บทที่ 2 ไล่

ตอนที่ 2 ไล่

เพล้ง ซวยแล้ว.....เพราะมัวแต่พะว้าพะวัง เงอะๆ งะๆ ผมเลยหันหลังไปชนแจกันใส่ดอกไม้แห้งซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ ตกแตกกระจาย เสียงร้องครางเพราะความกระสันของคู่หนุ่มสาวซึ่งกำลังบรรเลงเพลงรักกันเสียงดังลั่นบ้านเมื่อครู่เงียบลงทันที

ผมไม่อยู่รอให้ไอ้พ่อเลี้ยงบ้านั่นมาตบผมอีก เพราะผมรีบวิ่งเพื่อต้องการพาตัวเองให้ออกไปให้ไกลจากจุดเกิดเหตุนี้ให้ได้ไกลที่สุด อย่างน้อยก็ต้องไปให้ไกลกว่าเงื้อมมืออสูรร้ายอย่างพ่อเลี้ยงเถื่อนคนนี้

“หยุดนะ”

มือหนาๆ ลงน้ำหนักบีบคว้าข้อมือผมกระชากกลับมา จนตัวผมปลิวถลากลับมาชนกับร่างเปลือยของพ่อเลี้ยงเจ้าของบ้านหลังนี้อย่างจัง ผู้ชายคนนี้เจอกีทีก็แก้ผ้าต่อหน้าผมตลอด แถมพ่อคุณก็ไม่เคยจะรู้สึกอายด้วย เพราะก็ยังเห็นเดินโทงๆ โชว์หุ่นล่ำๆ กล้ามแน่นๆ กับผิวสีน้ำผึ้งเพราะเกรียมแดด

อันที่จริงถ้าไม่ติดว่าเวลานี้มันเป็นช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ที่ผมต้องพยายามเอาตัวรอดแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าอยากจะหยุดเพื่อชื่นชมหุ่นของพ่อเลี้ยงเถื่อนคนนี้อยู่เหมือนกัน เพราะมันเพอร์เฟคมากๆ ยิ่งตรงกลางลำตัวใต้สะดือเหนือหัวเข่านั้น ไอ้ท่อนเนื้อที่มันกำลังชูคอผงาดพองตัวอวดความอลังการของมันทำเอาผมหายใจไม่ถนัดทีเดียว

ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวๆ พวกนั้นถึงได้ร้องครางกันเสียลั่นบ้าน ก็มันทั้งใหญ่ทั้งยาวอย่างนี้นี่ไงเล่า แถมดูจากเจ้าของก็พอรู้ว่าอารมณ์คงเร่าร้อนรุนแรงไม่น้อย นอกจากอารมณ์ร้อนบนเตียงแล้ว ก็คงจะอารมณ์รุนแรงกับเรื่องอื่นๆ ด้วยโดยเฉพาะเวลานี้เพราะผมเห็นดวงตาคู่นั้นกำลังเปล่งแสงวูบวาบเหมือนมีไฟลุกพรึ้บๆ อยู่ข้างใน

“คุณปริญ ผมเปล่านะ” ผมยกมือขึ้นมาดันแผงอกแน่นๆ ซึ่งเปลือยเปล่านั้นให้ถอยห่างออกไป

“เธออีกแล้ว ชอบนักใช่มั้ยแอบดูคนอื่นเอากันเนี่ย” เสียงเหี้ยมเกรียมนั้นถามผมพร้อมกับรอยยิ้มน่ากลัว

“ไม่ใช่นะครับ ผมเปล่าแอบดูคุณนะ” ผมรีบส่ายหน้าปฎิเสธทันที

“เธอทำให้อารมณ์ฉันสะดุดมา 2 ครั้งแล้วนะ ที่เข้ามาขัดจังหวะฉันมันเป็นเพราะความบังเอิญ หรือว่าใจจริงแล้วเธออยากเข้ามามีส่วนร่วมกับฉันกันแน่”

พ่อเลี้ยงหนุ่มแสยะยิ้มมุมปากใส่ผมอย่างน่ากลัว พร้อมกับสายตาไม่น่าไว้วางใจนั้นไล่มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ รู้สึกกลัวสายตาคู่นี้เหลือเกิน

"ผมเปล่านะ ไม่ได้อยากดู ไม่ได้อยากรู้ อยากเห็นสักหน่อย"

“ได้ฉันจะให้เธอได้สมหวัง จะได้เลิกอยากรู้อยากเห็นเรื่องของฉันสักที”

คุณปริญจับรวบข้อมือของผมแล้วผลักจนผมเดินถอยหลังไปชิดกับผนังด้านหนึ่ง หางตาของผมเห็นผู้หญิงคนเมื่อครู่รีบหยิบจับใส่เสื้อผ้าของตัวเองแล้วรีบวิ่งหนีหายออกไปอีกด้านอย่างรวดเร็ว

“คุณปริญอย่า....”

ผมไม่รู้ว่าในหัวของพ่อเลี้ยงคนนี้กำลังนึกคิดอะไรอยู่ แต่ดูท่าแล้วมันจะเลยเถิดไปไกลเกินกว่าความเป็นจริงอยู่มาก ร่างกำยำเปลือยเปล่าของพ่อเลี้ยงเมืองเหนือกดทับลงมาบนตัวผมจนผมแทบจะกระดิกตัวไม่ได้ กลิ่นบุหรี่จางๆ จากลมหายใจอุ่นๆ นั้นทำเอาผมหายใจติดขัด ครบสูตรความเถื่อน เหล้าก็กิน บุหรี่ก็สูบ เจ้าอารมณ์ ขี้โมโห ไร้เหตุผล บ้ากาม ตัณหากลับอีก

“คุณปริญอย่า”

ผมทำได้แค่ร้องห้ามออกไปเพราะร่างกายของผมเวลานี้นั้นถูกเจ้าของบ้านยึดไปจนหมดแล้ว มือหนาๆ ลงแรงรวบข้อมือของผมแล้วบีบกดลงไปกับติดกับผนังห้องด้านหลัง ขาทั้งสองข้างถูกกดทับด้วยหน้าขาแข็งแรง ท่อนเนื้อแท่งใหญ่นั้นกดชิดบดเบียดลงมาตรงหน้าท้องผม ท่อนเอ็นแข็งๆ เพราะแรงสูบฉีดเลือดของเจ้าของร่างหนาทำให้มันพองตัวจนตั้งลำแข็งขืนเต็มที่

“อื้อ อย่า”

รสชาติเผ็ดๆ พร้อมกลิ่นบุหรี่เหม็นๆ จากริมฝีปากหยาบๆ และลิ้นสากๆ ของพ่อเลี้ยงหนุ่มทำเอาผมหัวใจเต้นแรง ไปหมด ผมไม่คิดว่าพ่อเลี้ยงจะกล้าจูบผมจริงๆ เพราะดูแล้วพ่อเลี้ยงไม่น่าจะมีรสนิยมชอบผู้ชาย อีกอย่างก็เห็นๆ อยู่ว่าออกจะชอบผู้หญิง แต่เวลานี้ริมฝีปากหนานั้นกดลงมาจนผมเจ็บระบมไปหมด ไม่ว่าผมจะบ่ายหน้าหลบไปทางไหนพ่อเลี้ยงเถื่อนนี่ก็ตามไปฉกฉวยริมฝีปากผมกลับมาจนได้ และไม่ใช่เพียงเท่านั้น เพราะเจ้าของบ้านอารมณ์ร้ายยังกดทับร่างผมลงไปกับผนังห้องด้านหลังจนผมแทบจมหายไปกับมัน

“คุณปริญปล่อยผม อย่า”

ผมพยายามร้องห้ามอีกครั้งเมื่อมือหนาๆ หยาบกร้านนั้นกระตุกฉีกกระชากเสื้อเชิ้ตเครื่องแบบบุรุษพยาบาลของผมออกจนมาขาดติดมือเขาออกไป ริมฝีปากนั้นครอบกัดลงบนต้นคอผมจนผมเจ็บแปล้บ พยายามเบี่ยงคอและเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ

“โอ้ย คุณปริญผมเจ็บ”

“หึ ฉันจะทำให้เธอเจ็บยิ่งกว่านี้อีก” เสียงหัวเราะในลำคอนั้นทำเอาผมขนลุกไปทั้งตัว พ่อเลี้ยงจ้องผมด้วยแววตายิ้มเยาะแต่เหี้ยมเกรียม

ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ผมถูกคนร่างใหญ่เหวี่ยงลงไปกระแทกกับตั่งไม้เสียงดังโครมใหญ่ ผมลงไปนอนแผ่อยู่กับตั่งไม้สักหลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ และทันทีที่ผมหลุดจากมือของผู้ชายบ้ากามคนนี้ได้ผมก็หันหลังแล้วออกแรงวิ่งหนีเอาตัวรอดทันที แต่ผมวิ่งไปได้แค่ไม่กี่ก้าวผู้ชายในร่างเปลือยก็พุ่งตามมาจนทันแล้วกระชากผมกลับมาจนได้

โครม! ผมถูกเหวี่ยงซ้ำลงไปนอนอยู่บนตั่งนั้นอีกครั้ง ผู้ชายคนนี้ทำเหมือนอย่างกับผมเป็นแค่หุ่นไล่กาตามท้องไร่ท้องนาที่ไม่มีชีวิต ทำเหมือนผมไม่มีเลือดไม่มีเนื้อและเจ็บไม่เป็นอย่างนั้นแหล่ะ

ร่างเปลือยนั้นพุ่งโถมทับลงมาบนตัวผมแล้วจับผมกดลงไปกับเตียงไม้แข็งๆ ขาทั้งสองข้างของผมถูกหัวเข่าแข็งๆ ของเขากดทับลงมาจนกระดูกผมแทบแตก

“คุณปริญปล่อยผม อย่า” ผมพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ยิ่งดิ้น พ่อเลี้ยงป่าเถื่อนคนนี้ก็ยิ่งลงแรงบีบเค้นผมหนักมือขึ้นไปอีก

“เอ่อ พ่อเลี้ยงครับ...”

เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้นมาห่างออกไป พ่อเลี้ยงบ้ากามคนนี้ชะงักไปนิดหนึ่งแต่ยังไม่ยอมคลายมือจากผม ผมพยายามใช้จังหวะนี้ผงกหัวขึ้นมาแล้วดิ้นหนีเอาตัวรอดจากร่างของผู้ชายเปลือยซึ่งทาบทับผมอยู่

“มีอะไร” พ่อเลี้ยงหนุ่มผละถอนริมฝีปากออกไปจากผมแต่สายตาคมดุคู่นั้นยังจ้องผมนิ่ง และไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้นตกใจอะไรเลยที่มีคนอื่นมาเห็นตัวเองในสภาพนี้

“ที่แคมป์น่ะครับเกิดปัญหา พวกมันมารอพ่อเลี้ยงอยู่หน้าบ้าน” เสียงพี่เมฆพูดอยู่ไกลผมออกไป ผมจำเสียงแกได้ดี

ผมพยายามดิ้นเพื่อเอาตัวรอดต่อแล้วก็สำเร็จ เพราะผมหลุดจากไอ้คนป่าเถื่อนนั่นแต่ไม่ทั้งหมด เพราะผมยังเหลือข้อมืออีกข้างที่มันยังอยู่ในกำมือของอีกฝ่าย

“โอ้ย”

ชีเปลือยตัวโตออกแรงฉุดจนผมหงายหลังถลาล้มลงไปนั่งบนตักเปลือยของเจ้าของบ้าน ซึ่งยังไม่ยอมใส่เสื้อผ้าให้กับตัวเอง รอยยิ้มประหลาดกระตุกอยู่ตรงมุมปาก

“ฉันขอเตือนเอาไว้นะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้ก็เก็บข้าวของแล้วไปซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอตกนรกทั้งเป็น”

พ่อเลี้ยงหน้าดุรั้งต้นคอผมเข้าไปหาจนหน้าของผมห่างจากพ่อเลี้ยงหนุ่มเพียงไม่ถึง 1 เซนติเมตร จนผมได้กลิ่นบุหรี่จางๆ จากลมหายใจอุ่นๆ แล้วผู้ชายคนนั้นก็ปล่อยให้ผมเป็นอิสระ ผมวิ่งหนีอย่างลนลานผ่านหน้าพี่เมฆซึ่งมองมาที่ผมพร้อมกับส่ายหัวให้ผมนิดหนึ่ง

ผมวิ่งกลับเข้ามาภายในห้องนอนของผมด้วยความหวาดกลัว ผู้ชายคนนั้นน่ากลัวเกินไปสำหรับผม ผมนั่งมือสั่นตัวสั่นอยู่บนเตียงนอนของผมอยู่ครู่ใหญ่แล้วจึงตัดสินใจลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของผมออกมาวางเอาไว้หน้าตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ ผมนั่งจ้องมันอยู่อย่างนั้นอีกนานหลายนาที ผมไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ผมไม่อยากเจอผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว แต่ผมจะทอดทิ้งคุณท่านไปได้ยังไง ในเมื่อผมรับปากกับคุณพ่อเอาไว้ว่าจะอยู่ดูแลคุณท่าน

ผมนั่งถกเถียงกับความคิดในหัวสมองตัวเอง และนั่งทอดถอนใจอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงกดออดเรียกจากห้องคุณท่านจึงได้รีบถอดเสื้อตัวเดิมออกแล้วหยิบเสื้อตัวใหม่ขึ้นมาเปลี่ยนแล้วรีบวิ่งออกไปทันที

ผมเปิดประตูเข้าไปแล้วเบรกตัวเองจนหัวแทบทิ่มเพราะคนที่นั่งอยู่บนเตียงข้างๆ คุณท่านนั้นคือคนที่ผมไม่อยากเจอและกลัวมากที่สุด พ่อเลี้ยงปริญนั่งหันหลังให้ประตูแต่ก็เอี้ยวหน้าหันมามองผมจากหางตานิดนึง

“เข้ามาสิปูน” คุณท่านกวักมือเรียกผมให้เข้าไปหาใกล้ๆ

ผมเดินค้อมตัวแล้วคลานเข่านั่งลงข้างๆ เตียงนอนของคุณท่านอีกฟากหนึ่ง ผมไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองดูแขกอีกคนซึ่งนั่งอยู่บนเตียงนั่น แต่ถึงผมจะไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปดูแต่ก็รับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตจากดวงตาคู่หนึ่งซึ่งจ้องผมไม่วางตาเลย

“ที่คอนั่นไปโดนอะไรมาอีกล่ะ” คุณท่านเอ่ยถามพร้อมกับยื่นมือสั่นๆ นั้นมาแตะที่ลำคอผม มันเป็นรอยดูดจากไอ้ผู้ชายบ้ากาม ตัณหากลับซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกับผมรอยบ้านี่มันเป็นคนจารึกเอาไว้เมื่อครู่นั่นแหล่ะ

“เอ่อ ไม่มีอะไรครับคุณท่านปูนคงแพ้แมลงน่ะครับ เดี๋ยวอีกวันสองวันก็หาย” ผมยิ้มให้คุณท่านพร้อมกับชำเลืองมองเจ้าของบ้านที่ตอนนี้กลับมาใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยดีแล้ว

“ปริญมาหาปู่มีอะไรอย่างนั้นหรือเปล่า” คุณท่านเอ่ยถามพ่อเลี้ยงหนุ่ม ขณะที่ผมกำลังหันไปรินน้ำจากเหยือกด้านข้างเพื่อให้ท่านจิบเล็กน้อย เพราะสังเกตว่าท่านเหมือนจะมีอาการคอแห้งเล็กน้อย

“ผมจะส่งเด็กคนนี้กลับไป”

ผมชะงักมือแล้วเงยหน้าขึ้นไปหาพ่อเลี้ยงใจร้ายทันที เมื่อผมเงยหน้าหันไปทางอีกด้านหนึ่งของเตียงก็เห็นว่าเวลานี้พ่อเลี้ยงเองก็กำลังจ้องมองมายังผมนิ่ง แววตาของผู้ชายคนนี้จริงจังไม่มีแววของการล้อเล่นแม้แต่น้อย นี่เขาจงเกลียดจงชังอะไรผมนักหนากันนะ ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ถึงจะบอกว่าผมบังเอิญไปเห็นเขากำลังทำเรื่องน่าอาย ทะลึ่ง ลามก อนาจาร วิตถาร วิปลาส ทั่วบ้านทั้งกลางวัน กลางคืน แต่ผมไม่ผิดนี่ เขานั่นแหล่ะผิดจะทำอะไรก็ควรไปทำในที่มิดชิดสิ ไม่ใช่มาทำประเจิดประเจ้อแบบนั้น

“ทำไมล่ะ ปูนทำอะไรไม่ดีหรือทำอะไรให้ปริญไม่พอใจอย่างนั้นหรือ” คุณท่านขยับตัวนิดหน่อย และตั้งใจรอฟังคำตอบพอๆ กับผมเพราะผมเองก็อยากรู้เหตุผลเหมือนกัน

“เปล่าครับไม่ได้ทำอะไรไม่ดี เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะให้เมฆหาบุรุษพยาบาลคนใหม่ส่งมาให้คุณปู่แทนนะครับ ส่วนเด็กคนนี้ผมจะให้กลับไปไปพรุ่งนี้เลย”

พ่อเลี้ยงใจร้ายพูดอย่างไม่สนใจความรู้สึกของผมซึ่งนั่งฟังอยู่ตรงนั้นเลยสักนิด ผมจ้องหน้ามองดูพ่อเลี้ยงไม่มีหัวใจคนนั้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจในความเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผลของเขา

“เหตุผลล่ะครับ อย่างน้อยคุณควรจะมีเหตุผลดีๆ สักข้อเพื่อให้ผมเอากลับไปรายงานกับทางโรงพยาบาลและคนที่ว่าจ้างผมมาว่าเพราะอะไรผมถึงถูกส่งตัวกลับทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ทำอะไรผิดแม้แต่นิดเดียว” ผมเอ่ยปากตั้งคำถามออกไป

ถ้าให้ผมต้องอยู่ที่นี่แล้วต้องสู้รบกับคนไม่มีเหตุผลอย่างพ่อเลี้ยงปริญ ผมก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินอาทิตย์เพราะทนมือทนเท้าผู้ชายคนนี้ไม่ไหว

“ฉันไม่ชอบเธอ” เป็นประโยคบอกเล่าที่ทำเอาผมอึ้งที่เดียว

"ห้ะ แค่นั้นเหรอครับ" ผมร้องถามออกไปทันที

"ใช่ แค่นั้น"

“ผมก็ไม่ชอบคุณ ไม่ชอบมากๆ ด้วย แต่ผมก็ไม่เคยไล่คุณไปไกลๆ นี่ ผมทำหน้าที่ของผมไม่เคยเข้าไปวุ่นวายก้าวก่ายอะไรคุณสักหน่อยคุณจะใช้เหตุผลนี้มาไล่ผมกลับไปไม่ได้นะ”

"นี่เธอกำลังบอกว่าฉันไม่มีเหตุผล อย่างนั้นหรือไง" พ่อเลี้ยงใจร้ายพูดเสียงเข้มถลึงตาใส่ผม

"ใช่ ก็จริงนี่คุณไม่มีเหตุผล ผมไม่กลับไปเพราะเหตุผลเด็กๆ แบบนี้หรอกนะ"

“นี่เธอ....”

ผมได้ยินเสียงคำรามมาจากอีกฟากของเตียงพร้อมกับร่างหนาๆ ของคนตัวโตที่พุ่งพรวดกระโดดข้ามเตียงมาคว้าคอผมบีบจนผมหายใจไม่ออก

“ปริญพอแล้ว....ปริญปล่อยเดี๋ยวก็ได้ตายจริงๆ หรอก”

คุณท่านยกมือขึ้นมาปรามหลานชายของท่าน ผมเห็นผู้ชายคนนั้นมองผมตาขวาง นี่ถ้าไม่มีคุณท่านนั่งอยู่ตรงนี้ป่านนี้ผมคงถูกพ่อเลี้ยงเถื่อนนั่นจับฉีกเป็นชิ้นๆ ไปแล้ว

“อย่าให้ฉันเห็นเธอที่นี่อีก ถ้าไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้าย”

ผู้ชายคนนั้นผลักผมล้มโครมหงายหลังลงไป จนตัวของผมไปกระแทกกับโต๊ะด้านข้างเสียโครมใหญ่ ผมยกมือขึ้นมาจับแขนตัวเองเพราะมันกระแทกลงไปชนกับขอบโต๊ะจนผมรู้สึกเจ็บแต่ต้องพยายามเก็บอาการ พ่อเลี้ยงใจร้ายคนนั้นเดินออกจากห้องไปโดยไม่ได้ชายหางตามาดูสักนิดว่าไอ้ที่เขาเหวี่ยงผมโครมลงมาเมื่อครู่ หัวผมจะแตก แขนขาผมจะหักหรือเปล่า

“เฮ้อ เป็นอะไรหรือเปล่าปูน เจ็บตรงไหนมั้ย”

คุณท่านหันมาถามผม แววตาของท่านอ่อนโยนอบอุ่น ถึงผมเจ็บแทบตายก็ไม่กล้าอ้าปากบ่นให้ท่านต้องมารู้สึกไม่สบายใจ เพราะยังไงซะนั่นก็หลานชายของท่าน

“ไม่ครับคุณท่าน ผมไม่เป็นอะไร”

“อย่าไปสนใจที่ปริญเขาพูดเลย หลานชายของฉันคนนี้แต่ไหนแต่ไรมาก็มีนิสัยดิบๆ เถื่อนๆ แบบนี้ แต่เนื้อแท้แล้วเขาเป็นคนดีทีเดียวนะ” คุณท่านยิ้มแล้วมองเลยไปยังประตูห้องซึ่งหลานชายของท่านเพิ่งเดินพ้นออกไป

“ถ้าหากคุณปริญพูดขนาดนี้ ผมคงต้องเก็บของกลับกรุงเทพแล้วล่ะครับ” ผมบอกกับคุณท่าน

“แล้วปกรณ์ล่ะ เขาเป็นคนส่งเธอมาที่นี่ไม่ใช่รึ” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองดูชายสูงวัยเบื้องหน้าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

“ผม....”

“พ่อลูกคู่นี้นิสัยต่างกันคนละขั้ว”

“คุณท่านว่าอะไรนะครับ คุณปริญเป็นลูกชายของคุณปกรณ์เหรอครับ” ผมขมวดคิ้วถามทันทีเพราะคุณพ่อซึ่งอุปการะผมมาดูท่านใจดี แล้วก็มีเหตุผลมาก แต่ทำไมมีลูกออกมาอย่างกับยักษ์กับมารอย่างนี้ได้นะ

เออ...ให้มันได้อย่างนี้สิ คุณพ่อผู้มีพระคุณของผมร่ำร้องขอให้ผมอยู่ที่นี่ ในขณะที่ลูกชายของเขากลับไล่ผมให้กลับแบบเช้าไล่ เย็นไล่ ทั้งข่มขู่ทำร้ายร่างกายสารพัด แล้วผมควรจะทำยังไงดีล่ะ

ผมอยู่ดูแลคุณท่านจนกระทั่งคุณท่านเข้านอนในเวลา 3 ทุ่ม เมื่อตรวจดูประตูหน้าต่าง และทุกอย่างว่าเรียบร้อยดีแล้วผมจึงเดินออกจากห้องนั้นเพื่อเดินกลับไปพักผ่อน

ผมอาบน้ำชำระเหงื่อไคลเรียบร้อยแล้ว กำลังจะเข้านอน พอดีน้ำดื่มในเหยือกของผมหมด ผมนั่งชั่งใจอยู่นานว่าจะเสี่ยงตายลงไปข้างล่างเพื่อไปเติมน้ำดื่มดีหรือเปล่าเพราะกลัวว่าจะไปแจ็คพ็อตเจอพ่อเลี้ยงเซ็กส์จัดนั่นทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับผู้หญิงที่ไหนอีก แต่มาคิดๆ ดูแล้วเมื่อคืนก็คนนึง เมื่อบ่ายก็คนหนึ่ง ป่านนี้คงนอนหมดแรงล่ะมั้ง

ผมเดินลงไปชั้นล่างแล้วจัดการเติมน้ำใส่เหยือกของผมจนเต็ม แล้วกำลังหันหลังเพื่อเดินกลับขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของผม แต่เหมือนผีบ้านผีเรือนผลักผมให้ไปเจอกับผีทะเลอย่างพ่อเลี้ยงบ้ากามนั่นจนได้

"อ้ะ อ้ะ อ๊า พ่อเลี้ยง จ้าว อ๊า" เสียงผู้หญิงร้องครางดังออกมาจากที่ไหนสักแห่งใกล้ๆ ที่ผมยืนอยู่

"ไอ้พ่อเลี้ยงบ้ากามนั่นอีกแล้วเหรอ" ผมกำเหยือกน้ำในมือแน่น หันซ้ายหันขวาแล้วค่อยๆ ย่องก้าวอย่างระวังที่สุดเพื่อต้องการจะรีบหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุนี้เพราะไม่อยากเป็นกระสอบทรายให้ไอ้พ่อเลี้ยงจอมป่าเถื่อนนั้นอีก

แอ้ดดด เสียงไม้กระดานที่ผมเหยียบส่งเสียงดังลั่นขึ้นมาเหมือนจะแกล้ง ผมยืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เสียงร้องของผู้หญิงคนนั้นหยุดลงแล้วผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ กำลังเดินใกล้เข้ามาด้านหลังประตุไม้บานหนึ่ง

"อีกแล้วงั้นเหรอ" เสียงคำรามของพ่อเลี้ยงยักษ์ตวาดใส่ผม

"ผมเปล่านะ" ผมทุ่มเหยือกน้ำในมือใส่พ่อเลี้ยงใจร้ายนั่นทันทีแล้วรีบวิ่งหนีขึ้นบันไดไปชนิดที่มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่ไปเท่านั้น เพื่อหนีให้พ้นเงื้อมมือมัจจุราช

ผมได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งตามหลังผมมาติดๆ แต่ผมไม่กล้าเสียเวลาหันไปมองเพราะกลัวว่าจะทำให้เสียหลักแล้วถูกจับได้ ผมวิ่งขึ้นมาจนถึงหน้าห้องแล้วเอื้อมมือคว้าจับลูกบิดประประตูเปิดมันออกแต่ผมกลับปิดมันไม่ได้เพราะมือของใครบางคนยันมันเอาไว้

"โอ้ย" เสียงคนหน้ายักษ์ร้องเสียงดังเมื่อผมปิดประตูหนีบมือของเขาเสียงดังโครมใหญ่

"ออกไปนะ อย่าเข้ามา" ผมร้องไล่ด้วยความตื่นกลัวและตกใจ ผู้ชายคนนี้แก้ผ้าวิ่งตามผมขึ้นมาโดยไม่สนอะไรเลยจริงๆ

"คราวนี้ฉันไม่ปล่อยเธอแน่ ปูน"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป