บทที่ 8 หนูน้อยทรยศ

ร่างบางสะดุ้งสุดตัว หมุนขวับหันหลังเข้าหาตู้เค้ก

กางแขนกางขาออกจนสุด พยายามดัดแผ่นหลังบังกระดาษวาดเขียนบนตู้กระจกให้มิดที่สุดเท่าที่สรีระจะเอื้ออำนวย

พีร์ภูรินท์หยุดยืนหน้าเคาน์เตอร์ เลิกคิ้วมองผู้หญิงที่ทำตัวติดหนึบเป็นจิ้งจกเกาะตู้กระจกด้วยความไม่เข้าใจ

"ทำอะไร"

"เปล่าค่ะ"

เธอรัวคำปฏิเสธเร็วปรื๋อ ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว

"กำลังเช็ดกระจกค่ะ กระจกมันมัว ลูกค้าจะมองไม่เห็นเค้ก"

"เช็ดกระจกด้วยหลัง"

ดวงตาคมมองแผ่นหลังที่แนบชิดติดตู้เค้ก สลับกับมองใบหน้าที่แดงจัดจนลามไปถึงลำคอ

"มันเป็นเทคนิคการทำความสะอาดแบบใหม่ค่ะ ช่วยประหยัดแรงงานและลดการใช้กล้ามเนื้อแขน"

สมองประมวลผลหาข้อแก้ตัวที่ฟังดูฉลาดที่สุดในเวลาสามวินาที ก่อนจะแถออกไปหน้าตาย

"ร้านเธอมีวิธีจัดการสุขอนามัยที่น่าสนใจดี"

ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบจนเดาไม่ออกว่ากำลังประชดหรือเอาจริง

"อเมริกาโน่ไม่หวานแก้วหนึ่ง"

"นิว ชงกาแฟให้คุณพร้อมที"

นิวรับคำสั่งรีบเดินไปหน้าเครื่องชงกาแฟ กัดริมฝีปากกลั้นขำจนไหล่สั่นเมื่อเห็นเจ้าของร้านเกร็งไปทุกสัดส่วน

พีร์ภูรินท์ไม่ได้เดินไปนั่งเก้าอี้พลาสติกมุมร้านอย่างเคย เขายังคงยืนนิ่งหน้าเคาน์เตอร์

สายตาคมกริบจับจ้องไหล่ซ้ายของมัดไหม

มุมกระดาษวาดเขียนสีขาวโผล่แพลมออกมาจากด้านหลัง

มัดไหมสังเกตเห็นทิศทางสายตานั้น รีบขยับไหล่ซ้ายให้สูงขึ้นเพื่อบังขอบกระดาษ

แต่พอขยับซ้าย ขอบกระดาษฝั่งขวาก็โผล่ออกมาแทน

ร่างบางจึงต้องเอียงตัวไปมาเหมือนคนกำลังเต้นจังหวะรูมบ้าอยู่หน้าตู้เค้ก

"พ่อพร้อม"

มดตะนอยวิ่งออกมาจากหลังโต๊ะ ตรงเข้าไปจับมือร่างสูงแล้วกระตุกเบาๆ

พีร์ภูรินท์ละสายตาจากการกระทำประหลาด ก้มลงมองเด็กหญิง

"พ่อพร้อมดูรูปที่หนูวาดสิคะ สวยไหม"

นิ้วป้อมชี้ตรงมาที่แผ่นหลังของมัดไหมด้วยความภาคภูมิใจ

'ยัยเด็กทรยศ!'

มัดไหมกรีดร้องในใจ ส่งสายตาห้ามปรามขั้นเด็ดขาด

แต่เด็กวัยสามขวบไม่รับสาร

มดตะนอยออกแรงดึงมือพีร์ภูรินท์ให้เดินเข้าไปใกล้ตู้เค้กมากขึ้น

มัดไหมหลับตาปี๋ ยืนกรานไม่ยอมขยับ

พีร์ภูรินท์เดินมาหยุดตรงหน้า ระยะห่างลดลงจนเหลือไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน

กลิ่นน้ำหอมซีดาร์วูดจาง ๆ ลอยมาแตะจมูก

สะอาด เย็น และชวนให้เกรงใจอย่างบอกไม่ถูก

"หลบ"

น้ำเสียงทุ้มต่ำกดลงมาเบา ๆ

"ไม่หลบค่ะ มันไม่มีอะไรน่าดูเลย ฝีมือเด็กอนุบาลเลอะเทอะไปหมด มองไปก็ปวดตาเปล่าๆ คุณไปนั่งรอรับกาแฟที่โต๊ะเถอะค่ะ"

คนมีชนักติดหลังเถียงคอเป็นเอ็น ฝืนตัวแนบกระจกแน่นกว่าเดิม

พีร์ภูรินท์ไม่เถียงต่อ เขาไม่ชอบเสียเวลาสนทนากับคนที่พูดไม่รู้เรื่อง

มือขวายื่นออกไป วางลงบนหัวไหล่ซ้ายของมัดไหม

สัมผัสอุ่นจัดทะลุผ่านเนื้อผ้าเสื้อยืด

มัดไหมชะงัก แข็งทื่อไปชั่วขณะ

ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อฝ่ามือใหญ่กระชับหัวไหล่ไว้แน่น

พีร์ภูรินท์ออกแรงดันเบาๆ

คนที่กำลังเสียศูนย์เพราะความตกใจถอยไปด้านข้างอย่างง่ายดาย

พื้นที่หน้าตู้กระจกที่ปกป้องมาตลอดห้านาทีเปิดโล่งในพริบตา

พีร์ภูรินท์ล้วงมือขวากลับเข้ากระเป๋ากางเกง ยืนกอดอก มองกระดาษวาดเขียนแผ่นนั้นด้วยสายตานิ่งสนิท

ภาพคนก้างปลาสามคนยืนจับมือกัน คนตัวสูงที่สุดอยู่ฝั่งขวาสุด

สีเทียนสีดำถูกระบายทับถมจนทึบสื่อถึงชุดสูทประจำตัวของเขา

และมีหัวใจสีแดงเบี้ยวๆ ลอยอยู่ด้านบนสุดครอบคลุมคนทั้งสามไว้ด้วยกัน

มัดไหมกลั้นหายใจ มือสองข้างกำแน่น

รอฟังคำพูดถากถาง รอให้เขาหงุดหงิดที่โดนเด็กสามขวบจับไปโยงเป็นครอบครัวเดียวกับแม่ค้าขายขนมที่เพิ่งรู้จักได้ไม่กี่วัน

คำขอโทษยาวเหยียดถูกเตรียมไว้ในหัวเรียบร้อย

เธอพร้อมโดนต่อว่าเรื่องล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวเต็มที่

ความเงียบโรยตัวลงมาครู่ใหญ่ นิวที่กำลังเทฟองนมถึงกับหยุดมือรอดูสถานการณ์

ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากพีร์ภูรินท์

เขาไม่ได้ขมวดคิ้ว ไม่พ่นลมหายใจด้วยความรำคาญเหมือนที่ชอบทำ

มือซ้ายล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็ก หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องบางสีดำสนิทขึ้นมา

มัดไหมมองการกระทำนั้นด้วยความงุนงง เขาจะโทรหาทนายเพื่อฟ้องร้องข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือเปล่า

เขาเปิดโหมดกล้องถ่ายรูป แล้วยกสมาร์ตโฟนขึ้นระดับสายตา

เล็งเฟรมภาพให้พอดีกับกระดาษวาดเขียนแผ่นนั้น โดยไม่ให้ติดเงาสะท้อนในกระจก

แชะ...

ชัตเตอร์ดังขึ้นหนึ่งครั้งถ้วน

มัดไหมอ้าปากค้าง

พีร์ภูรินท์กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ เก็บลงกระเป๋ากางเกงตามเดิม

เขาปรายตามองคนที่ยืนแข็งเป็นหินอยู่ข้างตู้เค้ก

ก่อนจะหมุนตัวเดินก้าวเท้ายาวไปนั่งพับขาที่เก้าอี้พลาสติกสีเหลืองมุมร้านอย่างสงบ

หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดอ่านอีเมลงานต่อหน้าตาเฉย ปล่อยให้เรื่องราวเมื่อสิบวินาทีที่แล้วกลายเป็นแค่อากาศธาตุ

มัดไหมยืนอึ้ง สมองประมวลผลการกระทำของเขาไม่ทัน

แทนที่จะโกรธ แทนที่จะฉีกกระดาษทิ้ง หรือสั่งให้แกะออกเดี๋ยวนี้

เขากลับถ่ายรูปเก็บไว้แล้วเดินไปนั่งเฉยๆ

มัดไหมหันไปมองเด็กตัวกลมที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างตู้เค้ก

มือเล็กยกขึ้นป้องปาก หันไปกระซิบกับตุ๊กตากระต่ายเน่าในอ้อมแขน

ดังพอให้มัดไหมได้ยินชัดเจน

"เห็นไหมตะต่าย แผนหนูได้ผล พ่อพร้อมชอบรูปที่หนูวาด"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป