บทที่ 9 ตามหาคน
‘นางฟ้าของพี่ เธออยู่ที่ไหน’
ชายหนุ่มมองข้อความจากจอโทรศัพท์มือถือ ร่างสูงโปร่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ผู้บริหารหรูหราพลางหลับตาอย่างอ่อนล้า เขาเข้าใจสิ่งที่น้องสาวเผชิญอยู่และเป็นเขาที่สนับสนุนให้เธอเดินทางท่องเที่ยว ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระก่อนจะต้องแต่งงานตามเงื่อนไขของตระกูลวูลฟ์ ที่มีพันธะสัญญากับตระกูลโวลคอฟ
คู่หมั้นของแองเจิ้ลคือนิโคไล โวลคอฟ
ตระกูลวูลฟ์มีกิจการอสังหาริมทรัพย์,โลจิสติก,และการสื่อสาร เรียกว่าครึ่งประเทศเป็นของวูลฟ์ แต่กว่าถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เบื้องหน้าคือธุรกิจใสสะอาด แต่ความดำมืดนั้นมีตระกูลโวลคอฟคอยจัดการให้ การแต่งงานระหว่างสองครอบครัวจึงเหมือนกันส่งตัวประกันให้อีกฝ่ายมากกว่าจะเรียกว่าการแต่งงาน
นี่มันค.ศ.2026 แล้วและตระวูลฟ์ก็แข็งแกร่งพอจะไม่ต้องอยู่ใต้เงาของผู้ใด ในฐานะที่เขาเป็นประมุขของตระกูลวูลฟ์ เขายินดีทำธุรกิจร่วมกับโวลคอฟ แต่ไม่ต้องให้ใครมาบงการ
“นายท่าน ได้ที่พิกัดที่อยู่ของคุณหนูแองเจิ้ลแล้วครับ”
“ที่ไหน?” เขาถามทั้งที่ปิดเปลือกตาอยู่
“เมืองไทยครับ”
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วลืมตาขึ้น “ให้ชัดกว่านี้”
“ภาคเหนือครับ”
คราวนี้หางตาของชายหนุ่มกระตุก เขายันกายขึ้นจากเก้าอี้แล้วส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมขนาดที่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายตัวโตยังผวา
“ไม่มีใครอบรมหรือไง เวลารายงานให้ละเอียด ระบุพิกัดมาเลย ไม่ใช่ต้องถามตอบไปที่ละประโยคแบบนี้!”
“ขอโทษครับนายท่าน”
“ไร้ประสิทธิภาพ! ย้ายไปตำแหน่งคนสวน!”
วิลล์ ทอมสัน ผู้เป็นทั้งมือขวาและเลขาส่วนตัวของเอเดรียน วูลฟ์ เพราะทำงานร่วมกันมายาวนานเข้าสู่ปีที่สิบ เห็นเจ้านายอารมณ์ไม่ดีก่อนที่ลูกน้องจะทำให้หงุดหงิดมากไปกว่านี้จึง เดินเข้ามาแล้วพูดขึ้น
“นายท่านโปรดใจเย็น ทีมของเรากำลังรวบรวมข้อมูลอย่างเต็มความสามารถ คิดว่าไม่เกินสองชั่วโมงต้องระบุพิกัดและรายละเอียดอื่นๆ ได้อย่างแน่นอนครับท่าน”
เอเดรียนพยายามสงบใจลงไม่อย่างนั้นเขาได้ยกเท้ากระทืบคนระบายโมโหแน่นอน วิลล์เห็นว่าเจ้านายไม่เอาเรื่องลูกน้องแล้วจึงพยักหน้าให้ลูกน้องรีบออกไปไม่อย่างนั้นจากบอร์ดี้การ์ดได้กลายเป็นคนทำสวน
“เป็นความผิดฉัน” เอเดรียมพูดออกมาแล้วมองไปนอกหน้าต่างห้องทำงานชั้นที่ยี่สิบ “ฉันเป็นคนนำให้แองเจิ้ลมาเมืองไทย ถ้าแองเจิ้ลเป็นอะไรไป...”
“นายท่านครับ ผมคิดว่าคุณแองเจิ้ลอาจแค่ต้องการเวลาสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะ เอ่อ แต่งานเข้าตระกูลโวลคอฟครับ การที่ติดต่อไม่ได้คงเป็นเพราะคุณแองเจิ้ลไม่ต้องการให้ตามตัวมากกว่าครับ”
“ตอนที่อยู่กรุงเทพฯ ยังได้เจอกัน ตอนนี้ขึ้นเหนือกลายเป็นว่าติดต่อไม่ได้ จะให้เข้าใจว่ายังไง ศัตรูของวูลฟ์มีอยู่ทั่วทุกที ความปลอดภัยของแองเจิ้ล ฉันต้องเป็นคนรับผิดชอบ”
“ปัญหาจริงๆ ก็คือคุณแองเจิ้ลไม่อยากแต่งงานกับนิโคไล โวลคอฟต่างหากครับ”
ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ลง เรื่องนี้ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เสียงโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มดังขึ้น เขาเอื้อมมือไปหยิบและชื่อผู้โทรเข้ามาก็รีบกดรับสายทันที และใช้อีกมือโบกให้เลขาออกไปข้างนอกก่อน
“เอ็ด...”
“ครับแม่”
“ได้ข่าวแองเจิ้ลหรือยัง”
“เอ่อ...”
“อย่าโกหกแม่”
“ยังติดต่อไม่ได้ครับ แต่เมื่อครู่ได้รับข้อความจากน้องว่าไม่ต้องเป็นห่วง”
เอเดรียนได้ยินเสียงถอนหายใจของมารดา
“แม่รู้ว่าแองเจิ้ลกดดันเรื่องการแต่งงานเข้าตระกูลโวลคอฟ ถ้าเจอแองเจิ้ลแล้วก็อย่าโกรธน้องนะ”
“ผมไม่เคยโกรธแองเจิ้ล” เขาตอบตามจริง ตอนนี้เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของน้องสาวมากกว่า แม้ว่าแองเจิ้ลไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง แต่เขาก็เติบโตมาพร้อมกับแองเจิ้ล เห็นเธอตั้งแต่ยังเป็นเด็กและเติบโตขึ้นทุกวัน ไม่ว่าเธอจะฝึกขี่ม้าครั้งแรกหรือขับรถยนต์ เขาก็เป็นคนสอนเธอด้วยตัวเอง ทุกช่วงเวลามีเขาอยู่เคียงข้างเสมอ ความสนิทสนมจึงไม่ต่างจากน้องสาวร่วมสายเลือด
“แม่ก็ไม่อยากกดดันลูก ตอนนี้ลูกเป็นผู้บริหารกิจการของวูลฟ์ แต่จะทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้”
“เรื่องนั้นผมทราบดีครับ”
“แม่รู้ว่าเอ็ดอยากเปลี่ยนแปลง แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ลูกต้องใจเย็นให้มากกว่านี้”
“ขอบคุณที่เตือนครับแม่”
“แล้วนี่...โกรธคุณปู่หรือเปล่า ส่งลูกไปอยู่เมืองไทย”
“ปกติผมก็ไปๆมาๆ อยู่แล้ว”
เขาหัวเราะในลำคอ และใช่...ปกติเขาต้องมาดูกิจการที่เมืองไทยอยู่แล้ว เพียงแค่เมื่อสามเดือนก่อน เขาเป็นคนต่อต้านเรื่องที่ต้องแต่งงานตามพันธะสัญญา สำหรับมาเฟียอย่างพวกเขา พันธะสัญญาคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากกว่าคำสัญญาเสียอีก จะเรียกว่าแต่งงานได้อย่างไร นี่มันการแลกเปลี่ยนตัวประกันชัดๆ นี่ทำให้เขาทะเลาะกับปู่ และเพื่อไม่ให้เขาขัดขวางการแต่งงานครั้งนี้จึงถูกถีบส่งมาอยู่เมืองไทย แต่ก่อนเดินทางมานั้น เขาเสนอให้แองเจิ้ลได้ท่องเที่ยวตามใจสักเดือนสองเดือนก่อนแต่งงาน จากนั้นเขาก็มาเมืองไทย ไม่นานก็แม่ก็บอกเขาว่าแองเจิ้ลมาเมืองไทย และได้เจอน้องสาวอยู่หลายวันก่อนที่แองเจิ้ลจะออกจากบ้านพักโดยบอกว่าอยากไปเที่ยวทะเล เขาเป็นคนสั่งเลขาให้จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินและที่พัก แองเจิ้ลออกจากบ้านพัก แต่ไม่ได้ทะเล เธอไปที่อื่น แรกๆ ยังพอติดต่อได้ เขาจึงไม่ได้เป็นกังวลนัก จนวันนี้...
“เอ็ด ได้ข่าวแองเจิ้ลแล้วบอกแม่ด้วยนะ แม่ก็เห็นแองเจิ้ลเป็นลูกสาวคนหนึ่งก็ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา”
“ผมทราบครับแม่”
เอเดรียนพูดคุยกับแม่กับสองสามประโยคจึงตัดสาย ชายหนุ่มโยนสมาร์ทโฟนลงบนโต๊ะทำงานแล้วขยับเนคไท นึกอยากดื่มเหล้าขึ้นมาทันที พอคิดอยากเปิดไวน์กก็ดันนึกถึงผู้หญิงคนนั้น บ้าจริง! นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกผู้หญิงทิ้ง ผู้หญิงคนแรกที่ได้หลับบนเตียงเดียวกับเขา ใครจะคิดว่าคนอย่างเอเดรียม วูลฟ์จะถูกผู้หญิงทิ้งได้ เขาแค่ออกไปประชุมงาน อุตส่าห์ให้คนไปส่ง แต่ใครจะคิดว่าเธอแอบหนีกลับโดยไม่ทิ้งอะไรให้เขาติดต่อเลยสักนิด
คราบเลือดจางๆ บนที่นอนนั้น ยังรบกวนจิตใจเขามาถึงตอนนี้
