บทที่ 17 กระท่อมน้อยในซอกเขา

เวลาสองทุ่มกว่า ท้องฟ้าเป็นสีนิลสนิทดุจเป็นผืนเดียวกันกับน้ำทะเล แสงไฟต้องคลื่นสะท้อนเป็นพรายระยิบระยับ ท่ามกลางความเวิ้งว้างได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์จากเรือลำสีขาว

"เด็กบ้า! ถ้าเจอจะจับตีให้เข็ด!"

เสียงห้าวสบถอย่างหัวเสียปนกับความกังวล แม้พิณตะวันจะคุ้นเคยกับทะเลแถบนี้เป็นอย่างดี แต่ก็เป็นเพียงแค่ผู้หญิง เวลากลางวันกับกลางคืนมันก็ต่างกันมาก อันตรายจากท้องทะเลนั้นมีอยู่ตลอดเวลา รวมถึงอันตรายจากมนุษย์ด้วยกันเองด้วย แม้ว่าในรัศมีของเกาะรังนางในความดูแลของตระกูลอิสรีพัฒน์ จะไม่มีเรื่องร้ายแรงบ่อยเหมือนหมู่เกาะห่างออกไปที่มีการขโมยรังนกและมีความขัดแย้งกันตามฤดูกาลเก็บรังนก แต่ก็ไม่อาจไว้วางใจอะไรได้ เบื้องบนคือฟ้า เบื้องล่างคือน้ำ และท่ามกลางระหว่างก็คือภัยจากมนุษย์

ชายหนุ่มขับเรือออกไปไกลจากเกาะในรัศมีสิบกิโลเมตรแล้ววนไปโดยรอบ แต่ก็ยากจะมองหา ไอลวิลกลับเข้ามาบนเกาะเวลาสี่ทุมครึ่ง ใบหน้าคมเข้มเครียดขรึม ตรงหน้าหาดมีร่างของหัวหน้าคนงานรอเขาอยู่ ชายหนุ่มกระโดดลงจากเรือก้าวขึ้นไปบนฝั่ง

"เจอตัวไหม"

เสียงห้าวตะโกนถามออกไปทันที

"ไม่เจอตัวครับ แต่เจอเรือ ปรากฏว่าตะวันเอาเรือไปให้ตามั่นดูตรงกาบให้ ผมลืมไปว่าครั้งก่อนมันมีรอยแตก ตะวันคงจะจำได้เลยเอาไปไว้ที่ตามั่น แต่ตัวไม่รู้ไปไหน ตามั่นบอกว่าเอาไปให้ตอนประมาณสามโมงโน่นแล้ว"

วัฒน์กล่าว น้ำเสียงฟังดูยังกังวลแต่ก็ไม่มากเท่าครั้งแรก เพราะถึงอย่างไรก็คิดว่าพิณตะวันจะอยู่ในบริเวณเกาะนี้เอง อาจจะเป็นบ้านของใครสักแห่ง

ไอลวิลพยักหน้ารับทราบ รู้สึกเช่นเดียวกับวัฒน์ ตราบใดที่พิณตะวันยังอยู่บนเกาะ ก็ถือว่าโอเค เพราะทุกตารางนิ้วในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีที่ไหนที่เจ้าตัวจะไม่รู้จักคุ้นเคย แม้แต่เกาะรังนก ซึ่งอยู่ด้านหลัง มีสันเขาหินปูนเชื่อมกับหมู่บ้านชาวเลแห่งนี้ ซึ่งปกติมีธรรมเนียมปฏิบัติคือห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปในถ้ำอย่างเด็ดขาด แต่สำหรับที่นี่ มีเพียงพิณตะวันเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ เพราะเจ้าตัวเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยนายหัวมาตั้งแต่อายุสิบสามปี และติดตามพ่อซึ่งเป็นคนรับผิดชอบเป็นหูเป็นตาในการเฝ้ารักษาความปลอดภัยของถ้ำ

ในฤดูที่นกนางแอ่นทำรัง ซึ่งปีหนึ่งจะมี 3 ครั้ง แต่ละแห่งเวลาจะไม่เหมือนกันแต่ก็ใกล้เคียงกัน สำหรับเกาะรังนางแห่งนี้ การเก็บรังนกนั้น ครั้งที่ 1 คือช่วงมกราคม-ต้นกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นช่วงที่รังนกมีคุณภาพดีที่สุด ครั้งที่ 2 คือช่วงกลางเดือนมีนาคม หลังจากนั้นก็จะปล่อยให้นกทำรังและวางไข่ จะเก็บอีกทีเป็นครั้งที่ 3 คือ ช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกนกโตเต็มที่และพร้อมจะออกจากรัง และนกเหล่านี้จะบินกลับมาอีกครั้งในเดือนธันวาคมของทุกปี

เวลานี้ต้นเดือนมีนาคม อีกไม่กี่วันจะได้เวลาเก็บรังเป็นครั้งที่สอง ซึ่งช่วงนี้ คนงานจะคอยเข้มงวดดูแลรักษาความปลอดภัยของถ้ำรังนกเป็นพิเศษ เพราะอาจจะมี โจรรังนก เข้าไปขโมยรังได้ แต่เท่าที่ผ่านมายังไม่เคยเกิดขึ้น เพราะที่นี่มีอาวุธและมีการป้องกันอย่างเข้มงวด ชาวเลหมู่เกาะรังนางนั้นมีความรักสามัคคีและอยู่กันอย่างเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ เพราะมีผู้นำคือนายหัวที่เป็นที่พึ่งทางใจและเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งให้อุ่นใจได้ ผู้ใหญ่บ้านและครูใหญ่ก็เป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้ชาวเลแห่งนี้อยู่กันอย่างสงบสุขเสมอมา

"เดี๋ยวฉันจะกลับไปดูที่บ้าน เผื่อจะกลับมาแล้ว" ไอลวิลกล่าว

"ครับนายหัว แต่ผมคิดว่าตะวันคงจะปลอดภัยดี นายหัวไม่ต้องกังวลมากไป"

คนเป็นพ่อเอ่ยกับนายหัว... เพราะทราบดีว่านายหัวเป็นห่วงพิณตะวันเสมอ ในฐานะเด็กในปกครองและมือขวา แม้นายหัวจะดุและเข้มงวดกับพิณตะวัน แต่ก็เพราะความปรารถนาดี วัฒน์นั้นรักลูกสาวมาก แต่รู้ว่าลูกสาวเป็นคนที่เอาตัวรอดได้เก่งถ้าอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย อย่างเกาะแห่งนี้ แต่ถ้าไปอยู่บนฝั่งนั่นแหละ ที่วัฒน์จะเป็นห่วง ดังนั้นเขากับจินดาจึงไม่เคยเคี่ยวเข็ญให้ตะวันไปเรียนหนังสือบนแผ่นดินใหญ่

"ฉันคุยกับเขาว่าจะส่งไปเรียนที่บนฝั่ง เขาคงจะโกรธและงอนตามเคย เดินหนีไปซะดื้อๆ"

นายหัวเอ่ยพลางถอนหายใจ วัฒน์เข้าใจถึงความหวังดีที่นายหัววิลมีต่อลูกสาว... นายหัวเป็นฝรั่ง เชื่อในระบบการศึกษาสมัยใหม่และอยากให้พิณตะวันได้เห็นโลกกว้าง แต่เจ้าตัวกลับคิดแตกต่าง...พิณตะวันพบความสุขและพบว่าตัวเองต้องการอะไร จึงไม่ต้องการขวนขวายให้มากไปกว่านี้ วัฒน์เองก็หวังว่าเขาคงจะไม่ใช่พ่อที่เห็นแก่ตัวจนเกินไปที่เขาเองก็ไม่ส่งเสริมให้ลูกไปเรียนไกลๆ แต่ก็ไม่ต้องการพูดตรงๆ กับนายหัว วัฒน์กับจินดาทิ้งทุกอย่างให้เป็นการตัดสินใจของลูกมานานแล้ว... พิณตะวันมีความสุขแบบไหน พวกเขาก็พร้อมจะสนับสนุนเสมอ

"ผมคิดว่าเขาอาจจะไปที่ถ้ำรังนกหรือเปล่านะครับนายหัว เพราะตอนบ่ายเห็นคุยกับพวกไอ้อิ่มกับไอ้เอิบ"

วัฒน์เอ่ยเมื่อนึกได้ อิ่มกับเอิบเป็นคนงานเก็บรังนกมือฉมังของเกาะนี้

"วัฒน์ไปพักเถอะ เดี๋ยวฉันจะลองขับรถเครื่องไปดู เมื่อกี้ก็ขับเรือไปทางนั้นเหมือนกัน แต่ไม่ได้ขึ้นไปบนถ้ำ"

ไอลวิลเอ่ย จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกัน ชายหนุ่มกลับไปที่เรือนใหญ่ สวมกางเกงขายาวกับเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ เอาน้ำและขนมแซนด์วิชใส่เป้ไปด้วยเผื่อไปเจอคนที่กำลังตามหาอยู่ และเจ้าหล่อนเกิดหิวขึ้นมา! ที่เกาะมีกระท่อมสำหรับคนนอนเฝ้าเกาะ ไอลวิลเองก็มีกระท่อมส่วนตัวอยู่ที่นั่น ระหว่างซอกเขาหินปูนที่มีพื้นที่ราบพอจะตั้งเสาสี่เสาได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป