บทที่ 7 กฎเหล็กของเด็ก ม.ปลาย

บรรยากาศยามเช้าตรู่ของวันเปิดภาคเรียนใหม่ดูคึกคักเป็นพิเศษ ข้าวหอมใช้เวลาอยู่หน้ากระจกนานกว่าทุกวัน เด็กสาวหมุนตัวซ้ายขวาเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของชุดนักเรียนมัธยมปลายเต็มยศ

เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาปักอักษรย่อโรงเรียนที่อกขวา ชายเสื้อถูกสอดเก็บเข้าไปในกระโปรงสีกรมท่าอย่างเป็นระเบียบ คาดทับด้วยเข็มขัดหนังสีดำ ส่วนความยาวของกระโปรงนั้น... ระดับชายผ้าแตะพอดีกับหัวเข่าเป๊ะตามคำสั่งประกาศิตของใครบางคนแบบไม่มีขาดตกบกพร่อง

เธอรวบผมหางม้าผูกโบสีดำเรียบร้อย ก่อนจะคว้ากระเป๋านักเรียนแล้วก้าวลงบันไดมายังห้องอาหารชั้นล่าง

"ว้าว... หลานสาวป้าใส่ชุด ม.ปลาย แล้วดูโตเป็นสาวขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย"

คุณป้านภาเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นเด็กสาวเดินเข้ามา

"ขอบคุณค่ะคุณป้า"

ข้าวหอมยิ้มรับ ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ด้วยความนอบน้อม

ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าหวานก็มีอันต้องชะงักค้าง เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของคนที่นั่งจิบกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้าม

ภามอยู่ในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมคอสองเม็ด ทับด้วยเสื้อช็อปวิศวะสีเทาเข้มตัวเก่ง นัยน์ตาคมกริบสีรัตติกาลตวัดขึ้นมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังประเมินหาข้อบกพร่องทุกตารางนิ้ว

"กระโปรง... มันสั้นไปนิดนึงหรือเปล่า"

น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงการจับผิดดังขึ้น ข้าวหอมก้มลงมองกระโปรงตัวเองทันที

"สั้นตรงไหนคะ! นี่มันพอดีหัวเข่าเป๊ะเลยนะ พี่ภามอย่ามาหาเรื่องกันแต่เช้าได้ไหม ถ้าไม่เชื่อก็ไปเอาไม้บรรทัดมาวัดเลยสิคะ!"

ชายหนุ่มวางแก้วกาแฟลงบนจานรองเสียงดังกริ๊ก ร่างหนาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินอ้อมโต๊ะอาหารมาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาว นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างท้าทาย

"ไม่ต้องใช้ไม้บรรทัดหรอก สายตาฉันกะระยะไม่เคยพลาด"

ภามก้มหน้าลงมาใกล้จนข้าวหอมต้องแอบผงะถอยหลัง

"วันนี้อนุโลมให้ใส่ไปก่อน แต่ถ้าตอนเย็นกลับมาแล้วฉันเห็นว่ารอยจีบมันร่นขึ้นมาเหนือเข่าแม้แต่นิดเดียว พรุ่งนี้ฉันจะสั่งตัดกระโปรงยาวลากพื้นให้เธอใส่ไปเรียนแทน"

"พี่ภามเผด็จการ!"

"ตาภาม! เลิกแกล้งน้องได้แล้วลูก วันนี้น้องไปเรียนวันแรกนะ"

คุณป้านภารีบปรามลูกชาย ก่อนจะหันมาทางข้าวหอม

"หนูหอมรีบกินข้าวเถอะลูก เดี๋ยวสายแล้วตาภามจะขับรถไปส่งที่โรงเรียนนะจ๊ะ"

มื้ออาหารเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบอันแสนอึดอัด ข้าวหอมเดินกระแทกส้นเท้าตามร่างสูงไปขึ้นรถเอสยูวีคันใหญ่ ทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์ศิริพัฒน์ กฎเหล็ก ของผู้ปกครองจำเป็นก็เริ่มทำงาน

"เลิกเรียนแล้วต้องรอรถที่บ้านไปรับ ห้ามเถลไถลไปเดินห้าง ห้ามไปดูหนัง และที่สำคัญที่สุด... ห้ามไปกินขนมหรือหมูกระทะกับพวกเพื่อนผู้ชายเด็ดขาด"

ภามออกคำสั่งเสียงเข้ม สายตายังคงจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า

ข้าวหอมหันขวับไปจ้องหน้าคนขับ

"หนูไปเรียนนะคะ ไม่ได้ไปหาแฟน! ทำไมพี่ภามต้องตั้งกฎบ้าบออะไรเยอะแยะขนาดนี้ด้วย หนูอายุสิบห้าแล้วนะ ดูแลตัวเองได้!"

"สิบห้านี่แหละตัวดี หัวเลี้ยวหัวต่อ"

ชายหนุ่มสวนกลับทันควัน

"จำเอาไว้ว่าเธออยู่ในความดูแลของบ้านฉัน ถ้าเธอทำตัวมีปัญหา คนที่ต้องตามไปรับหน้าหน้าห้องปกครองก็คือฉัน... เพราะฉะนั้น ห้าม-มี-แฟน-เด็ด-ขาด!"

เด็กสาวเบ้ปากใส่คนขี้หวงอำนาจอย่างหมั่นไส้

"หนูไม่หาแฟนตอนเรียนหรอกน่า ขี้เกียจปวดหัว... แต่ถ้ามีคนมาจีบ หนูก็ห้ามเขาไม่ได้หรอกนะคะ คนมันหน้าตาดีอะเนอะ"

ประโยคท้าทายนั้นทำงานได้ผลชะงัด สันกรามของคนขับบดเข้าหากันจนเห็นเป็นสัน ท่อนแขนแกร่งที่เกาะกุมพวงมาลัยเกร็งแน่นขึ้น

คล้อยหลังรถเอสยูวีคันหรูที่แล่นออกจากคฤหาสน์ศิริพัฒน์ไปได้ไม่นาน บรรยากาศภายในห้องครัวกว้างของบ้านก็เริ่มมีเสียงซุบซิบดังขึ้น

แจ่ม สาวใช้รุ่นพี่สะกิดแขนเพื่อนแม่บ้านด้วยกันพลางชะเง้อคอมองออกไปทางหน้าบ้าน นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"พวกแกเห็นแววตาคุณภามตอนจ้องกระโปรงคุณหอมเมื่อเช้าไหม ดุอย่างกับเสือหวงเนื้อไม่มีผิด!"

แจ่มกระซิบกระซาบออกรส

"ฉันมาทำงานที่นี่ตั้งหลายปี ไม่เคยเห็นคุณชายแกจะมานั่งจุกจิกเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมของใครเลยนะ ขนาดแม่เชอรี่แฟนเก่าที่ว่าสวยๆ คุณชายแกยังไม่เคยมองหัวจดเท้าแบบนี้เลย"

"นั่นสิพี่แจ่ม"

สาวใช้อีกคนรีบผสมโรง

"แถมเมื่อกี้ตอนเดินไปขึ้นรถนะ ฉันแอบเห็นคุณชายทำหน้าดุใส่คุณหอมด้วย แต่สายตานี่สิ... มองตามน้องไม่กะพริบเลย ทำตัวเหมือนพ่อหวงลูกสาว หรือไม่ก็..."

"หรือไม่ก็อะไรของพวกเอ็ง!"

เสียงดุทรงพลังดังแทรกขึ้นมาทางประตูด้านหลัง ทำเอาวงนินทาแตกกระเจิง แจ่มและเพื่อนสาวใช้สะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองก็พบกับ ป้าอ้อย หัวหน้าแม่บ้านที่ยืนเท้าสะเอวหน้าตึงอยู่

"ปะ... ป้าอ้อย มาตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะ"

แจ่มยิ้มแห้ง

"ก็มาทันได้ยินพวกเอ็งปากหอยปากปูนินทาเจ้านายนั่นแหละ!"

ป้าอ้อยตวาดเสียงเขียว ชี้หน้าสาวใช้ทีละคน

"ว่างกันนักใช่ไหม งานการไม่มีทำหรือไงถึงได้มายืนจับกลุ่มกันแบบนี้ คุณภามท่านก็แค่ทำหน้าที่ดูแลคุณหอมแทนคุณผู้หญิงตามประสาผู้ใหญ่ดูแลเด็ก พวกเอ็งอย่ามาคิดอกุศลจับคู่เจ้านายส่งเดช ขืนคุณนภาหรือคุณภามมาได้ยินเข้า พวกเอ็งถูกไล่ออกจากบ้านแน่!"

สาวใช้ทั้งสองหน้าซีดเผือด รีบก้มหัวประหลกๆ

"ขอโทษจ้ะป้าอ้อย พวกฉันจะไม่พูดอีกแล้วจ้ะ"

"รู้แล้วก็แยกย้ายกันไปทำงานซะ ไปเช็ดถูห้องโถงให้สะอาดเลยไป๊!"

เมื่อไล่ตะเพิดสาวใช้จอมจุ้นจ้านไปได้แล้ว ป้าอ้อยก็ถอนหายใจยาว นางทอดสายตามองออกไปทางประตูหน้าบ้านที่รถของเจ้านายเพิ่งแล่นออกไปเมื่อครู่ ริมฝีปากอวบอิ่มของหัวหน้าแม่บ้านคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

ปากก็ดุปรามเด็กรับใช้ไปอย่างนั้น... แต่คนอาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างป้าอ้อย มีหรือจะมองไม่ออกว่าสายตาที่คุณชายภามใช้มองเด็กบ้านสวนคนนั้น มันมีความพิเศษ ซ่อนอยู่มากกว่าหน้าที่ผู้ปกครองจำเป็นอย่างแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป