บทที่ 4 ทั้งหอมทั้งหวาน
รองเท้าส้นสูงถูกปลดออกแล้วโยนไปข้างเตียง บนร่างเหลือเพียงกางเกงชั้นในที่มีรอยเปียกตรงเป้ากางเกง ผมยาวที่รวบง่ายๆ ตอนนี้ปล่อยสยายดูเย้ายวน เธอถอนสายตาจากกางเกงชั้นในที่ซ่อนมังกรร้ายไว้ไม่มิด จนกระทั่งร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา ทำให้เธอนอนหงายอย่างไร้ทางหลบหนี ริมฝีปากร้อนครอบครองปลายถันสีหวาน แรงดูดดึงทำให้เธอถึงกับหลุดเสียงครางออกมา ยิ่งเธอพยายามกลั้นเสียงของตัวเอง เขาก็ยิ่งดูดดึงแรงขึ้นสลับกับอมไว้อุ้งปากแล้วใช้ปลายลิ้นตวัดไล้เลียที่ส่วนปลายยอด เขาดูดเม้มสลับขบกัดเบาๆ แต่มันยิ่งเสียวซ่าน ความร้อนแผดเผาไปทั่วร่าง ช่องท้องวาบหวิวยิ่งกว่าไวน์ที่ดื่มเข้าไป ฝ่ามือยังบีบเคล้นทรวงอกเขาทำให้ปลายถันของเธอกลายเป็นตุ่มไตและบวมแดง
“ทั้งหอมทั้งหวาน”
เขาพึมพำกับร่างเนียนละเอียดที่แทบไม่มีตำหนิใด ใบหน้าเธอแดงก่ำยิ่งกว่าตอนดื่มไวน์ ดวงตาฉ่ำรื้นด้วยหยาดน้ำตาและอารมณ์เสน่หา ปกติเขาไม่ปรนเปรอผู้หญิงนัก เมื่อมีอารมณ์ก็มักมุ่งเน้นที่การปลดปล่อย หรือไม่ก็ให้ฝ่ายหญิงทำให้เขาจนเสร็จ แต่เธอทำให้เขาอยากลิ้มรส เก็บเกี่ยวรสชาติหอมหวานเย้ายวน มือใหญ่เลื่อนไปด้านล่างก็พบว่ากางเกงในลูกไม้เปียกมากแล้ว เธอเบือนหน้าหลบไม่กล้ามองเขา แม้แต่ใบหูเธอยังแดงจัด
“ยกสะโพกขึ้นหน่อย ผมไม่อยากทำให้กางเกงในคุณขาด”
ความจริงเขาไม่พูดอะไรเลยจะทำให้เธอเขินอายน้อยกว่านี้ แต่เมื่อเขาสั่ง ร่างกายก็ขยับทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อส่วนนั้นไร้การปกปิด เขาก็จ้องมองกลีบเนื้ออ่อนบางที่มีไรขนบางเบา เขาจับเรียวขาเธอแยกออกทำเห็นเนินเนื้ออิ่มนูนและร่องสวาทที่มีคราบน้ำรักวาวใสไหลเยิ้ม
‘น่าอายจริงๆ’ ศิศิราคิดได้แค่นั้น ยังไม่ทันไรเธอก็เปียกแฉะขนาดนี้ เห็นเขามองอย่างตั้งใจก็อยากหุบขาหลบสายตา แต่มือแกร่งแยกไว้ได้ทัน
“ไม่มองแล้วได้ไหมคะ” น้ำเสียงเว้าวอนยิ่งทำให้เลือดในกายชายหนุ่มเดือดพล่าน
“อืม...มองอย่างเดียวไม่พอจริงๆ”
กลีบเนื้อของเธอสวยและปิดสนิท หากไม่เพราะเมื่อครู่เขาใช้สองนิ้วเบิกทางไว้ก่อนก็คงไม่เปิดกว้างให้เชยชมขนาดนี้ แต่มันยังไม่มากพอจะรับขนาดของเขาได้ เขาสอดนิ้วเข้าไปสองนิ้วเพื่อให้ร่องสาวเตรียมพร้อมมากยิ่งขึ้น ร่างเล็กดิ้นเร่าบนเตียงนอน เสียงหอบหายใจกลายเป็นเสียงครางกระเส่า เพราะเธอหลับตาจึงไม่รู้ว่าเขาเปลืองเสื้อผ้าออกหมดตั้งแต่ตอนไหน แต่รู้สึกอีกครั้งก็เพราะบางสิ่งดูนดันที่กลีบเนื้อ เธอลืมตาขึ้นก็เห็นแววตาร้อนแรงจ้องมองอยู่ เขาโน้มตัวไปหัวเตียงทำให้ร่างกายท่อนล่างแนบชิดกับร่างกายเปลือยเปล่า หน้าอกกำยำของเขาบดเบียนหน้าอกของเธอการเสียดสีนำพาความเสียวซ่านมาสู่ร่างกาย
เธอแทบลืมหายใจจนกระทั่งเขาหยิบซองถุงยางอนามัยตรงหัวเตียงได้แล้วจึงเงยตัวขึ้น สองขาคร่อมร่างเล็กราวกับจะไม่ให้เธอหลบหนีขณะที่ใช้ปากกัดซองถุงยางอนามัย จากนั้นมือใหญ่ก็สาวลำเอ็นให้เตรียมพร้อมก่อนสวมปราการด่านสุดท้าย มีความโล่งใจในแววตาคู่งามที่ฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำตา เขาหัวเราะในลำคอใช้มือประคองลำเอ็นดถูไถปากถ้ำ จู่ๆ เธอก็นึกกลัวขึ้นมาเพราะขนาดที่ใหญ่มากหรือปกติผู้ชายทั่วไปใหญ่แบบนี้นะ และที่สำคัญ...นี่เป็น...
แววตาคู่งามเกิดความลังเลขึ้นมา และร่างที่กระถดถอยหนีทำให้เขาต้องจับเอวเธอไว้มั่น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มขึ้น รอยยิ้มมุมปากเลือนไป แต่กลับขับเน้นให้โครงหน้าดูหล่อเหลายิ่งกว่าเดิม
“เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว”
“อ๊ะ..อะ..อื้อ...”
ส่วนปลายของลำเอ็นค่อยๆ ถูกดันส่งเข้าไปในช่องทางที่คับแคบ เขายกสะโพกเธอขึ้นลอยเหนือพื้นเพื่อให้กลีบเนื้อแยกออกกว้างทำให้ส่งลำเอ็นเข้าที่ละนิด เข้าไปได้แค่ส่วนปลายก็ทำให้เขาต้องกัดฟันครางเสียงต่ำออกมา ร่างเล็กส่ายหน้าไปมา เธอไม่คิดว่าเขาจะดันมันเข้าไปได้หมด หัวใจเธอเต้นรัวทั้งตื่นเต้นและรอคอย
“อย่าเกร็ง...เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง”
เธอรู้สึกเหมือนเด็กที่ถูกล่อหลอก นิ้วกร้านแหวกกลีบเนื้อเพื่อดันลำเอ็นได้สะดวกขึ้น น้ำหวานที่หลั่งออกมามากทำให้เขาเริ่มขยับเอวสอบเดินหน้าถอยหลัง แต่ทุกการเคลื่อนไหวคือความเสียวซ่าน เขาโน้มตัวลงจูบกลีบปากที่เผยออยู่เป็นจังหวะที่ดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวเข้าไปจนสุด เหมือนได้ยินเสียงอะไรกระแทกผนังอ่อนนุ่มที่อยู่ด้านในสุด
ปึก!
อร๊ายยย
เสียงร้องถูกเขาดูดกลืนไปหมดสิ้น กลายเป็นเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ ร่องรักที่คับแน่นบีบรัดจนเขาต้องผละริมฝีปากสวยเพียงส่งเสียงคำราม แล้วก้มหน้ามองคนใต้ร่างที่หอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง และเหมือนทั่งร่างกำลังสั่นระริก
“ครั้งแรก?”
ศิศิราพยักหน้าเป็นคำตอบ แล้วก็ต้องตกใจที่ได้ยินเสียงเขาสบถ
“Fuck!”
เธอจ้องมองเขาอย่างสับสน รู้สึกทั้งแน่นและจุกเมื่อลำเอ็นร้อนระอุเข้าไปจนมิดโคนได้สำเร็จ เขาเหมือนเพิ่งรู้ตัวจึงยกมือขึ้นแตะแก้มเธอเบาๆ
“ผมไม่ได้ว่าคุณ เอ่อ...หมายถึง..ถ้ารู้จะเบามือกว่านี้”
เบามือ? คนอย่างเอเดรียนเนี้ยนะจะเบามือเป็น
ศิศิราไม่เข้าใจสิ่งที่เขาสื่อ ความเจ็บที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ค่อยๆ เบาบางลง รู้สึกเหมือนชีพจรเต้นตุบๆ และท่อนเนื้อของเขายิ่งร้อนและขยายใหญ่ขึ้นไปอีก
“คะ..คุณ ช่วยขยับหน่อยได้ไหมคะ”
เธออึดอัดเพราะเขากดทับ ทำให้บิดสะโพกไปมาเพื่อบรรเทาความกดดันนี้ แต่นั้นมันยิ่งเย้ายวนอีกฝ่าย เขาถอนลำเอ็นออกจนเกือบสุดแล้วกดกลับเข้าไปใหม่ ท่อนล่างของเขาค่อยๆ ขยับเข้าออกอย่างช้าๆ มันทรมานเขาที่อยากจะขยับโยกกระแทกกระทั้น แต่เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเธอ เขาไม่อยากให้กระต่ายน้อยตื่นจนกลายเป็นความหวาดกลัว
ความเจ็บปวดที่หว่างขาค่อยๆ กลายเป็นความต้องการที่เร้าร้อน ทุกการสอดใส่คือความเสียวซ่านแม้กระทั่งปลายนิ้วเท้ายังรู้สึกได้
“อ๊า....” ช่องทางคับแคบถูกแก่นกายใหญ่โตรุกรานเข้าออกไม่หยุด เขาหยัดกายขึ้นก้มมองส่วนที่เชื่อมต่อ ลำเอ็นยาวใหญ่ผลุบเข้าออกจนกลีบเนื้อที่โอบรัดแทบปลิ้น
