บทที่ 10 รู้จักกันดีพอแล้วเหรอคะ
ในรอบหนึ่งปี-น้ำเหนือจะปิดเกสต์เฮาส์เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมรวมถึงพักผ่อนเป็นเวลาหนึ่งเดือน โดยเลือกช่วงที่เป็นโลว์ซีซั่นจึงไม่กระทบเรื่องรายได้และลูกค้านัก ก่อนหน้านี้เป็นน้ำเหนือที่มาเยี่ยมน้องสาว แต่ตอนนี้ศิศิรามาอยู่ที่นี่ และตอนนี้มีคนพิเศษที่น้ำเหนืออยากใช้เวลาร่วมกัน
“เลิกยิ้มได้แล้ว” น้ำเหนือแสร้งทำเป็นดุกลบเกลื่อนรอยเก้อเขินบนใบหน้า “แต่แน่ใจนะว่าคะนิ้งอยู่คนเดียวได้”
“พี่น้ำเหนือลืมไปหรือเปล่า ตอนอยู่กรุงเทพฯ คะนิ้งก็อยู่คนเดียว” หญิงสาวพูดยิ้มๆ ยกมือขึ้นเท้าค้างแล้วมองหน้าพี่ชาย “นี่จริงจังกับพี่แองเจิ้ลจริงๆแล้วสินะ”
น้ำเหนือตัวแข็งทื่อไปเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นลูบท้ายทอย “อืม...พี่เลยอยากพาเขาไปเที่ยว อาจจะข้ามไปฝั่งลาวกัน แองเจิ้ลไม่เคยไป”
“นี่ไปเที่ยวหรือซ้อมฮันนี่มูนคะ” ศิศิราทำตาวิบๆ ใส่พี่ชาย “พี่น้ำเหนือรู้จักพี่แองเจิ้ลดีพอแล้วหรือคะ”
น้ำเหนือถอนหายใจเบาๆ “เอาเป็นว่าพี่มั่นใจว่าเขาโสดสนิทและพี่ไม่ได้เป็นมือที่สามในชีวิตใคร จริงอยู่ว่าเรารู้จักกันไม่ถึงเดือนดีนัก แต่พี่คิดว่าจะใช้ช่วงเวลาวัดหยุดยาวนี้เรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ แล้วแองเจิ้ลเองก็คิดตรงกับพี่”
“พี่สองคนก็เป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะแล้ว คะนิ้งก็ได้แต่เอาใจช่วยให้พี่สองคนได้เป็นคู่แท้นะคะ”
“ขอบใจมาก” น้ำเหนือค่อยรู้สึกโล่งอกที่ได้เล่าให้น้องสาวรู้ เพียงแค่ไม่ได้บอกหมดทุกเรื่อง รวมทั้งความสัมพันธ์ที่ก้าวกระโดดมีความสัมพันธ์ทางกายกันแล้ว
“พี่เป็นห่วงแค่คะนิ้ง ปีก่อนๆที่ปิดร้าน พี่ก็พาเราไปเที่ยว แต่ปีนี้พี่ไปกับคนอื่น”
“จุ๊ๆ อย่าพูดว่าคนอื่นสิคะ นั้นว่าที่พี่สะใภ้ของคะนิ้งนะ” เธอหัวเราะร่า “ไม่ต้องเป็นห่วงคะนิ้งหรอกค่ะ จริงๆ แล้วคะนิ้งรอเวลายึดกิจการอยู่พอดี จะนั่งๆนอนๆ ไม่ทำอะไรเลย”
“จ้าๆ อยากทำอะไรก็ทำเลย อย่าพังร้านพี่ก็พอ” น้ำเหนือยกมือขึ้นลูบผมน้องสาวอย่างเอ็นดูแล้วขอตัวไปตรวจเช็กสภาพรถที่จะนำไปใช้งาน
หญิงสาวพลอยยิ้มให้พี่ชายไปด้วย ตอนนี้เหลือแค่สองคนพี่น้อง เธอก็อยากเห็นพี่ชายมีความสุขเหมือนกับคนอื่นๆ จะว่าไปชีวิตของเธอเรียกว่าโชคดีก็ว่าได้ เพราะเธอกับพี่ชายไม่เคยมีเรื่องทะเลาะหรือผิดใจกัน ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตหรือการเงิน ทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่และตายายทิ้งไว้ให้ พี่ชายจัดการแบ่งสองส่วนเท่ากัน ตอนนั้นเธอก็ไม่รู้จะเอาที่ดินไปทำอะไร ก็เลยให้พี่ชายจัดการจนกลายเป็นเกสต์เฮาส์,ร้านคาเฟ่และยังมีรถให้เช่าอีก น้ำเหนือจะโอนรายได้ส่วนของเธอเข้าบัญชีให้ตลอด ส่วนเธอทำงานด้านแปลภาษา เอกสารวิชาและตำรารวมทั้งหนังสือประเภทบทความ และยังมีงานผู้ช่วยนักวิจัย งานพวกนี้เธอทำตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาจากเดิมที่ทำงานเพื่อหารายได้เสริม แต่เพราะได้รับคำแนะนำจากอาจารย์และลูกค้าเธอจึงได้งานอย่างต่อเนื่องจนทำเป็นอาชีพมีรายได้ห้าหลักต่อเดือน ชีวิตที่ไร้หนี้สินก็เรียกว่าเพียงพอแล้ว และช่วงนี้เธอเองก็อยากพักใจเหมือนกัน ไม่อยากฝืนปั้นหน้ายิ้มต่อหน้าพี่น้ำเหนือตลอดเวลา
“คะนิ้ง เอากาแฟไหมจ๊ะ” เสียงแองเจิ้ลเอ่ยทักก่อนที่ร่างเพรียวในชุดเดรสผ้าฝ้ายสีขาวขุ่นจะเดินเข้ามา
“พี่แองจี้จะทำให้คะนิ้งเหรอ” เธอยิ้มกว้างแล้วมองแองเจิ้ลเดินไปที่หลังเคาน์เตอร์
“จะชงให้น้ำเหนือ แต่ทำเผื่อคะนิ้งด้วย”
“งั้นคะนิ้งขอหนึ่งแก้วไม่หวานนะ ท่าทางความรักขึ้นตากาแฟจะพลอยหวานไปด้วย”
แองเจิ้ลหัวเราะเสียงใส แล้วลงมือชงกาแฟดูคล่องแคล่วอย่างกับเป็นเจ้าของร้านเสียเอง ศิศิราลอบมองแล้วก็อดตั้งคำถามไม่ได้ เธอเองมาอยู่กับพี่น้ำเหนือได้สองปีแล้ว พบเจอนักท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ บางคนก็นึกสนุกลองทำโน้นทำนี้ในร้าน ถ้าไม่ได้เกิดความเสียหาย ทั้งสองก็ไม่เคยห้ามปรามอะไร แต่ศิศิราสังเกตมาสักระยะแล้ว แองเจิ้ลเหมือนคุณหนูเหมือนนางฟ้าสมชื่อนั้นแหละ เป็นคนที่ดูก็รู้ว่าไม่เคยทำอะไรเองหรือให้เดาก็มีคนรับใช้ ศิศิราเป็นกังวลอยู่บ้าง กลัวว่าความรู้สึกที่แองเจิ้ลมีก็อาจจะแค่สนุกกับชีวิตรูปแบบใหม่ แต่ถ้าได้ใช้ชีวิตแบบนี้จริงๆ เธอก็ไม่รู้ว่าแองเจิ้ลจะทนได้จริงๆ หรือไม่
ศิศิราเป็นคนไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่เรียกความรัก ที่ผ่านมาก็ถูกผู้ชายหลอกหลายครั้ง บอกว่าโสดทั้งที่มีเจ้าของแล้ว บางคนก็มีภรรยาด้วยซ้ำ และเธอก็ไม่รู้ว่าทำไมโชคชะตาพัดแต่เรื่องแบบนี้มาเสมอ เหมือนกับเรื่องของอาจารย์กิตติ
“กาแฟค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ” ศิศิรารับไว้แล้วยกขึ้นจิบ “อร่อยอย่างกับบาริสต้ามาชงเอง”
“ชมบ่อยเขินนะคะ” แองเจิ้ลยิ้มกว้าง “ขอบคุณน้องคะนิ้งด้วยนะคะ”
“เรื่องอะไรคะ”
“ที่ยอมให้พี่คบกับน้ำเหนือ”
“เรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องของพี่แองเจิ้ลกับพี่น้ำเหนือตกลงกันต่างหาก คะนิ้งเป็นน้องสาวไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายอยู่แล้วค่ะ”
รอยยิ้มเลือนหายไปเล็กน้อย ภายนอกผู้คนอิจฉาชีวิตของเธอ แต่ไม่มีใครรู้ว่า เธอคือคนที่ไม่สามารถเลือกรูปแบบชีวิตได้เองเลย ตั้งแต่โรงเรียนที่เรียน จนถึงคณะในมหาวิทยาลัย กิจกรรมที่ทำ ทั้งขี่ม้าหรือวาดภาพรวมถึงเล่นเปียโน เพื่อนที่คบหากันมาก็ล้วนเป็นคนในแวดวงเดียวกัน แม้กระทั่งการเลือกคนที่จะมาเป็นเจ้าบ่าว ก็มีคนในครอบครัวจัดการให้ทั้งหมด แค่หายใจยังอึดอัด นี่ถ้าไม่เพราะลูกพี่ลูกน้องช่วยออกปากขออนุญาตให้เธอมาเที่ยวก่อนแต่งงาน เธอคงไม่ได้มาที่นี่ มาพบกับรักแรกและชีวิตที่แสนงดงามอย่างนี้ หากแม้เป็นเวลาอันแสนสั้น เธอก็หวังว่าจะเก็บเกี่ยวความสุขนี้เป็นความทรงจำตลอดกาล
ลึกๆ แล้วแองเจิ้ลรู้ดีว่าคนอย่างเอเดรียนหากจะตามหาเธอย่อมไม่ใช่เรื่องยาก เธอยอมรับว่านี่อาจเป็นการเห็นแก่ตัวหรือหนีปัญหา แต่...ทั้งชีวิตที่ต้องตามใจคนอื่นมาตลอด ตอนนี้เธอขอตามใจตัวเองสักครั้ง
