บทที่ 7 จินตนาการของเด็ก

เช้าวันต่อมา กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วเข้มผสมกลิ่นเนยสดลอยคลุ้งไปทั่วร้าน

มือบางง่วนอยู่กับการเคาะก้านชงกาแฟลงแท่นเคาะกาก ดังปึกปักแข่งกับเสียงเครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่นิวเปิดใช้งาน

วันนี้เป็นวันอังคาร ลูกค้าวัยทำงานแวะเวียนมาอุดหนุนช่วงพักเบรกบ่ายกันคึกคัก

มุมประจำของมดตะนอยเต็มไปด้วยเศษสีเทียนหักกระจัดกระจายเกลื่อนโต๊ะพลาสติกสีเหลือง สมุดวาดเขียนเล่มใหญ่ถูกกางออกเต็มพื้นที่

มือเล็กกำสีเทียนสีดำแน่น ลากลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ ปากขมุบขมิบฮัมเพลงการ์ตูนช่องประจำ ลากเส้นไปมาอย่างมีจุดมุ่งหมาย

ข้างกล่องสีเทียน มีตุ๊กตากระต่ายเน่าหูตกวางพิงขวดน้ำดื่มอยู่

มดตะนอยหยุดมือ ชูผลงานศิลปะขึ้นมาตรงหน้าตุ๊กตากระต่าย

"ตะต่ายดูสิ พ่อพร้อมตัวสูงปรี๊ดเลย"

เด็กหญิงกระซิบกับตุ๊กตากระต่าย ก่อนหมุนกระดาษไปมาตรวจดูผลงาน

ก่อนหยิบสีเทียนสีแดงสดขึ้นมาฝนย้ำลงพื้นที่ว่างด้านบนสุด จนเกิดรูปหัวใจดวงเบ้อเริ่มที่เบี้ยวไปข้างหนึ่ง

เมื่อผลงานชิ้นเอกเสร็จสมบูรณ์ มือเล็กฉีกกระดาษแผ่นนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง

เด็กหญิงปีนลงจากเก้าอี้ เดินเตาะแตะไปหลังเคาน์เตอร์ แอบหยิบม้วนสก็อตเทปใสที่นิววางทิ้งไว้ แล้วเดินตรงไปที่ตู้โชว์เค้กด้านหน้าสุด

ประตูร้านถูกผลักเข้ามา แอนกับชัย พนักงานออฟฟิศฝั่งตรงข้าม ลูกค้าประจำช่วงบ่ายสองครึ่งเดินเข้ามาพอดี

"น้องไหม พี่รับอเมริกาโน่เย็นสองแก้ว คั่วกลางเหมือนเดิมนะ"

แอนสั่งออเดอร์มาตั้งแต่ยังเดินไม่ถึงหน้าเคาน์เตอร์ มัดไหมละสายตาจากเหยือกตีนม หันไปส่งยิ้มการค้า

"ได้ค่ะพี่แอน รอสักครู่นะคะ"

นิ้วเรียวกดปุ่มบดเมล็ดกาแฟ

เครื่องบดเริ่มทำงาน กลบฝีเท้าเล็ก ๆ ของมดตะนอยจนหมด

มดตะนอยปีนขึ้นไปยืนบนแท่นเหยียบหน้าตู้เค้ก จัดการแปะกระดาษวาดเขียนแผ่นใหญ่ลงบนกระจก

ใสตรงกลางตู้พอดิบพอดี ใช้สก็อตเทปแปะทับสี่มุมแน่นหนา

แอนเลื่อนสายตาไปมองตู้โชว์เค้ก ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา

"น้องไหมวาดรูปน่ารักดีนะ มีครอบครัวครบเลย"

มือที่กำลังสวมก้านชงเข้าเครื่องทำกาแฟชะงัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน หันไปมองตามสายตาแอน

กระดาษวาดเขียนแผ่นใหญ่แปะหราอยู่กลางตู้กระจก บังเค้กแบล็กฟอเรสต์ไปจนหมดเกลี้ยง

มัดไหมเบิกตากว้าง วางเหยือกตีนมลงบนเคาน์เตอร์สแตนเลสจนเกิดเสียงทึบ

บนกระดาษมีรูปคนก้างปลาสามคนยืนจับมือกัน คนซ้ายเป็นผู้หญิงผมยาวใส่ผ้ากันเปื้อน

ตรงกลางเป็นเด็กตัวกลมป้อม และคนขวาสุดเป็นผู้ชายตัวสูงปรี๊ดทะลุขอบกระดาษใส่สูทสีดำสนิท มีหัวใจสีแดงดวงโตลอยอยู่เหนือหัวทั้งสาม

"หนูวาดเองค่ะ"

มดตะนอยกระโดดลงจากแท่นเหยียบ ยืดอกรับความดีความชอบด้วยความภาคภูมิใจ

"นี่แม่มัดไหม นี่หนู ส่วนคนตัวสูงๆ คือพ่อพร้อมค่ะ"

ชัยหัวเราะร่วน หันมองมัดไหมด้วยสายตาล้อเลียนไม่ปิดบัง

"อ้าว น้องไหมแอบซุกแฟนตัวสูงไว้ก็ไม่บอก ปล่อยให้หนุ่มๆ ออฟฟิศพี่อกหักกันทั้งซอยแล้วมั้งเนี่ย"

ใบหน้าหวานร้อนผ่าว ลามตั้งแต่ลำคอขึ้นไปถึงใบหู มือบางรีบหยิบแก้วพลาสติกมาสวมฝา ส่งให้ลูกค้าด้วยอาการสั่นเล็กน้อย

"ไม่ใช่แฟนค่ะ จินตนาการเด็กอนุบาลเฉยๆ ไหมโสดสนิท โสดจนจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปบวชชีอยู่แล้วค่ะพี่ชัย"

แอนรับแก้วกาแฟไปถือ หัวใจสีแดงบนกระดาษทำเอาอดยิ้มไม่ได้

"บวชชีอะไรกัน เด็กเขาวาดสื่ออารมณ์ขนาดนี้ สงสัยคุณพ่อพร้อมต้องมาที่ร้านบ่อยแน่เลย ไว้พี่จะมาแอบดูนะว่าหล่อสู้ดาราได้ไหม"

สองคนหัวเราะชอบใจ พยักหน้าลาแล้วเดินผลักประตูออกจากร้านไป

ทันทีที่ประตูร้านปิดสนิท มัดไหมหันขวับกลับมาถลึงตาใส่หลานสาวตัวแสบที่ยืนยิ้มแฉ่งโชว์ฟันซี่เล็ก

"มดตะนอย ทำไมเอาอะไรแบบนี้มาแปะหน้าตู้เค้ก"

มัดไหมกัดฟันแน่น พยายามข่มความอายที่พุ่งขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ

เด็กตัวกลมหัวเราะเอิ๊กอ๊าก รู้ตัวว่ากำลังจะโดนดุ รีบวิ่งเตาะแตะไปหลบหลังนิว นิวหัวเราะแห้งๆ เอาตัวบังเด็กน้อยไว้ตามสัญชาตญาณ

"รูปสวยออกค่ะพี่ไหม แปะไว้เรียกลูกค้าไงคะ"

"เรียกลูกค้าหรือเรียกทัวร์ลงกันแน่ ถ้าตานั่นมาเห็นเข้า ฉันไม่ต้องแทรกแผ่นดินหนีเหรอ"

ร่างบางก้าวฉับๆ ออกจากหลังเคาน์เตอร์ ตรงไปที่ตู้เค้ก

มือเรียวยกขึ้นเตรียมลอกสก็อตเทปเพื่อดึงผลงานชิ้นเอกไปทิ้งถังขยะก่อนที่จะมีใครมาเห็นเพิ่ม

หรือที่แย่กว่านั้น... ก่อนที่ตัวต้นเรื่องในรูปจะมาเห็น

กริ๊ง...

กระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น

เข็มนาฬิกาแขวนผนังชี้บอกเวลาบ่ายสามโมงตรงเป๊ะ

มือที่กำลังจะแตะขอบกระดาษชะงักค้าง มัดไหมหันขวับไปมองที่ประตูร้าน

พีร์ภูรินท์ผลักประตูกระจกเข้ามา

วันนี้เขาไม่ได้ใส่สูทสีเข้มเต็มยศเหมือนทุกวัน มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดพับแขนขึ้นถึงข้อศอกและกางเกงสแล็กสีเทาเข้ม

แต่ความเนี้ยบของเขายังคงเหมือนเดิม

ลูกค้าหลายคนเผลอหันมามองทันทีที่เดินเข้าร้าน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป