประธาน...”

“พลอยไพลินทำหน้าที่ตามคำสั่งของผมทุกประการ ผมเป็นคนสั่งเองว่าห้ามใครเข้าพบชั่วโมงนี้ และเธอก็กรองงานได้อย่างถูกต้อง ไร้ที่ติ” ทิศเหนือตวัดสายตาไปมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ “ส่วนเอกสารโครงการขยะๆ ของคุณที่ไม่มีแม้แต่การวิเคราะห์ต้นทุนอันนี้... ต่อให้คุณเอามาให้ผมเมื่อสามวันก่อน ผมก็ไม่เซ็น”

รินรดาอ้าปากค้าง น้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยความอับอายและหวาดกลัว

“โกหกหน้าตาย โยนความผิดให้เลขาผม แถมยังกล้าเสนอหน้ามาอ่อยผมในเวลางาน...” ทิศเหนือเหยียดยิ้มเย็นชา “ฝ่ายประชาสัมพันธ์ต้องการคนทำงาน ไม่ใช่ต้องการดาวยั่ว ถ้าคิดว่าเอาเต้าไต่แล้วจะรุ่งในบริษัทนี้ คุณคิดผิด! ไสหัวกลับไปทำรายงานมาใหม่ภายในหนึ่งชั่วโมง ถ้าทำไม่ได้...เซ็นใบลาออกแล้วเดินออกไปซะ!”

“ริน... รินขอโทษค่ะท่านประธาน รินจะรีบไปทำเดี๋ยวนี้ค่ะ” รินรดารีบคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วหมุนตัวเร่งเดินหนีทันที

บรรยากาศกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทิศเหนือยืนนิ่งๆ ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดพลางขยับเนกไท ก่อนจะหันมามองเลขาหน้าห้องที่กำลังนั่งพิมพ์งานต่อหน้าระรื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“พลอยไพลิน” ทิศเหนือเอ่ยเรียกชื่อเธอน้ำเสียงดุ

“ค่ะท่านประธาน? มีอะไรให้พลอยรับใช้เพิ่มไหมคะ?” พลอยไพลินเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มตาใส

“คุณโดนผู้หญิงคนนั้นยืนชี้หน้าด่า โยนความผิดให้ต่อหน้าต่อตา ทำไมไม่เถียง? ทำไมนั่งเป็นนางเอกอยู่ได้” ทิศเหนือพาลใส่เธอทันที “ถ้าผมไม่ออกมา คุณจะยอมให้ยัยนั่นโขกสับหรือไง ซื่อบื้อจริงๆ!”

“พลอยไม่ได้ซื่อบื้อค่ะท่านประธาน พลอยแค่รู้ว่า... ไม่จำเป็นต้องเปลืองน้ำลายเถียงให้เหนื่อยหรอกค่ะ” พลอยไพลินหัวเราะเบาๆ

“ทำไม?” ทิศเหนือขมวดคิ้ว กอดอกมอง

พลอยไพลินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง เดินถือแก้วน้ำอุ่นมาส่งให้กับเขา

“ก็เพราะพลอยรู้ดีไงคะว่า... ท่านประธานไม่มีทางปล่อยให้ใครหน้าไหนมารังแกเลขาของท่านประธานได้อยู่แล้ว ท่านประธานขีดเส้นใต้ไว้ชัดเจนขนาดนั้น พลอยก็แค่ปล่อยให้เจ้านายจัดการตามกฎค่ะ”

ทิศเหนือชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าดุดันเคร่งขรึมเมื่อครู่แอบขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ที่ข้างแก้ม เขาคว้าแก้วน้ำจากมือเธอมาถือไว้ แกล้งทำเป็นสะบัดหน้าหนีเพื่อกลบเกลื่อนที่โดนเลขาตัวดีรู้ทันอีกแล้ว

“ปากดีนักนะ...” ทิศเหนือเอ่ยพึมพำในลำคอ ก่อนจะตวัดสายตาคมเข้มกลับมาจ้องมองเธออีกครั้ง แววตาที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความหวงแหนและคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “จำไว้เลยนะพลอยไพลิน คุณเป็นคนของผม เป็นเลขาของผม เงินเดือนคุณผมจ่าย ร่างกายและเวลางานของคุณผมก็ซื้อขาดไว้หมดแล้ว เพราะฉะนั้น... ในบริษัทนี้ คนที่มีสิทธิ์ดุคุณ มีสิทธิ์ว่าคุณได้ มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปรายตามามองคุณด้วยซ้ำ!”

พูดจบท่านประธานจอมบงการก็หมุนตัวเดินกระแทกเท้ากลับเข้าห้องทำงานไปทันที พร้อมกับปิดประตูดัง

พลอยไพลินมองตามประตูห้องที่ปิดลง พลางส่ายหน้าไปมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า หัวใจดวงน้อยเต้นรัวอย่างห้ามไม่ได้กับคำพูดเผด็จการ ทว่าแฝงความคลั่งรักแบบแปลกๆ ของเขา บอสหนุ่มปากแข็งคนนี้ ช่างร้ายกาจกับหัวใจเธอจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป