บทที่ 1 จุดเริ่มต้น

“หน้าตาก็ดี ทำไมชอบแย่งผัวชาวบ้าน!”

“คะ?” 

หญิงสาวในชุดเดรสเรียบง่ายสีน้ำเงินจ้องมองผู้หญิงสองคนที่ยืนขวางทางเธออยู่  เธอมั่นใจว่าไม่รู้จักสองคนนี้และคิดว่านี้เป็นการเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง

“ขอโทษนะคะ คุณคงจำคนผิดแล้ว”

พูดจบก็เบี่ยงตัวหลบเพื่อจะเดินจากไป แต่หนึ่งในสองขยับเท้ามาขวางไว้ไม่ให้เธอก้าวไปได้ 

“อย่ามาทำเป็นใสซื่อไปหน่อยเลย ผู้ชายมีทะเบียนสมรสแล้วนะยะ เมียเขาก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน ทำไมถึงหน้าหนามายุ่งกับผู้ชายที่แต่งงานแล้วแบบนี้ นี่ฟ้องชู้ได้เลยนะ”

“ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร” 

หญิงสาวในชุดเดรสเรียบง่ายเอ่ยอย่างหงุดหงิด 

‘ศิศิรา’ มางานเลี้ยงรุ่นสมัยมัธยมซึ่งจัดเลี้ยงกันในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรม  เธอมาจากต่างจังหวัด เพื่อนสนิทจึงจัดการจองห้องพักที่โรงแรมเดียวกันให้ เพื่อให้เธอเดินทางสะดวก ส่วนหนึ่งคือเธอมาประชุมเรื่องงานและอีกบังเอิญว่าตรงกับงานเลี้ยงรุ่นพอดี  เธอที่แทบจะหายไปจากกลุ่มเหลือเพื่อนสนิทแค่ไม่กี่คน ทนความอ้อนวอนของเพื่อนซี้ไม่ไหวจึงมาร่วมงานนี้  ปีนี้เธออายุยี่สิบสามการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ก็ไม่นับว่าผิดอะไร  เธอรู้สึกเมานิดๆ และเกรงว่าจะเมาเกินไปจึงขอตัวแยกจากกลุ่มเพื่อนที่จะไปสังสรรค์ยามค่ำคืนต่อ 

หลังจากออกมาจากห้องน้ำและตรงไปที่ลิฟต์ ก็เจอผู้หญิงสองคนเข้ามาหาเรื่อง

“ก่อนที่ว่าคนอื่นเป็นชู้ ถามก่อนไหมว่ารู้จักสามีของคุณหรือเปล่า”  จากที่เมาอยู่นิดๆ ตอนนี้เริ่มสางเมาแล้ว  หญิงสาวเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว 

หญิงสาวอีกคนที่มาด้วยกันกระตุกแขนของเพื่อน สีหน้าบอกชัดว่าเริ่มไม่แน่ใจ  แต่ผู้หญิงที่ชี้หน้าด่าศิศิรากลับเชิดหน้าอย่างมั่นใจและยังหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดรูปให้ดู

“อย่าบอกว่ารูปผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่หล่อน!”

ศิศิรายื่นหน้าไปจ้องมองภาพบนหน้าจอมือถือ เธอถึงกับอ้าปากค้างเพราะผู้หญิงในรูปนั้นคือเธอจริงๆ เธอถึงกับใช้นิ้วปัดดูรูปต่อไปก็เห็นว่าเป็นรูปแอบถ่ายเธอกับอาจารย์ที่ปรึกษา 

“อาจารย์กิตติ...”

“เป็นไง ตกใจเลยละสิ!”

ศิศิราสูดลมหายใจลึกและส่ายหน้าไปมา 

“อาจารย์กิตติเป็นที่ปรึกษาเรื่องโปรเจกต์ที่ฉันทำงานอยู่ค่ะ  เราไม่มีความสัมพันธ์อื่น พวกคุณเข้าใจผิดแล้ว”

“อาจารย์ที่ปรึกษาต้องสนิทขนาดนั่งรถไปไหนมาไหนด้วยกันเหรอ! ฉันกินข้าวนะยะไม่ได้กินหญ้าเรื่องแบบนี้เด็กสามขวบยังมองออกเลย”

“นั้นก็เพราะเรื่องงานล้วนๆ ไม่มีเรื่องอื่นเลยจริงๆค่ะ ฉันว่าคุณไปคุยกับอาจารย์เองดีกว่านะคะ”

ศิศิราไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้มากไปกว่านี้ เธอเป็นฝ่ายเบี่ยงตัวหลบแล้วกำลังจะก้าวออกมา แต่ชายหนุ่มคู่กรณีก็วิ่งกระหืดกระหอบมาทางเธอ  เขาขยับแว่นตาเล็กน้อยใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อและแววตาที่ยากจะอธิบาย

“คะนิ้ง”

“โอ้โฮ้! ทักชู้ก่อนทักเมีย มันได้ใจจริงๆเลย!”

เสียงพูดที่ดังทำให้สายตาหลายคู่หันมามอง  ศิศิราไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาแบบนี้ เธอรู้ว่าคนไม่ผิดควรเผชิญหน้า แต่สถานการคลุมเครือแบบนี้ เธออยากถอยไปตั้งหลักมากกว่า เพราะเธอเองก็...เกือบเผลอใจไปกับท่าทีอ่อนโยนของผู้ชายคนนี้ เธอไม่รู้เลยว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว หญิงสาวกลืนก้อนน้ำตาลงคอ ใบหน้างดงามเชิดขึ้นไม่ยอมให้ใครมองเห็นความอ่อนแอ เธอโง่จริงๆ ที่เชื่อการเอาใจใส่ของเขาเป็นเรื่องจริง ภาพที่ถูกแอบถ่ายนั้นก็ของจริง คืนนั้นเธอเกือบจะใจอ่อนให้เขาขึ้นมาที่ห้องพักของเธอแล้ว เธอเกือบจะกลายเป็น ‘ชู้’  ในชีวิตคนอื่นอย่างไม่รู้ตัวแบบนี้ 

เท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงเปลี่ยนทิศทาง  เธอก้าวผ่านร่างสูงโปร่งไร้เยื่อใย เธอไม่อาจอ้าปากโต้ตอบอะไรได้ เพราะน้ำตาที่กลั้นไว้กำลังจะล้นทะลักออกมา 

“คะนิ้ง! เดี๋ยวก่อน! พี่อธิบายได้ มันไม่ใช่อย่างที่คะนิ้งเข้าใจ!”

“พี่กิตติ! เมียพี่อยู่นี่ทั้งคนนะ” 

“หุบปาก!”

กิตติไม่ได้สนใจผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าเมียเลยสักนิด เขาสาวเท้าตามร่างของศิศิราที่กำลังตรงไปที่ลิฟต์ของโรงแรม   ส้นสูงที่นานๆ จะสวมสักครั้งทำให้เธอเดินได้ไม่คล่องนัก อยากจะวิ่งก็ทำไม่ได้ ได้ยินเสียงเขาเรียกชื่อไล่หลังตามมา เธอก็ยิ่งสาวเท้าเร็วๆ หวังเพียงแค่หลบผู้ชายหลายใจคนนั้น  ประตูลิฟต์กำลังจะปิด เธอรีบยื่นมือเข้าไปก่อน จังหวะนั้นร่างของเธอก็เสียหลักล้มไปด้านหน้าเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกำยำ 

“ขอโทษค่ะ!”

เสื้อสูทผ้าเนื้อดีตัดเย็บประณีตและกลิ่นหอมจากน้ำหอมราคาแพงแต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ดึงดูดหญิงสาว เธอเอี้ยวใบหน้าไปก็เห็นว่ากิตติยังคงสาวเท้าเร็วๆ ตามมา เธอจึงอาศัยร่างสูงของคนตรงหน้าเป็นกำแพงโดยหมุนตัวไปอยู่ด้านหลังแล้วห่อไหล่ลีบเล็กลง ประตูลิฟต์ปิดลงก่อนที่คนด้านนอกจะมาถึงซึ่งเป็นความตั้งใจของคนที่อยู่ในลิฟต์

“ชั้นไหนครับ คุณผู้หญิง”

“เอ่อ...”  ศิศิราเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในลิฟต์กับผู้ชายแปลกหน้าถึงห้าคน แต่ละคนเหมือนบอดี้การ์ดที่เห็นในซีรีย์ ส่วนคนที่เธอใช้แผ่นหลังหลบนั้น...

ศิศิราอึกอักแล้วนึกขึ้นได้รีบค้นคีย์การ์ดออกมาแล้วพึมพำเบาๆ 

“ห้อง3234”

“ลิฟต์ฝั่งนี้ใช้เฉพาะห้องสวีทและVIP เท่านั้น” 

 เสียงดุดันของชายที่สวมสูทสีดำเอ่ยขึ้นทำให้หญิงสาวสะดุ้งโหย่ง ตอนที่เข้าพักพนักงานโรงแรมก็แจ้งแล้วว่าห้องพักของเธอต้องใช้ลิฟต์ตัวไหน แต่ก็นั้นแหละ ถ้าไม่เพราะเมื่อครู่เธอตั้งใจหนีอาจารย์กิตติออกมาก็คงไม่...

“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ”  วันนี้มันวันซวยอะไรกันเนี้ย! 

“ชั้นบนสุดมีบาร์เหล้านั่งชิล คุณสนใจไหม”

บทถัดไป