บทที่ 7 ยัยเด็กเนิร์ด
พอเจนลดานั้นนัดกับเพื่อนเรียบร้อยแล้วเธอก็รีบเรียนภาคบ่ายต่อจนเสร็จ จากนั้นเธอก็รีบกลับบ้านไปเอาชุดแซ่บๆของเธอใส่ถุงกระดาษออกมา เพราะถ้าเธอใส่เสื้อผ้าแรดๆออกบ้าน พ่อของเธอต้องไม่ยอมแน่ๆ เธอเลยคิดว่าเธอไปแต่งตัวที่หอพักของเพื่อนสาวจะดีกว่า
“เจด้า นั่นลูกจะไปไหนน่ะ…พึ่งกลับเข้ามาเองไม่ใช่เหรอ” อัปสรเอ่ยถามลูกสาวไป เมื่อเจนลดานั้นเดินผ่านหน้าของเธอไป
“อ่อ คืนนี้หนูจะไปนอนกับแบมน่ะค่ะแม่….หนูขออนุญาติแม่เลยก็แล้วกันนะคะ” เจนลดาหันมายิ้มแห้งๆแล้วพูดบอกไปแบบเกร็งๆ
“จะไปเที่ยวล่ะสิ…อย่าคิดว่าแม่รู้ไม่ทันเรานะเจด้า….” อัปสรเอามือกอดกอดแล้วพูดไปอย่างรู้ทันลูกสาว เพราะเมื่อก่อนเวลาเธอไปนอนบ้านเพื่อนก็เพราะจะหนีเที่ยวแบบนี้นี่แหละ แล้วยิ่งลูกสาวเธอไม่ใช่เด็กเรียนอย่างนี้ มันก็น้อยมากที่ลูกสาวของเธอจะติวหนังสือน่ะ
“อิอิ….งั้นหนูขออนุญาตหนึ่งวันนะคะแม่…หนูสัญญาเลยค่ะว่าหนูจะดูแลตัวเองอย่างดี ไม่เมา ไม่ทำตัวไม่น่ารักเลยค่ะ” เจนลดาหันไปยิ้มให้แม่ของเธอ ก่อนจะพูดอ้อนๆของอนุญาตท่าน
“เฮ้อ…เราก็โตแล้วแม่จะไปห้ามเราได้ยังไงล่ะ ยุคสมัยนี้ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เราจะไปก็ไปได้ แม่ไม่ได้ว่าอะไร…แล้วคืนนี้จะกลับมานอนที่บ้านหรือจะไปนอนกับหนูแบมบี้” อัปสรเอ่ยถาม เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกสาวเธอขอเที่ยวกลางคืนน่ะ
“คงนอนกับแบมเลยค่ะแม่…ถ้าหนูกลับดึกมากๆ หนูกลัวแด๊ดกับพี่เจไดจะดุอ่ะค่ะ…” เจนลดาพูดบอกไปแล้วทำหน้ามุยขึ้นมา
“แล้วเขาไม่กลัวแม่จะดุเราหรือไงหึ…” อัปสรถามกลับลูกสาวแล้วมองหน้าอย่างหมั่นเขี้ยว
“ก็แม่ใจดีไงคะ ต่อให้แม่ดุหนูก็ไม่กลัวหรอกค่ะ อิอิ….พรึบ…ฝากแม่ช่วยเคลียร์กับแด๊ดแล้วก็พี่เจได้หน่อยนะคะ จุ๊บ….รักแม่ที่สุดเลยค่ะ” เจนลดาเข้าไปกอดแม่ของเธอแล้วขอร้องไปอย่างออดอ้อนเลย
“เฮ้อ…เรานี่น่ะ…ชอบทำให้แม่ลำบากอยู่เรื่อยเลยจริงๆ เดี๋ยวสองคนนั้นแม่จัดการให้ เราจะไปก็รีบไปก่อนที่แด๊ดกับพี่ชายเราจะกลับมาเถอะ…แล้วนี่มีเงินไหมจะไปเที่ยวเนี่ย” อัปสรถอนหายใจแล้วถามลูกสาวไปอย่างอยากรู้
“ก็พอมีนิดหน่อยค่ะแม่ แต่ถ้าได้อีกสักนิดมันก็คงจะดีมากๆเลย…” เจนลดาพูดบอกไปแล้วยิ้มแห้งๆใส่แม่ของเธอทันที เพราะท่านถามแบบนี้แล้วใจเธอฟูขึ้นมาทันทีเลย
“อืม…เดี๋ยวแม่จะโอนให้ก็แล้วกัน..” อัปสรตอบไปด้วยเสียงนิ่งๆ เพราะแต่ล่ะเดือนลูกสาวจะได้รับเงินเดือนล่ะสองถึงสามหมื่นบาทให้ไปบริหารเอาเอง เพราะถ้าให้มากกว่านี้ลูกสาวของเธอก็ใช้เงินเกินตัว ดังนั้นเธอจึงฝึกลูกๆของเธอให้ใช้เงินอย่างมีเหตุผลมาแต่เด็ก แต่กลับทำไม่ได้เลยสักคนก็เพราะเธอคอยสปอยลูกนี่แหละ จนสามีของเธอนั้นบ่นเธออยู่ตลอด
“อื้อ….ขอบคุณนะคะแม่ แม่ของหนูนี่น่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ จุ๊บ…..รักแม่นะคะ” เจนลดาได้ยินแบบนั้นก็รีบขอบคุณแม่ของเธอทันที ก่อนจะหอมแก้มท่านอย่างเอาใจ เพราะท่านแพ้ลูกอ้อนของเธอ
“แม่ก็รักลูกเหมือนกัน…ป่ะ จะไปก็รีบไป เดี๋ยวแด๊ดกับพี่เรากลับมาแล้วเจอ เดี๋ยวเราจะไม่ได้ไปซะเปล่าๆ…คืนนี้ถ้าเที่ยวเสร็จแล้วก็ส่งข้อความมาบอกแม่ด้วยนะ อย่าทำให้แม่เป็นห่วง” อัปสรพูดบอกไป เพราะนี่ก็ใกล้เวลาจะเลิกงานของสามีแล้ว ถ้ามาเจอลูกสาวจะออกไปแบบนี้ คงต้องมีห้ามกันแน่ๆ
“โอเค่ค่ะแม่…หนูไปนะคะ…” เจนลดาตอบไปแล้วเธอก็รีบเดินออกไปทันที เพราะเธอไม่อยากจะเจอพ่อและพี่ชายของเธอตอนนี้ ไม่งั้นความฝันที่เธอจะเที่ยวนั้นคงดับไป
ณ คลับคิงด้อมไพร์ส…
เพื่อนๆในกลุ่มของธามไทก็มากันครบพร้อมมีสายรหัสของพวกเขามานั่งจอยที่โต๊ะใกล้ๆกัน เพราะโซนนี้ทั้งโซนเป็นของกลุ่มพวกเขา และพวกหนุ่มๆก็อยู่โต๊ะวิไอพีของพวกเขาไม่ได้ไปรวมกับพวกน้องรหัสหลานเหลนรหัสของพวกเขา เพราะพวกเขาแค่ต้องการพามาเลี้ยงเหล้าและรู้จักกันเท่านั้น ซึ่งพวกเขาก็พูดคุยและแยกย้ายกันไปนั่งโต๊ะของกลุ่มใครกลุ่มมันไปแล้ว
“ไอ้ธาม…มาเที่ยวนะโว้ย มานั่งทำหน้าเซ็งทำไมวะ สาวๆมองแกแล้วส่งสายตามากันเพียบเลยนะโว้ย…ยิ้มหน่อยสิวะ” บอมพูดออกไป เพราะเพื่อนของเขานั่งทำหน้าเซ็งๆอยู่
“ไม่….แกจะยิ้มก็ยิ้มไปคนเดียวสิวะ…” ธามไธพูดตอบไปด้วยเสียงเรียบ เพราะเขาแค่ชอบมานั่งดื่ม ไม่ได้ชอบมาส่งสายตาให้สาวคนไหน แล้วเรื่องของเฟรีนก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา มันก็ยิ่งทำให้เขาสะอิดสะเอียนผู้หญิงที่เข้าหาเขา เพราะเขาไม่รู้เลยว่าลับหลังแล้วพวกเธอจะไปเอากับใครมาบ้าง…
“ไอ้เสือยิ้มยาก….แกนี่ใช้ความหล่อไม่คุ้มเลยจริงๆ…เป็นฉันนี่ฟาดทุกคนที่มาอ่อยฉันเลย” บอมพูดไปอย่างอดไม่ได้ เพราะเสียดายที่เพื่อนหนุ่มไม่สนใจใครเลย
“ก็เพราะแกหื่นแบบนี้ไงวะ สาวๆเขาถึงกลัวแกน่ะ…ฟันแล้วทิ้งใครเขาแบบนี้ใครเขาจะสนใจวะ ชื่อเสียงแกตอนนี้น่ะมันกระฉ่อนจนสาวๆในมหาลัยเขากลัวกันหมดแล้วนะโว้ย…แกเพลาๆบ้างก็ได้ไอ้บอม…” เจไดพูดเสริมไปอย่างอดไม่ได้ เพราะทั้งกลุ่มก็มีมันนี่แหละที่ชอบฟันสาวไปทั่ว
“ก็ช่างสิวะ ฉันก็ไปหาสาวจากที่อื่นได้นิวะ แกดูสิ ไม่ได้มีแค่เด็กมหาลัยเราสักหน่อย…ยังมีให้ฉันฟันได้อีกเยอะ…แกมาว่าแต่ฉัน แกเองก็ไม่ต่างกันไหมวะเจได…แกก็ไม่เคยคบใครจริงๆจังเลยสักคนนะโว้ย พวกเราน่ะศีลเสมอกัน ไม่งั้นคบกันไม่ได้หรอก” บอมพูดตอบกลับไป เพราะเพื่อนเขามันก็ร้ายพอกับเขานี่แหละ
“เออว่ะ…พูดถึงใจ ชนแก้วหน่อยโว้ย…” มาร์ชพูดไปแล้วเขาก็หยิบเหล้าขึ้นมาชนแก้วกับเพื่อนๆทันที พวกหนุ่มๆก็ชนกลับแล้วดื่มกันอย่างชิวๆ เพราะคืนนี้ยังอีกยาวไกล
ธามไทที่ดื่มแล้วก็วางแก้วไว้แล้วเขาก็เห็นสายตาของมาร์ชมองเขาแล้วก็ยิ้ม เขาก็มองมันแบบแปลกใจทันทีว่ามันมามองหน้าเขาแล้วยิ้มแบบนี้ทำไมกัน
“แกมองหน้าฉันแล้วยิ้มแบบนี้หมายความว่ายังไงวะไอ้มาร์ช….มีอะไรก็พูดมา” ธามไทพูดไปแล้วมองเพื่อนหนุ่มแบบจดจ้อง เพราะมันแปลกๆแบบนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ
“นี่ฉันทำอะไรนี่หลบสายตาของแกไม่ได้เลยใช่ไหมวะเนี่ย…เฮ้อ…เซ็งแม่ง…” มาร์ชพูดแล้วทำหน้าเซ็งๆออกมา เมื่อเพื่อนหนุ่มมันมองออกว่าเขานั้นมีอะไรในใจอยู่
“สรุปแกมามองฉันแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้มีไร…แกคิดจะทำอะไรพิเรนๆอีกวะ” ธามไทถามออกไปอย่างเดาๆ เพราะในกลุ่มนี้คนที่ชอบหาเรื่องให้เขาก็มีแค่มันนี่แหละ
“ฉันบอกยัยเด็กเนิร์ดนั่นให้มาหาแกที่นี่…” มาร์ชพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างกรุ้มกริ่มทันที จนธามไทที่ทำหน้ารื่นรมย์นั้นทำหน้าตึงขึ้นมาทันที
“เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยวนะโว้ย ไอ้มาร์ชมันชวนน้องเขามาเอง…” ชินรีบพูดปัดทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนหนุ่ม เขาว่าแล้วว่ามันต้องไปพอใจแน่ๆ
“แกจะไปบอกยัยนั่นให้มาที่นี่ทำไมวะ…” ธามไทถามเพื่อนหนุ่มไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง เพราะแค่ตอนกลางวันยัยนั่นยังทำให้เขาโมโหไม่พออีกหรือไง เพื่อนเขายังจะชวนยัยนั่นมาอีก
“ก็เห็นน้องเขารุกจีบแกแรงดี ฉันชอบว่ะ อยากจะรู้ว่าน้องเขายังจะใจกล้ามากกว่านี้อีกไหม ฉันชอบตอนที่เห็นแกเสียอาการกับน้องเขานิวะ มันฮาดี นานๆจะมีคนมาทำให้แกเขินได้…เอาน่า ขำๆไงวะ…” มาร์ชพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มออกมา
