บทที่ 3 ความน่ารักของมดตะนอย

พีร์ภูรินท์ก้าวลงจากรถ เขายังสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มตัวเดิมกับเมื่อวาน

แต่พับแขนขึ้นสูงจนเห็นเส้นเลือดที่ท่อนแขนชัดเจน ชายเสื้อหลุดรุ่ยออกนอกกางเกงสแล็กเล็กน้อย

ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึง เขากดล็อกรถด้วยสมาร์ตคีย์ เดินก้าวเท้ายาวตรงมาที่ประตูร้าน

กริ๊ง...

พีร์ภูรินท์ผลักประตูกระจกเข้ามา

บทสนทนาในร้านค่อย ๆ เบาลง

ลูกค้าหลายคนหันมองเขาโดยอัตโนมัติ

มือซ้ายของเขามีตุ๊กตากระต่ายสีตุ่นหูตกห้อยต่องแต่ง 

นิ้วชี้กับนิ้วโป้งคีบหูมันไว้ห่างตัวราวกับไม่อยากสัมผัส

"พ่อพร้อม!"

มดตะนอยทิ้งสีเทียนในมือ กระโดดลงจากเก้าอี้ วิ่งสับขาเตาะแตะพุ่งตรงเข้าไปหาพีร์ภูรินท์ เด็กหญิงอ้าแขนกว้าง สวมกอดหมับเข้าที่ท่อนขาแกร่งเต็มแรง

พีร์ภูรินท์ชะงักฝีเท้ากึก ก้มลงมองสิ่งมีชีวิตตัวกลมที่กำลังเอาแก้มยุ้ยถูไถกางเกงสแล็กสั่งตัดเนื้อดี รอยยับเริ่มปรากฏขึ้นบนเนื้อผ้า

ลูกค้าทั้งร้านหันมามองขวับ

นิวอ้าปากค้าง

มัดไหมรีบยัดเงินทอนใส่มือลูกค้า วิ่งอ้อมเคาน์เตอร์ออกมาทันที

"มดตะนอย ปล่อยขาเขาเดี๋ยวนี้"

มัดไหมย่อตัวลง พยายามแกะแขนเล็กๆ ออกจากขาของพีร์ภูรินท์

"ไม่ปล่อยค่ะ"

มดตะนอยขืนตัวไว้ ซุกหน้าเข้ากับขากางเกงแน่นกว่าเดิม เงยหน้ามองพีร์ภูรินท์ด้วยสายตาเป็นประกาย

"พ่อพร้อมเอาเน่าเน่ามาคืนหนู พ่อพร้อมใจดีที่สุดเลย"

มัดไหมลอบกัดฟัน

เธอสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่นิ่งสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก

"ฉันต้องขอโทษแทนมดตะนอยด้วยค่ะ ขอบคุณที่อุตส่าห์เอาตุ๊กตามาคืน"

เธอเอื้อมมือไปเพื่อจะรับตุ๊กตากระต่าย แต่พีร์ภูรินท์กลับดึงมือหลบ

มัดไหมชะงักค้าง มองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ

พีร์ภูรินท์ไม่มองหน้ามัดไหม เขาก้มมองมดตะนอยที่ยังเกาะขาหนึบเป็นลูกลิง ชายหนุ่มค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งกับพื้นร้าน ให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเด็กสามขวบ

การกระทำนั้นทำให้มัดไหมประหลาดใจจนเผลอกลั้นหายใจ

พีร์ภูรินท์ยื่นตุ๊กตากระต่ายไปตรงหน้ามดตะนอย

"เอาไป"

มดตะนอยฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี รีบรับตุ๊กตามากอดไว้แนบอกอย่างหวงแหน

"ขอบคุณค่ะพ่อพร้อม"

"ฉันไม่ใช่พ่อเธอ"

"พ่อพร้อมกินข้าวยังคะ"

เด็กน้อยเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย ไม่สนใจคำปฏิเสธของเขาแม้แต่น้อย

พีร์ภูรินท์พ่นลมหายใจออกทางจมูก ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดการปัดรอยยับที่ขากางเกง เตรียมตัวจะหมุนตัวเดินออกจากร้าน ภารกิจเอาของชิ้นนี้มาคืนจบลงแล้ว เขาเสียเวลาทำงานมามากพอแล้ว

แต่มดตะนอยไม่ยอมให้ไปง่ายๆ มือเล็กเลื่อนไปจับนิ้วชี้ของชายหนุ่มเอาไว้แน่น

"พ่อพร้อมมากินเค้กที่ร้านหนูใช่ไหมคะ"

พีร์ภูรินท์ก้มมองมือนุ่มนิ่มที่กำรอบนิ้วชี้ เขาขมวดคิ้ว พยายามออกแรงดึงนิ้วออก แต่มดตะนอยกลับออกแรงดึงเขาไปทางโต๊ะมุมร้านแทน

"มานั่งตรงนี้ค่ะ พ่อพร้อมนั่งตรงนี้"

มัดไหมรีบขยับเข้าไปขวางทาง

"มดตะนอย อย่ากวนเขา เขาจะกลับแล้ว"

หญิงสาวส่งสายตาดุๆ ให้หลาน ก่อนจะหันไปมองหน้าพีร์ภูรินท์

"คุณสะบัดมือออกได้เลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจเด็ก"

พีร์ภูรินท์เลื่อนสายตามามองหน้ามัดไหม

'ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งเธอ'

แทนที่จะสะบัดมือออก ชายหนุ่มกลับปล่อยให้มดตะนอยจูงมือเดินผ่านหน้ามัดไหมไปที่โต๊ะมุมร้านหน้าตาเฉย

มัดไหมยืนอึ้ง มองแผ่นหลังกว้างของมหาเศรษฐีหนุ่มที่ยอมเดินตามแรงดึงของเด็กสามขวบไปอย่างง่ายดาย

นี่เขาฟังภาษาไทยไม่ออกหรือไง!

...

มดตะนอยจูงพีร์ภูรินท์มาหยุดตรงโต๊ะเตี้ย นิ้วป้อมชี้ไปยังเก้าอี้พลาสติกสีเหลืองพาสเทลขนาดจิ๋วที่ทำมารองรับสรีระเด็กอนุบาลโดยเฉพาะ

"พ่อพร้อมนั่งตรงนี้ค่ะ"

พีร์ภูรินท์มองเก้าอี้ตัวนั้น สลับกับประเมินความสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของตัวเอง

นิวที่ยืนถือกะละมังเช็ดโต๊ะอยู่ใกล้ๆ รีบขยับเข้ามาด้วยความหวังดี

"เอ่อ คุณลูกค้าไปนั่งโต๊ะริมหน้าต่างดีไหมคะ ตรงนี้เก้าอี้มัน..."

"ไม่เป็นไร"

พีร์ภูรินท์ตัดบท

เขาพับขายาวเก้งก้างลง ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีเหลืองพาสเทล เข่าชันขึ้นมาจนเกือบชิดยอดอก ท่าทางดูอึดอัดและผิดที่ผิดทางอย่างรุนแรง

ภาพผู้ชายตัวสูงในชุดเชิ้ตราคาแพงนั่งขดตัวอยู่มุมร้านเค้ก ตลกจนนิวต้องรีบหันหน้าหนีไปกลั้นขำ

แต่พีร์ภูรินท์ไม่สนใจ ใบหน้ายังคงนิ่งสนิท แผ่นหลังตั้งตรงเหมือนกำลังนั่งบนเก้าอี้ผู้บริหารในห้องประชุม

มดตะนอยหัวเราะคิกคัก ย้ายไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วางตุ๊กตากระต่ายลงบนโต๊ะ

"พ่อพร้อมรอนะคะ หนูไปเอาเค้กมาให้"

เด็กหญิงกระโดดลงจากเก้าอี้ วิ่งเตาะแตะไปที่ตู้กระจกหน้าเคาน์เตอร์

มัดไหมเดินตามหลังหลานสาวมาติดๆ เธอไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเลยสักนิด

ผู้ชายคนนี้เกลียดเด็กไม่ใช่หรือ เมื่อวานยังทำหน้ามุ่ยอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงยอมนั่งขดตัวบนเก้าอี้เด็กแบบนั้น

มดตะนอยเขย่งปลายเท้า ชี้มือไปที่คัพเค้กสตรอว์เบอร์รีสีชมพูหวานแหววในตู้

"แม่มัดไหม หนูเอาอันนี้ จะเอาไปให้พ่อพร้อม"

"เขาไม่กินของหวาน" มัดไหมแย้งทันที "เมื่อวานเขาก็บอกเราแล้วไง"

"หนูจะเอาอันนี้" มดตะนอยยืนกราน สบตาอ้อนวอน "พ่อพร้อมต้องชอบแน่เลย"

มัดไหมถอนหายใจยาว ขี้เกียจเถียงกับเด็กดื้อ จึงเปิดตู้กระจกหยิบคัพเค้กใส่จานกระเบื้องใบเล็ก

มดตะนอยประคองจานเค้กด้วยสองมือ เดินระมัดระวังกลับไปที่โต๊ะมุมร้าน

พีร์ภูรินท์นั่งกอดอกรออยู่ เขามองมดตะนอยที่ค่อยๆ วางจานเค้กสีชมพูลงตรงหน้า

"เค้กสตรอว์เบอร์รีค่ะ อร่อยที่สุดในโลกเลย"

มดตะนอยยืดอกอวด พร้อมยื่นส้อมพลาสติกคันเล็กสีฟ้าให้

พีร์ภูรินท์มองคัพเค้กสีชมพูครีมฟูฟ่อง มีสเปรดเกล็ดน้ำตาลหลากสีโรยด้านบน

เขาไม่ชอบของหวาน ไม่ชอบสีชมพู และไม่เคยใช้ส้อมพลาสติกแบบนี้มาก่อนในชีวิต

เขามองส้อมในมือเล็กนิ่งๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป