บทที่ 12 หนีไม่พ้น
EP12. หนีไม่พ้น
สามวันต่อมา
@Must Victory
เสียงประตูถูกผลักออกมาจากด้านในอย่างแรกทำเอาวิวที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าประตูบานใหญ่รีบลุกขึ้นอย่างรนรานเพราะความตกใจ มาติเนสผลักประตูออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้กำลังถะมึงทึงอย่างหน้ากลัว หากมีพนักงานเผลอขึ้นมาเห็นมาติเนสตอนทำหน้าโหดๆเช่นนี้คงได้ฉี่ราดลงพื้นกันหมดแน่!
“เจ้านายเป็นอะไรครับ!” วิวมองเลยเจ้านายสุดที่รักเข้าไปในห้องทำงานสุดหรู เขากำลังหาสาเหตุที่ทำให้เจ้านายของเขาเป็นเช่นนี้ได้ แต่วิวก็ไม่พบถึงความผิดปกติใดๆ
“ฉันทนไม่ไหวแล้ว! วันนี้ขอยกเลิกงานที่มีทั้งหมด ฉันจะลาพักร้อนหนึ่งอาทิตย์”น้ำเสียงร้อนรุ่มเอ่ยออกมาทำเอาลูกน้องคนสนิทถึงทำอ้าปากค้าง ร้อยวันพันปีเจ้านายไม่เคยนึกอยากจะลางาน นี่เขากำลังหูฝาดไปใช่ไหม วิวนึกในใจ
“นายครับ พูดอีกทีได้ไหม เมื่อกี้ผมได้ยินนายบอกว่าจะขอลา….”
“เออ ลางานหนึ่งอาทิตย์เลื่อนทุกอย่างไปให้หมด ใครรอได้ก็รอ รอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ” พูดจบมาติเนสก็หันมาหรี่ตาใส่ลูกน้องคนสนิท เขาอยากรู้ว่ามันจะกล้าขัดอะไรเขาอีกไหม เมื่อเห็นเขาเอาจริงแบบนี้
เพราะตลอดทั้งสามวันที่ผ่านมา เขาต้องทำงานจนหามรุ่งหามค่ำ ไม่ได้นอนที่นี่ค้างคืนก็บุญแค่ไหนแล้ว จะปลีกตัวไปไหนก็ไม่ได้ เอกสารกองตรงหน้าวุ่นวายไปไหม แถมยังต้องลงไปเช็คระบบที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ที่คาสิโนอีก
เขาพลาดโอกาสไปเจอกับนาริกาถึงสามวัน! ดูเหมือนเธอจะใช้ชีวิตได้แบบปกติสุขสุดๆ แต่เขากลับไม่ เขานอนฝันถึงเธอจนลูกชายกลางเป้าผงาดง้ำจนปวดหนึบไปหมด ถ้าได้ฟันเธออีกครั้งเมื่อไหร่ เขาจะเอาให้คลานลงเตียงไม่ไหวเลยคอยดูเถอะ โทษฐานที่บังอาจหลบหน้าเขาได้สำเร็จ ประจวบเหมาะกับช่วงนี้เขางานยุ่งรัดตัว เธอถึงเลี่ยงเขาได้ทันเวลาตลอด
วันนี้เขาตั้งใจจะโทรไปหาเธอ เพราะว่าคิดถึงละมั้ง ถึงได้ตัดสินใจกดโทรออก แต่สิ่งที่ชายหนุ่มผู้ไม่ชอบโทรหาใครได้ตอบกลับมาคือ เธอไม่รับสาย! ความสุขุมนุ่มลึก หายไปจากคนเคยใจเย็นทันที มาติเนสคิดมากไปหมด เขากลัวเธอจะไปเจอหนุ่มๆแน่นๆ แล้วลืมคนแก่ๆอย่างเขาไปจนหมดสิ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นจะให้เขารอได้อย่างไร
เพราะฉนั้นวันนี้ ยังไงเขาก็ต้องได้เจอเธอ! จะไม่มีงานหรือใครหน้าไหนสามารถรั้งเขาเอาไว้ได้ทั้งนั้น! สายตาคมกริบละออกมาจากใบหน้าอันมึนงงของลูกน้องคนสนิท ก่อนจะกระชากร่างกำยำของตัวเองเดินตรงไปยังลิฟท์ทันที จุดมุ่งหมายของเขาต่อจากนี้คือ…..มหาลัยXX
“นายจะไปไหนครับ ให้ผมไปส่ง” วิวรีบวิ่งตามมา ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงจะกวนอารมณ์มาติเนสไปแล้ว แต่พอได้เห็นอารมณ์เกรี้ยวกราดเมื่อครู่ เขาเข้าใจได้ในทันทีว่านี่คือจุดที่มาติเนสทนไม่ไหวอีกต่อไป
“มหาลัยXX” คนตอบ ตอบในขณะที่คิ้วยังเกาะกันเป็นปลิง
“เอ่อ จะไปทำไมครับ”
“นาริกาไม่รับโทรศัพท์กู! วันนี้กูจะไปคุยให้รู้เรื่อง”
วิวแอบหัวเราะเยาะตัวเองที่มองเจ้านายตัวดีผิดไป เขาก็นึกว่าเจ้านายของตัวเองนั้นทำงานมากเกินไปจนเครียดจึงไม่กล้าขัดเรื่องที่จะขอลาพักร้อน แต่คำตอบของมาติเนสทำเอาเขาเหว๋อได้จริงๆ เจ้านายของเขากลายเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียวเพียงเพราะผู้หญิงไม่รับโทรศัพท์ ตั้งแต่มีนาริกาเข้ามาในชีวิต มาติเนสก็กลายเป็นคนที่เขาไม่เคยรู้จักเข้าไปทุกที เห็นทีเขาคงจะได้มีนายหญิงเร็วๆนี้ละม้้ง
อีกด้านของนาริกา
@มหาลัย
สาวน้อยเดินออกมาจากห้องสอบด้วยหน้าตาทรุดโทรมแถมสมองอ่อนล้า การสอบปลายภาคทำเอาเธอแทบจะไข้จับ เพราะมันเหนื่อยมากจริงๆ โชคดีที่อาทิตย์นี้เธอกัดฟันทำงานติดต่อกันสี่วัน จะได้มีเวลาพักผ่อนหลังจากสอบเสร็จเยอะๆ หลังจากนี้นาริกายังเหลือสอบอีกสองวัน เพราะงั้นเธอคงต้องรีบกลับไปอ่านหนังสืออีกเช่นเคย
นับเป็นเรื่องหน้ายินดีอย่างยิ่ง ที่สามวันก่อนหน้านี้เธอไม่ได้เจอกับมาติเนสเลย ถึงแม้เรื่องในวันนั้นจะยังคอยหลอกหลอนเธออยู่บ้าง แต่การไม่ได้เจอหน้าเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมานั้น มันช่วยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาได้มากทีเดียว
“นา…จะกลับแล้วหรอ” ต้นกล้าเพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องสอบ เดินเข้ามาหานาริกาด้วยความรู้สึกดีใจ
เขาแอบมองนาริกามาตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่งแล้ว แต่ด้วยความที่ต้นกล้าเป็นผู้ชายขี้อายจึงไม่กล้าทำอะไรมาก เขาทำได้แค่สอบถามสารทุกข์สุขดิบของเธอเท่านั้น
“อ้าว ต้นกล้า อื้อ เราจะกลับแล้วล่ะ ว่าจะไปนอนเสียหน่อย เมื่อคืนอ่านหนังสือดึกมากเลย”
นาริกาหันมายิ้มหวานใส่ ซึ่งรอยยิ้มของเธอนั้นทำเอาต้นกล้าตกอยู่ในภวังค์ทันที
“ให้เราขับรถไปส่งไหมล่ะ เราก็ว่าจะกลับห้องเหมือนกัน”
“ไม่เป็นไรๆ หอเราอยู่แค่นี้เอง เดินไปแปปเดียวก็ถึง”
เห็นเธอเกรงใจ ต้นกล้าก็ไม่กล้าคะยั้นคะยอจะไปส่งอีก เด็กหนุ่มเพียงแค่ขอเดินลงไปชั้นล่างพร้อมเธอเท่านั้น ซึ่งนาริกาก็ยินดี เพราะเดินลงไปกับเพื่อนสำหรับเธอก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไร
ในขณะเดียวกัน มาติเนสที่มาทันได้เห็นภาพบาดตาบาดใจพอดีก็รู้สึกร้อนรุ่มในใจอย่างบอกไม่ถูก ร่างสูงรีบก้าวเท้ายาวๆลงจากรถ เพื่อไปหาคนที่กำลังยืนคุยหัวเราะระริกระลี้อยู่กับชายหนุ่มชุดนักศึกษานั้นด้วยหน้าตาบอกบุญไม่รับ
วิวไม่ทันจะได้อ้าปากท้วงอะไร เจ้านายหนุ่มก็เดินหนีเขาไปอีกฝากของถนนแล้ว ลูกน้องคนสนิทนั่งส่ายหัวให้ภาพนั้นอยู่ในรถ จะว่าไปมาติเนสพอได้ยืนเคียงคู่กับนาริกาแล้วก็ดูเหมือนพ่อกับลูกเหมือนกันแฮะ
“หมดกันเจ้านายกู มาตกม้าตายเพราะเด็กมหาลัย”
นาริกาหุบยิ้มอัตโนมัติเมื่อหันไปเจอคนที่ตัวเองไม่อยากเจอมากที่สุดกำลังเดินโทงๆเข้ามาหาด้วยสีหน้าที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มาติเนสเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้ากายสาว ก่อนที่เขาจะหันไปจ้องต้นกล้าตาไม่กระพริบ ไอ้หน้าจืดนี่เป็นใคร….อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนของเธอ!
“คะคุณเนส….มาได้ไงคะ” นาริกาเริ่มหายใจติดขัดหัวใจขอเธอเริ่มเต้นแรงอีกครั้งเมื่อได้เห็นใบหน้าของเขาใกล้ๆ เหมือนสิ่งที่พยายามมาตลอดหลายวันมันจะพังทลายไปจนหมดสิ้นเสียแล้ว
( หมอนี่เป็นใคร ทำไมถึงมายืนหัวเราะกับมันแบบนี้! )
นั่นคือสิ่งที่สมองเขาอยากถามแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยออกไปเพราะกลัวเธอโกรธ
“ไปกับฉัน ฉันมีธุระจะคุยกับเธอ” มาติเนสละสายตาจากคนที่เขารู้สึกไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเจอ มาสนใจเจ้าของใบหน้าหวานแทน
ต้นกล้ามองคนทั้งสองสลับกันไปมา หัวใจหนุ่มน้อยเต้นระทึก เขามีความรู้สึกว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้กำลังมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร แถมหน้าตาของนาริกาก็ดูกระอักกระอ่วนสุดๆ ต้นกล้าจึงอดสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่ได้
“ธุระอะไรคะคุณเนส”
“อย่าถามมาก ตามฉันมาที่รถ เร็วๆด้วย” ว่าจบก็หันไปมองคู่อริทางใจอีกรอบเพื่อคาดโทษ
ต้นกล้ารู้สึกเสียวสันหลังวาบยังไงไม่รู้ ผู้ชายคนนี้คือเเฟนของนาริกาหรือเปล่าเขาก็ไม่แน่ใจ แต่อายุดูน่าจะห่างกันมาก ถึงหน้าตาของคนตรงหน้าจะหล่อและดูมีภูมิฐาน ถ้าให้พูดตามความจริงผู้ชายคนนั้นดูไม่เหมาะสมกับนาริกาเลยสักนิด เมื่อมาติเนสเดินกลับไปรอที่รถแล้ว ต้นกล้าที่เพิ่งหายใจได้สะดวกก็หันกลับมาสนใจนาริกาเหมือนเดิม
“ใครหรอนา”
“อ๋อ เจ้านายที่ทำงานของเราเอง เขาน่าจะอยากคุยเรื่องงานมั้ง งั้นนาไปก่อนนะต้นกล้า ไว้เจอกัน”
พูดจบนาริกาก็ปลีกตัวแยกออกมาคนเดียว สาวน้อยเดินตรงไปยังรถคันหรูที่สตาร์ทรถติดเอาไว้ เธอจำได้ว่ารถคันนั้นเป็นของเขา เมื่อเข้ามาในรถนาริกาก็รู้สึกใจชื้นที่ไม่ได้อยู่กับเขาเพียงลำพัง
“สวัสดีค่ะคุณวิว คุณเนสมีอะไรจะคุยกับนาหรอคะ” เธอถามออกมาเสียงใส อยากรีบคุยรีบจบจะได้กลับไปนอนพักผ่อน อยู่ใกล้เขานานๆมันไม่ดี ใจเธอสั่นคลอนไปหมดแล้ว
“ไม่ใช่ที่นี่ ออกรถเลย” มาติเนสหันไปคุยกับวิว วันนี้ยังไงเขาจะทำให้แม่ตัวดียอมตกลงกับข้อเสนอนั่นให้ได้ เขาจะไม่ยอมกลับไปมือเปล่าแน่!
“กลับเพ้นท์เฮ้าส์ใช่ไหมครับ”
“ไม่….ไปห้องเธอ” เขาหันมาจ้องคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะหรี่ตาลงเพื่อเพิ่มความโหด ซึ่งแววตานั้นสามารถทำให้นาริกาสะอึกได้อย่างง่ายดาย
( ทำไมวันนี้เขาดูโหดจัง เหมือนจะกินหัวเราเลยอะ T-T )
“เอ่อ….คะคุณเนสจะไปห้องนาทำไมหรอคะ” ห้องเธอแคบอย่างกะรูหนู ต่างจากห้องของเขาลิบลับ ใครจะอยากให้ไปล่ะ
“ก็บอกว่าฉันมีเรื่องจะคุย ทำไม…หรือเธอซ่อนใครไว้ในห้องงั้นหรอ” พอเป็นเรื่องของเธอ เขากลับกลายเป็นคนไม่มีเหตุผลขึ้นมาทุกที
“คุณเนสเห็นนาเป็นคนยังไงคะ! ทำไมนาต้องซ่อนใครไว้ในห้องด้วย เอาเลยค่ะ อยากไปก็ไป แต่ห้องนาแคบไม่ใหญ่เท่าห้องของคุณเนสหรอกนะคะ”
เธอคร้านจะเถียง! พูดจบนาริกาก็สะบัดหน้าหนี เธอนั่งกอดอก หันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างด้วยอารมณ์น้อยใจที่เขาพูดเหมือนเธอเป็นผู้หญิงง่ายๆ ที่เที่ยวพาผู้ชายขึ้นห้องไปทั่ว ทั้งๆที่เขาเป็นผู่ชายคนแรกของเธอด้วยซ้ำ อย่างน้อยๆเขาก็นาาจะมองเธอในแง่ดีกว่านี้
เหมือนมาติเนสจะเพิ่งรู้ตัวว่าเขาเผลอพูดอะไรที่ไม่ทันคิดออกไปเสียแล้ว หนุ่มวัย 35 ปี ได้แต่นั่งถอนหายใจก่อนจะรีบหันมาแก้ต่างให้ตัวเองแบบน้ำขุ่นๆ
“ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นเสียหน่อยนาริกา”
“อ๋อ หรอคะ ค่ะ นาจะเชื่อ!”
มาติเนสเหล่ตาหันมามองคนขับรถ แล้วเขาก็ได้พบกับลูกน้องคนสนิทที่กำลังนั่งกลั้นขำอยู่ ขืนเขาง้อเธอให้มันเห็น เขาคงโดนล้อไปสามชาติแน่ ร่างหนาจึงทำตาดุใส่วิวไปอย่างคาดโทษ เขาเลือกที่จะพับเก็บคำง้องอนของตัวเองเอาไว้ ไว้ค่อยไปแถลงไขความเข้าใจให้เธอใหม่ตอนที่อยู่ด้วยกันสองคนก็แล้วกัน
จากนั้นจึงไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาอีก ถึงนาริกาจะสงสัยอยู่มากว่าวิวรู้ทางมาห้องของเธอได้ไง แต่ก็ไม่คิดถาม นาริกาปล่อยให้มาติเนสเดินตามขึ้นมาบนห้องเงียบๆ เธออยู่ชั้นสาม ที่นี่ไม่มีลิฟท์อย่างเพ้นส์เฮ้าส์ของเขา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยบอกอะไร นาริกาอยากแกล้งให้เขาเหนื่อย เธออยากเอาคืนที่เขากล้าต่อว่าเธอด้วยถ้อยคำร้ายกาจตอนอยู่บนรถ
