บทที่ 6 ศิศิรา
เสียงตั้งเวลาปลุกดังอยู่เหนือศีรษะทำให้หญิงสาวยื่นมือไปควานหาโทรศัพท์มือถือ แต่เพราะควานหายังไงก็ไม่เจอทำให้ศิศิราที่นอนคว่ำอยู่กับหมอนใบใหญ่เงยตัวขึ้นแล้วพบว่า นี่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง
พลันสมองที่ได้หลับเต็มอิ่มก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวได้แต่ร้องโอดครวญในอกไม่คิดว่าตัวเองจะทำเรื่องแบบนั้นลงไปได้ เสียงตั้งเวลาปลุกยังรบกวนเธออยู่ ทำให้เธอกวาดสายตามองหาแล้วก็พบว่ากระเป๋าถือของตนวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนขนาดใหญ่ ร่างบางลุกขึ้นนั่งก็พบว่าร่างกายยังเปลือยเปล่าและภายใต้แสงสว่างในห้องทำเห็นรอยแดงเป็นจุดๆ บนเรือนร่าง ทำให้ใบหน้าหวานแดงเรื่อขึ้นมาทันที
เมื่อคืน...กี่ครั้งกันนะ
ผู้ชายคนนั้นไปตายอดตายยากมาจากไหน จับเธอพลิกคว่ำพลิกหงายตั้งหลายท่า เธอร้องคราญจนเสียงแหบแห้งไปหมด คล้ายว่าตอนเช้ามืด...ก็อีกรอบ...
ศิศิราสะบัดหน้าไปมา เธอยื่นมือไปหยิบกระเป๋าถือแล้วเปิดออกเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา เธอตั้งเวลาไว้10.00น. เพื่อจะได้เตรียมตัวเช็กเอาท์ออกจากโรงแรม ตายจริง! สิบโมงแล้ว! ดวงตากลมเบิกกว้างแล้วรีบลุกขึ้นกวาดตามองหาเสื้อผ้าของตนและพบว่าถูกพับวางไว้บนเก้าอี้ใกล้โต๊ะข้างเตียงนั้นเอง ทั้งชุดเดรสและชุดชั้นในรวมทั้งรองเท้าส้นสูง ถึงจะไม่พับอย่างเรียบร้อย แต่อย่างน้อย...ก็ถูกวางไว้ให้อย่างรู้ว่าเธอตื่นมาต้องตามหาเสื้อผ้า แต่พอลุกขึ้นยืนก็รู้สึกว่าร่างกายส่วนกึ่งกลางมีน้ำเหนียวๆ ไหลเลอะโคนขา จะใส่เสื้อผ้าทั้งแบบนี้ก็ไม่สบายตัว แม้จะรีบร้อนแค่ไหนเธอก็ต้องพาตัวเองไปล้างเนื้อล้างตัวในห้องน้ำเสียก่อน
หญิงสาวเห็นอุปกรณ์วางไว้ครบครัน ทั้งแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้ใช้ เสื้อคลุมและผ้าขนหนู เธอลังเลเล็กน้อยแต่เวลาที่จำกัดทำให้สลัดอาการคิดมากของตัวเองทิ้งแล้วจัดการเปิดน้ำอุ่นรินรดร่างกายเปลือยเปล่า เธอหลับตาใต้หยาดน้ำที่รินจากฝักบัวที่อยู่บนศีรษะ เธอไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ครั้งแรกกับคนแปลกหน้าก็ไม่ได้เลวร้ายนัก จะว่าไป...เขาก็...ไม่เลวเลย เธอมันด้อยประสบการณ์จะไปรู้ได้ไงว่าแบบไหนดีไม่ดี เอาเถอะ อย่างน้อยเขาก็ไม่น้ำใจเก็บเสื้อผ้ามาไว้ให้
ถ้าไม่เกิดเรื่องเมื่อวาน เธอก็ไม่คงไม่ทำอะไรแบบนี้ ออกจากงานเลี้ยงรุ่นก็คงตรงกลับขึ้นห้องพัก หลับตานอน ตื่นมากินข้าวเช้าของโรงแรมแล้วก็กลับเชียงราย ครอบครัวของเธอฐานะปานกลาง เธอเกิดที่นี่ แต่แม่เป็นคนต่างจังหวัด จะเรียกว่าความโชคดีก็ไม่ได้เพราะทุกอย่างได้มาด้วยความมุ่งมั่นเพียรพยายาม เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัว ศิศิราสอบชิงทุนได้ตั้งแต่มัธยมต้น ต่อด้วยมัธยมปลายและเข้ามหาวิทยาลัย ระหว่างนี้เธอก็ทำงานพิเศษมาตลอด เธอมีเพื่อนน้อยเพราะเวลาว่างต้องทำงานพิเศษ คนอื่นเที่ยวเล่นทำกิจกรรมต่างๆ เธอยืนแจกสินค้าตัวอย่างในห้างสรรพสินค้า
ศิศิราสะบัดศีรษะไปมาไล่ความทรงจำในอดีต สิ่งเดียวที่เธอน้อยใจโชคชะตาคือมักเหวี่ยงผู้ชายที่พันธะเข้ามาในชีวิต และมักถูกเข้าใจผิดอยู่เสมอ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเมียน้อย เป็นชู้ เป็นสาวไซด์ไลน์ เป็นเด็กผูกปิ่นโตเสี่ย ทั้งที่...เธอไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นเลย คำกล่าวหาไร้ความจริงนี้ทำให้เธอยิ่งพยายามถีบตัวเองไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้น ทำงานและหาเงินเลี้ยงตัวเองเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอสามารถยืนหยัดด้วยสองมือและสองขาของตน ไม่ใช่....
ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มซับน้ำออกจากร่างเปลือยเปล่า เธอสวมชุดเดรสแล้วนึกมองหน้าตัวเองในกระจก ยังดีที่หน้าสดไม่ได้ขี้เหร่นัก เธอไม่มีเวลาสนใจอะไรมากนัก สำรวจของในกระเป๋าถือว่าอยู่ครบดีก็กวาดตามองในห้อง เธอคาดหวังอะไร? กระดาษโน้ตเหรอ? บ้าไปแล้ว มือเรียวเปิดประตูห้องออกมาก็ต้องสะดุ้งโหย่งเพราะมีชายสวมสูทสีดำยืนอยู่หน้าประตูห้อง
“อุ้ย!”
“จะกลับแล้วหรือครับคุณผู้หญิง”
“คะ...ค่ะ...ใช่ค่ะ” ศิศิราทำตาปริบๆ ทั้งชีวิตไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
“เจ้านายผมให้รอส่งคุณผู้หญิงครับ”
“อ่อ...ขอบคุณค่ะ แค่เข้าลิฟต์เอง ฉันทำเองได้ค่ะ”
ร่างเล็กฝืนยิ้มกลบเกลือนความตื่นตระหนก
“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผม” ทั้งสองตอบเสียงเรียบแล้วผายมือเชิญ
ศิศิรากอดกระเป๋าถือของตัวเองแล้วเดินเข้าไปในลิฟต์ บอดี้การ์ดสองคนนั้นก็เข้าตามมาด้วย ผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์ยืนบังเธอมิดชิด ความกดดันทำให้เธอตัวแข็งทื่อ เมื่อคืนเธอทำอะไรลงไป เธอไปยุ่งกับคนแบบไหนกันเนี้ย
“ถึงแล้วครับคุณผู้หญิง”
“คะ? ค่ะ ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวก้าวออกมาจากลิฟต์แล้วรีบพูดขึ้น “ไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะ ฉันกลับเองได้ ขอตัวก่อนนะคะ ฉัน...ฉัน..ขอตัวค่ะ”
“คุณผู้หญิงครับ คุณผู้ชายบอกว่า...”
“ฉันสัญญาค่ะ! ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด ชื่อเขาฉันก็ไม่รู้ค่ะ รับรองว่าถ้าเจอหน้ากันฉันจะรีบหลบให้พ้นทาง!”
เธอกอดกระเป๋าแล้วแทบจะวิ่งหนีทันที เธอไม่ได้สนใจว่าสองคนนั้นจะพูดอะไร ทันทีที่เข้ามาในห้องพักของตนเองได้ เธอก็กวาดทุกอย่างใส่กระเป๋าเดินทาง เธอต้องเช็กเอาท์ออกก่อนเที่ยง และ...เธอตั้งใจแล้วว่าจะไม่กลับมากรุงเทพฯอีก ผู้ชายอันตรายแบบนั้น คงไม่มีโอกาสได้พบกันอีกแล้ว!
