บทที่ 7 ตอนที่ 7 ฐานะผู้ชายคนหนึ่ง

ตอนที่ 7 ฐานะผู้ชายคนหนึ่ง

หลายนาทีผ่านไป

ประตูห้องนอนถูกเปิดออกมาเบาๆ ร่างเล็กของพลอยไพลินก้าวออกมาในสภาพที่ทำเอาทิศเหนือที่กำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่ตรงโต๊ะทำงานถึงกับชะงักทันที ปากกาแท่งหรูในมือหนาเกือบจะร่วงหลุดจากนิ้ว

เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวตัวโคร่งของชายหนุ่ม ยาวลงมาคลุมเลยหัวเข่าของเธอเล็กน้อย ชายเสื้อพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน แขนเสื้อยาวเกินมือจนเธอต้องพับทบขึ้นมาหลายทบ เผยให้เห็นท่อนแขนเรียวที่พันผ้าพันแผลไว้ ผมยาวสลวยปล่อยสยายแผ่เต็มแผ่นหลัง กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของทิศเหนือลอยโชยออกมาจากตัวเธอ

“ท่านประธานคะ... มันหลวมมากเลยค่ะ พลอยดูเหมือนคนใส่ชุดนอนเดินไปเดินมาหรือเปล่าคะ” พลอยไพลินเอ่ยถาม พร้อมดึงชายเสื้อลงด้วยความเขินอาย ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ

ทิศเหนือกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นัยน์ตาคมฉายแวววูบวาบ ร้อนแรงขึ้นมาทันที ชายหนุ่มรีบกระแอมกระไอแก้เก้อ เลื่อนสายตามองไปทางอื่นทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในใจ

“กะ... ก็ชุดผู้ชาย มันจะไปพอดีตัวแมวอย่างคุณได้ยังไง” ทิศเหนือทำเสียงแข็งกลบเกลื่อน “ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ต้องใส่กระโปรงเปื้อนคราบกาแฟเน่าๆ นั่น มานั่งตรงนี้ซะที”

“ค่ะ” พลอยไพลินเดินมานั่งลงบนโซฟานุ่มตัวเดิมอย่างระมัดระวัง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น ก่อนที่วิภา เลขาอีกคนจะประคองถาดใส่แก้วโกโก้กลิ่นหอม ถุงน้ำแข็ง และเค้กสตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้กร้านโปรดเข้ามาวางบนโต๊ะหน้าโซฟา

“ของที่คุณทิศเหนือสั่งได้แล้วค่ะคุณพลอย” วิภาระบายยิ้มลอบมองสภาพของเลขาสาวในชุดเสื้อเชิ้ตเจ้านายด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะรีบโค้งตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรู้หน้าที่

พลอยไพลินมองของกินบนโต๊ะสลับกับชายหนุ่มที่นั่งเชิดหน้าอยู่ที่โต๊ะทำงาน

“ท่านประธานสั่งโกโก้กับเค้กมาให้พลอยเหรอคะ?”

“วิภาคงสั่งมาเกิน” ทิศเหนือตอบคำถามด้วยประโยคติดปากทันควัน “ผมเห็นว่าถ้าวางทิ้งไว้มันจะเสียของ เอาไปกินซะ จะได้มีแรง ลุกขึ้นมาประชดผมต่อ”

พลอยไพลินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

“วิภานี่สั่งของเกินเก่งจังเลยนะคะ”

“พลอยไพลิน!” ทิศเหนือตวัดสายตาดุๆ ใส่ “พูดมากจริงๆ กินๆ เข้าไป แล้วเอาถุงน้ำแข็งนั่นประคบแขนไว้ด้วย ถ้าเป็นแผลเป็นขึ้นมา ผมจะหักเงินเดือนข้อหาทำตัวไม่น่ามอง”

“ขู่เก่งจริงๆ เลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพึมพำ แต่ก็ยอมหยิบแก้วโกโก้ขึ้นมาจิบเบาๆ ความหวานหอมกลมกล่อม

ทิศเหนือนั่งจ้องมองร่างเล็กที่กำลังเคี้ยวเค้กแก้มตุ้ยๆ บนโซฟา ชายหนุ่มละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเธอ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันข้างๆ เธอ โดยเว้นระยะห่างไว้เพียงเล็กน้อย

พลอยไพลินชะงักมือเล็กที่กำลังตักเค้ก ช้อนสายตามองเจ้านายหนุ่ม

“ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“เอาแขนมา”

“คะ?”

มือหนาไม่รอคำตอบ เอื้อมไปคว้าแขนเรียวของเธอมาวางบนตักของเขาเบาๆ หยิบถุงน้ำแข็งบนโต๊ะขึ้นมาประคบลงบนผ้าพันแผลอย่างอ่อนโยน สัมผัสเบามือของเขาขัดกับใบหน้าบึ้งตึงอย่างสิ้นเชิง

“พลอยทำเองได้ค่ะ คุณเป็นถึงประธาน สิรินทร์กรุ๊ปนะคะ มานั่งประคบน้ำแข็งให้เลขาแบบนี้มันไม่เหมาะ”

“ผมเป็นเจ้านายคุณ ผมสั่งให้ทำอะไรคุณก็ต้องฟัง” ทิศเหนือเอ่ยพูดเสียงเรียบ นัยน์ตาคมทอดมองแขนเนียนใต้ผ้าพันแผล “แล้วใครบอกว่าผมทำในฐานะประธาน”

“หมายความว่ายังไงคะ?”

ทิศเหนือชะงักมือ ช้อนสายตาคมเข้มขึ้นสบตาตรงๆ ระยะห่างที่ใกล้กันเพียงแค่เอื้อม ทำให้ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดผ่านแก้มเนียนของเธอ

“ผมทำในฐานะของผู้ชายคนหนึ่ง”

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิททันที มีเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานเบาๆ พลอยไพลินจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั่นที่เคยดุดัน ตอนนี้กลับสะท้อนแววตาจริงจังจนหัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนไม่เป็นจังหวะ

“...” คนตัวเล็กนิ่งเงียบ

“ยัยซื่อบื้อเอ๊ย” ทิศเหนือถอนหายใจออกมาเบาๆ ละมือจากถุงน้ำแข็ง

ทิศเหนือมองใบหน้าหวานที่กำลังทำหน้าตาเอ๋อๆ ด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มยกมือขึ้นเคาะหน้าผากมนของเธอเบาๆ หนึ่งทีจนพลอยไพลินต้องร้องอุทานพร้อมกับยกมือขึ้นมากุมหน้าผากตัวเองไว้

“เจ็บนะคะท่านประธาน!”

“เจ็บสิดี จะได้ฉลาดขึ้นมาบ้าง” ทิศเหนือเอนหลังพิงกับพนักโซฟาอย่างวางท่า ใบหน้าคมเข้มปรับสีหน้าให้กลับมาดุดันเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว เพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรัวของตัวเองเช่นกัน “เลิกทำหน้าเหมือนเห็นผีได้แล้ว ยัยซื่อบื้อ”

“ก็... ก็เมื่อกี้ท่านประธานพูดว่า...” พลอยไพลินอึกอัก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาจนแดงไปถึงใบหู เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาคมคู่นั้นตรงๆ ได้แต่ก้มมองจานเค้กสตรอว์เบอร์รีบนโต๊ะ

“ผมพูดอะไร?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม กอดอกทอดสายตามองคนตัวเล็กด้วยแววตาเหนือกว่า “ผมก็แค่พูดในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง... ผู้ชายที่เป็นเจ้าของบริษัทและเป็นผู้ว่าจ้างคุณไง คุณคิดว่าผมหมายถึงอะไรไม่ทราบ? คิดว่าผมกำลังสารภาพรักคุณหรือไง พลอยไพลิน”

“เปล่าสักหน่อยค่ะ พลอยยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะคะ ท่านประธานนั่นแหละคิดไปเอง”

“ผมเนี่ยนะคิดไปเอง?” ทิศเหนือโน้มตัวเข้าไปหาคนตัวเล็กจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมสะอาดผสมกลิ่นน้ำหอมของเขาที่ลอยมาจากเสื้อเชิ้ตที่เธอใส่อยู่ยิ่งทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มแจ่มชัดขึ้นไปอีก “เมื่อกี้คุณหน้าแดงจนจะกลายเป็นลูกตำลึงสุกอยู่แล้ว หูแดง แก้มแดง ชัดเจนขนาดนี้ยังจะมาปากแข็งอีก”

“พลอยไม่ได้ปากแข็งค่ะ มัน... มันร้อนต่างหาก แอร์ห้องท่านประธานเสียหรือเปล่าคะ” หญิงสาวรีบยกมือขึ้นโบกไปมาที่หน้าตัวเองแก้เก้อ

“แอร์ห้องผมปรับไว้ยี่สิบสององศา ถ้าคุณร้อน ก็แสดงว่าเลือดในกายมันสูบฉีดเพราะความเขินนั่นแหละ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ ยื่นนิ้วยาวไปบีบจมูกโด่งของเธอเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ “จำไว้เลยนะพลอย อย่ามาทำเป็นรู้ทันผม แล้วก็อย่าคิดเข้าข้างตัวเองให้มากนัก ที่ผมลงมาดูแล ทำแผล ประคบน้ำแข็งให้คุณถึงขนาดนี้ เพราะผมไม่อยากเสียเวลาหาเลขาใหม่”

“ค่ะๆ รู้แล้วค่ะ ท่านประธานพูดคำนี้รอบที่ร้อยของวันแล้วนะคะ” พลอยไพลินย่นจมูกใส่ “เลขาที่ชงกาแฟห่วยๆ ทำงานก็ดื้อ เอาตัวเองไปรับแจกันเพื่อแลกกับความเจ็บตัว อย่างพลอย มันคงหาไม่ได้ง่ายๆ หรอกใช่ไหมคะ”

“รู้ตัวก็ดี” ทิศเหนือยักไหล่ วางท่าเป็นเจ้านายผู้ทรงอำนาจต่อไป ทั้งที่หัวใจข้างในพองโตจนแทบจะทะลุออกมาให้ได้

“เพราะฉะนั้น ในเมื่อรู้ว่าตัวเองมีค่าแค่นี้ ก็ช่วยรักษาตัวให้ดีๆ อย่าไปสร้างเรื่องให้ตัวเองต้องเจ็บตัวอีก รู้ไหมว่าเอกสารกองเท่าภูเขาบนโต๊ะนั่นรอคุณไปจัดการอยู่ ถ้าแขนคุณยังไม่หายดี แล้วผมต้องมานั่งตรวจเอกสารเองทั้งหมด ผมจะตัดเงินโบนัสปลายปีของคุณให้หมดเลย คอยดู”

“ขู่เรื่องเงินอีกแล้ว เอะอะก็หักเงินเดือน เอะอะก็หักโบนัส จิตใจทำด้วยอะไรคะเนี่ย” เลขาสาวบ่นพึมพำเสียงเบา พร้อมตักเค้กเข้าปากคำใหญ่

“บ่นอะไร ผมได้ยินนะ”

“เปล่าค่ะ พลอยบอกว่า เค้กอร่อยมากเลยค่ะ ขอบคุณวิภาที่สั่งเกินมาให้นะคะ” เธอเน้นเสียงตรงคำว่าสั่งเกินพร้อมกับฉีกยิ้มประชดประชันส่งให้กับเขา

ทิศเหนือนั่งมองแก้มกลมๆ ที่กำลังเคี้ยวเค้กตุ้ยๆ ด้วยความรู้สึกเอ็นดู

“กินเสร็จแล้วก็กินยาซะ วิภาวางยาแก้ปวดกับยาลดไข้ไว้ให้บนโต๊ะแล้ว” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางจัดเสื้อสูทของตัวเองให้เรียบร้อย “เสร็จแล้วก็นอนพักบนโซฟานั่นแหละ ห้ามลุกเดินไปไหนเด็ดขาดเข้าใจไหม”

“แต่พลอยอยากกลับไปทำงานที่โต๊ะหน้าห้องค่ะ นั่งเฉยๆ แบบนี้พลอยเกรงใจ”

“ผมบอกให้นอนก็นอน” ทิศเหนือเอ่ยพูดน้ำเสียงดุๆ ตวัดสายตาดุใส่เธอทันที “ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง โต๊ะหน้าห้องคุณผมสั่งให้คนยกเอกสารออกไปหมดแล้ว วันนี้ทั้งวันหน้าที่ของคุณคือการนอนพัก แล้วก็กินยาเข้าไป เข้าใจไหม”

“ดุจริงจังเลยนะคะ... ค่ะๆ พลอยจะนอนพักเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ท่านประธานจอมเผด็จการ”

“พูดมากจริงๆ ยัยแมวเจ็บ” ชายหนุ่มสบถเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เขาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ หยิบปากกาขึ้นมาเตรียมจะทำงานต่อ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยกำชับออกมาอีกประโยค “แล้วเสื้อเชิ้ตผม... ห้ามถอดคืนเด็ดขาด จนกว่าจะเลิกงาน ใส่ไว้นั่นแหละ แขนเสื้อยาวๆ มันจะได้ช่วยกันไม่ให้แผลไปโดนอะไรเข้าอีก”

“ค่ะ รู้แล้วค่ะ” พลอยไพลินรับคำอย่างว่าง่าย เธอจัดการกินยาแก้ปวดตามที่เขาสั่ง ก่อนจะค่อยๆ เอนตัวลงนอนบนโซฟานุ่ม โดยมีหมอนอิงใบใหญ่มารองรับศีรษะ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเสื้อเชิ้ตของทิศเหนือที่ห่อหุ้มร่างกายเธออยู่นั้น ทำให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด

ทิศเหนือนั่งมองร่างเล็กที่ค่อยๆ หลับตาลงบนโซฟา สายตาคมเข้มจ้องมองเธอด้วยความอ่อนโยนทั้งหมดที่มี ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองที่ยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ

ปากบอกว่าไม่ห่วง...

ปากบอกว่าเห็นเธอเป็นแค่เลขา...

แต่ความรู้สึกข้างในมันกลับตะโกนร้องบอกว่าเธอมีความหมายมากกว่านั้นมากมาย

‘ปากแข็งไปเถอะไอ้เหนือ... สักวันเถอะ มึงจะสมน้ำหน้าตัวเอง’ ชายหนุ่มนึกด่าตัวเองในใจ ก่อนจะคลี่รอยยิ้มออกมา แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่นอนหลับตาอยู่บนโซฟานั้น... แอบยิ้มออกมาจนแก้มแทบปริเช่นกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป