บทที่ 2 เธอไม่เหมือนใคร

  EP2. เธอไม่เหมือนใคร 

  “เงยหน้าขึ้นมา มัวแต่ก้มแบบนี้ฉันจะสอนงานได้ยังไง”

  นาริกาสะดุ้งโหยงเมื่อรับรู้ได้ถึงการก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอ ร่างเล็กตกใจถอยหนีอย่างเร็ว เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอหน้าของคนโตตัวเต็มๆ เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเกือบจะจมูกชนกับเธออยู่แล้ว 

  “อะเอ่อ ขะขอโทษค่ะ จะให้เริ่มทำอะไรก่อนดีคะ”

  เธอถอยหลังออกไปอีกเล็กน้อยก่อนจะยืนในท่าเรียบร้อยที่สุด ตอนนี้เธอเกร็งจนแทบจะทำอะไรไม่ถูกอยู่แล้ว 

  ร่างสูงยกนาฬิกาขึ้นมาเช็คเวลา วันนี้เขามีประชุมตอนสิบโมงครี่ง ตอนนี้แปดโมงสี่สิบ เขายังพอมีเวลาทานข้าวเช้าอยู่ ตอนแรกกะจะออกไปกินข้าวนอก แต่พอเห็นพนักงานใหม่แล้วอยากจะทดลองงานเล็กๆน้อยๆสักหน่อย 

  “อย่างแรกที่เธอต้องทำคือทำอาหารเช้าให้ฉันกิน ฉันมีเวลาให้เธอยี่สิบนาที”

  “ห๊า ทะทำอาหารหรอคะ”

  ที่เธอตกใจไม่ใช่อะไรหรอกนะ เธอไม่ยักรู้มาก่อนว่าจะต้องทำอาหารให้เขาทานด้วย เธอเคยทำกินแค่คนเดียว ไม่เคยทำให้คนอื่นกินเสียหน่อย หากเขากินแล้วท้องเสียขึ้นมา เธอไม่ต้องชดใช้คาเสียหายหรือไง 

  “ใช่ อย่าบอกนะว่าเธอทำอาหารไม่เป็น”

  “เอ่อ ทำเป็นค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าคุณจะทานได้หรือเปล่า”

  “เรียกฉันว่า ‘คุณเนส’ เอาล่ะนาริกา อย่ามัวแต่ชักช้า เดี๋ยวฉันจะไปไม่ทันประชุม ทำอะไรก็ได้ง่ายๆ มีไข่ ไส้กรอก เบค่อน อยู่ในตู้เย็น ทำมาสองจาน ฉันจะนั่งรอที่บาร์ตรงนั้น”

  มือหนาชี้ไปยังบริเวณบาร์สีขาวสะอาดที่เขาชอบใช้นั่งทานข้าวเป็นคนเดียวประจำ ซึ่งบาร์นั้นมันหันหน้าหาเข้าเตอร์ครัว นั่นก็หมายความว่าเขาจะนั่งดูเธอทำอาหารงั้นหรอ แถมให้เธอทำตั้งสองจานอีก เขาจะกินเยอะอะไรเบอร์นั้น 

  “ค่ะ”

  ร่างบางตอบรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ นาริกาทำใจกล้าเดินเข้าไปในครัวของเขาพร้อมกับเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อดูวัตถุดิบ และเธอก็ได้พบกับสิ่งที่เขาบอก นั่นก็คือ เบค่อน ไข่ ไส้กรอก แฮม ดูๆไปเขาก็น่าจะเป็นคนชอบทำอาหารเหมือนกันนะ เพราะของสดเต็มตู้เย็นไปหมดเลย แถมอุปกรณ์ก็ครบครันอีกด้วย ถึงจะรู้สึกเกร็งอยู่บ้างที่โดนเขาจ้องมองไม่วางตา แต่นาริกาก็เลือกที่จะไม่สนใจ เธอทำหน้าที่ของตัวเองไปเงียบๆ จนลืมไปแล้วว่ากำลังนั่งมองอยู่ 

  มาติเนสมองดูร่างเล็กเคลื่อนตัวอย่างคล่องแคล่ว ถ้าเป็นแม่บ้านคนผ่านๆมา อย่าหวังเลยว่าเขาจะยอมให้ทำอะไรแบบนี้กับครัวอันสุดที่รักของเขา ก้นงอนๆที่กำลังยุกยิกๆอยู่นั่น ทำเอาหนุ่ใหญ่ไม่สามารถละสายตาออกจากมันได้ โดยปกติแล้ว เขาไม่ใช่ชายที่จะสนใจผู้หญิงได้ง่ายๆ แต่ตอนนี้มันกำลังไม่ปกติ 

  มีผู้หญิงมากมายที่ได้รู้จักเขา พวกหล่อนมักมีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นก็คือการได้ลองขึ้นเตียงกับเขาสักครั้งเพื่อแลกกับเงินหลายแสนบาท คนอย่างเขาไม่ได้มีคนรักเคียงคู่กายมานานมากแล้ว จึงไม่แปลกที่เรื่องอย่างว่าเขาจะซื้อกินมาโดยตลอด แต่กว่าจะหาใครสักคนมาขึ้นเตียงด้วยได้ ชายหนุ่มก็ค่อนข้างที่จะมีกฎในการคัดคนมากมายเลยทีเดียว ทำให้เขากลายเป็นคนที่ดูเรื่องมากไปหมดซะทุกเรื่อง 

  เช่นเดียวกับการคัดคนเข้ามาทำงาน ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดจะชายตาแลแม่บ้านคนไหนมาก่อน จนกระทั่งมาเจอเธอ…ผู้หญิงที่ดึงดูดความสนใจของเขาตั้งแต่แรกเห็น ดวงตากลมโตสุกใส กับริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูธรรมชาติ ดูปร๊าดเดียวเขาก็รู้แล้วว่าเธอแทบไม่ได้แต่งเครื่องประทินโฉมใดๆเอาไว้บนใบหน้าเนียนใสนั่นเลย แต่น่าแปลกที่เธอดูน่าค้นหาสำหรับเขา 

  “เธออายุเท่าไหร่ สิบแปดหรือยัง”

  น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นมา ตอนนี้เขาเท้าคางมองเธอทำอาหารอย่างสบายอารมณ์ ที่เขาต้องถามเพราะอยากรู้ว่าเธอโตพอที่จะทำอะไรๆเธอได้หรือยัง 

  “ยี่สิบแล้วค่ะ” เธอตอบกลับมาโดยไม่ได้หันมามองเขา

  คริสเตียนยิ้มเยาะอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยินดังนั้น หน้าตาเธอดูจิ้มลิ้มเหมือนเด็กเขาจึงนึกว่าเธออายุยังไม่ถึงสิบแปด แต่ถ้าไม่ได้มองหน้า มองแต่ร่างอรชรนั่น เขาคง/คิดว่าเธอโตเป็นสาวเต็มตัวเสียแล้ว หน้าอกที่มันนูนขึ้นมานั่น มองดูจากดาวอังคารก็รู้ว่าขนาดของมันน่าจะทะลักออกมาล้นมือของเขาแน่ๆ แค่เธอใส่เสื้อปกติทำงานมันแทบจะปริออกมาเสียขนาดนั้น เอวคอดกิ่วของเธอหากเขาจับมันจะหักไปเลยไหม เขานึกสงสัยอยู่พักใหญ่ แถมสิ่งที่น่ามองโคตรๆก็คือก้นเด้งๆของเธอนั่นอีก เฮ้อ….หุ่นเซ็กซี่เป็นบ้า! 

  “เสร็จแล้วค่ะ”

  เขามัวแต่มองหุ่นเธอเพลินเกินไป รู้ตัวอีกทีอาหารเช้าทั้งสองจานก็วางอยู่หน้าเขาเสียแล้ว มือหนาเลื่อนจานหนึ่งใบไปไว้ตรงหน้าเธอ เขาไม่ได้คิดจะกินคนเดียวทั้งสองจานอยู่แล้ว อีกจานนึงเขาให้เธอทำเผื่อตัวเองต่างหาก 

  “นั่งลงกินเป็นเพื่อนฉัน” น้ำเสียงเข้มเอ่ยแกมบังคับ 

  “ให้ฉันกินหรอคะ” เธอขมวดคิ้วยกใหญ่ มีอย่างที่ไหน ให้ลูกน้องนั่งกินข้าวกับเจ้านายได้ด้วย 

  “อืม เธอกินข้าวเช้ามาหรือยังล่ะ”

  “ยะยังค่ะ” เอาจริงๆเธอก็กำลังหิวอยู่นั่นแหละ ปกติเธอกินข้าวเช้าทุกวัน แต่วันนี้ได้เริ่มงานวันแรก จึงตื่นเต้น จนเตรียมตัวล่กไปหมดตั้งแต่เช้า และสุดท้ายเธอก็ไม่ได้ทานอะไรก่อนมาทำงานเลย 

  “นั่งลงฉันจะได้รีบสอนงาน” เขาว่าเสียงดุ นาริกาจึงรีบนั่งลงอย่างรวดเร็ว 

  “สักครู่นะคะ ฉันขอเอาโทรศัพท์มาจดงานก่อน”

  เธอว่าพลางล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเอาโทรศัพท์เครื่องละไม่กี่พันบาท ขึ้นมาเพื่อเปิดโน๊ต เธอจะจดทุกอย่างเอาไว้ในนี้เพื่อทวนความจำ มาติเนสมองโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ดูจะมีอายุการใช้งานมานานหลายปีแล้วด้วยสีหน้าเรียบเฉย ผู้หญิงคนนี้น่าจะมีเรื่องราวให้เขาค้นหาอยู่มากทีเดียว 

  “แน่ใจนะว่ามันยังใช้การได้”

  “ได้สิคะ แม่กับพ่อฉันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเลยนะ”

  ดูเหมือนเธอจะลืมตัวจนหายเกร็งไปแล้ว ทุกคไพูดคำจาของเธอเวลาที่พูดถึงพ่อกับแม่มักจะดูภูมิใจในตัวพวกท่านเสมอ นี่เป็นอีกหนึ่งข้อที่เขาชอบ…เธอ 

  “งั้นก็พิมพ์ให้ทันล่ะ เธอเลือกวันทำงานได้เลย อาทิตย์ละสี่วัน ผ้าปูที่นอนเปลี่ยนอาทิตย์ละสองครั้ง ผ้าซักอาทิตย์ล่ะหนึ่งครั้งก็พอ เครื่องซักผ้าทุกอย่างที่ต้องการใช้อยู่ในห้องน้ำ จะมีห้องติดกันเป็นห้องเก็บของทำความสะอาด”

  “ช้าๆสิคะ พิมพ์ไม่ทันค่ะ”

  เขาส่ายหัวให้เธอน้อยๆ เห็นเธอกำลังตั้งใจจดมาติเนสจึงไม่ได้ว่าอะไร ชายหนุ่มหยิบเอาซอสมาเทใส่ไข่ดาวไปพลางๆกินอาหารรอเธอ ในระหว่างที่กำลังตั้งใจจด 

  “เสร็จแล้วค่ะ ว่าต่อเลย”

  “ทำความสะอาดก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่กวาดถูกทุกห้องปกติ ล้างห้องน้ำ รดน้ำต้นไม้ตรงระเบียงห้องนอนให้ฉันด้วย ทำงานเสร็จก็กลับได้เลย ฉันไม่ซีเรียสเรื่องเวลา”

  นาริกาพยักหน้าเข้าใจ เธอจดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เก็บโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋าตามเดิม นาริกานั่งทานอาหารไปเงียบๆ จนกระทั่งเขาตักแฮมที่เหลืออยู่ในจานตัวเองมาให้เธอ เขาจะรู้ไหมว่าการทำแบบนี้มันทำให้ใจคอเธอไม่ดีเลยแฮะ 

  ( อย่าคิดอกุศลนะยัยนา เขาเป็นเจ้านายแถมรวยขั้นสุด เขาไม่ชายตาแลคนอย่างเราหรอก )

  “คิดอะไรอยู่นาริกา”

  ร่างบางสะดุ้งเฮือก ใบหน้าหล่อๆของเขามันทำให้เธอเริ่มสติกระเจิดกระเจิงอีกครั้ง มีหวังคืนนี้เธอคงเก็บเอาไปฝันว่าได้เป็นแฟนกับเขาแน่เลย 

  ( งื้อออ ไม่เอานะ! จะชอบเขาไม่ได้ เขาเป็นเจ้านาย ) 

  “ปะเปล่าค่ะคุณเนส อิ่มแล้วหรอคะ”

  “อืม กินให้หมดล่ะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว ฝากเธอเก็บจานล้างให้หน่อยนะ”

  “ได้ค่ะคุณเนส เดินทางปลอดภัยนะคะ”

  รอยยิ้มอันหวานหยดย้อยของเธอ ทำเอาใจแกร่งเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เขาเคยเห็นผู้หญิงยิ้มหวานเป็นร้อยเป็นพันคน แต่กับเธอ…รอยยิ้มของเธอมันตรึงเขาไว้จนอยากจะกระชากเธอเข้ามาจูบเสียให้ได้ 

  ( ไอ้บ้าเอ้ย! เป็นอะไรไปวะ ) 

  “อะอืม ก่อนฉันจะไปขอถามอะไรอย่างสิ”

  “ค่ะ ถามมาได้เลยค่ะ”

  “เธอ….รับงานอื่นนอกจากงานแม่บ้านด้วยหรือเปล่า”

  นาริกาทำหน้างง เขาหมายความว่ายังไง เธอควรจะตอบยังไงดีล่ะ เขาจะจ้างเธอทำงานอื่นเพิ่มเติมงั้นหรือ 

  “ตอนนี้ฉันทำงานเป็นแม่บ้านแค่อย่างเดียวค่ะ ไม่ได้รับงานอื่นด้วย แต่ถ้าคุณเนสอยากจ้างให้ทำอะไรเพิ่มเติมก็ได้นะคะ แต่ต้องดูตารางวันว่างอีกทีค่ะ”

  คนซื่อบื้ออย่างเธอจะรู้ไหมว่าเสือร้ายอย่างเขากำลังคิดอะไรอยู่ งานอื่นที่เขาหมายถึงงานนอนอ้าขาบนเตียงให้เขาเสพสุข งานที่ผู้หญิงหลายคนอยากทำแต่ไม่ได้ทำ  นับว่าเธอมีสิทธิเหนือคนอื่นๆเพราะเขาอยากจะชวนมาร่วมเตียงด้วยกัน 

  “งั้นสินะ งั้นฉันจะไม่เร่งก็แล้วกัน ถ้าทำงานเสร็จแล้วก็ลงไปด้านล่าง คนขับรถรอเธออยู่ที่นั่น บอกทางเขาให้ไปส่งได้เลย แล้วก็นี่ นามบัตรฉัน มีปัญหาหรือธุระอะไรแจ้งฉันได้โดยตรง ไม่ต้องติดต่อคุณเชอร์รี่อีกแล้ว ฉันไปล่ะ ไว้เจอกันนะ นาริกา…”

  เขายิ้มให้เธอหลังจากวางนามบัตรเอาไว้บนบาร์ ก่อนจะเดินหายไปจากห้อง ปล่อยให้นาริกางงงวยอยู่กับคำพูดอันแสนจะกำกวมของเขาอยู่คนเดียว 

  เขาไม่เคยเปิดทางให้ผู้หญิงคนไหนมากเท่าเธอมาก่อน เธอจะรู้ไหมว่าตัวเองมีสิทธิพิเศษมากแค่ไหน นามบัตรของเขาทำมาสิบปีก็แจกไม่หมด เพราะเขาไม่เคยคิดจะให้ใคร….นอกจากเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป